Creative Knowledge

« Back to Result | List

มุมมองที่น่าเรียนรู้ จากคุณณัทธร รักษ์ชนะ (คุณเอก) ผู้ร่วมก่อตั้ง KARMAKAMET

natthorn.jpg

มุมมองที่น่าเรียนรู้จากคุณณัทธร รักษ์ชนะ (คุณเอก) ผู้ร่วมก่อตั้ง KARMAKAMET แบรนด์เนมที่ไม่ได้มีเพียงความหอมเป็นจุดขาย แต่ได้แฝงจิตวิญญาณของการดำเนินชีวิต ที่ทำให้มันมีเรื่องราวที่น่าสนใจยิ่ง TCDCCONNECT ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณณัทธรก่อนจะขึ้นบรรยายในงาน Creativities Unfold, Bangkok 2008

มุมมองด้านการศึกษา
คุณณัทธรจบการศึกษาจากวิทยาลัยช่างศิลป์ จากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขา ออกแบบภายในมหาวิทยาลัยรังสิต คำสอนของอาจารย์เลอสรรที่กล่าวว่า "งานออกแบบเปรียบเสมือนการแก้ไขปัญหา" เป็นสิ่งที่คุณณัทธรได้นำมาใช้ในชีวิตกว่า 15 ปี ของการทำงานหลังจากจบจากรั้วมหาวิทยาลัย

การเรียนการสอนส่วนใหญ่ในระบบการศึกษาไทยจะอยู่ในรูปแบบของการป้อนข้อมูล ไม่ว่าเด็กจะอยู่ในชั้นประถมมัธยม หรือมหาวิทยาลัย คุณณัทธรมองว่า สิ่งที่ขาดหายไปของเด็กไทยในภาพรวมก็คือ "การเรียนรู้ในการตั้งคำถาม" ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการต่อยอดและเพิ่มพูนความรู้ในทิศทางใหม่ๆ

ประสบการณ์หลังจากรั้วมหาวิทยาลัย
หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัย คุณณัทธรได้ลองผิดลองถูกมาพอสมควร เริ่มจากทำงานประจำในฐานะนักออกแบบภายในเป็นเวลากว่า 6 ปี ต้องรบรากับลูกค้าที่ขาดความเข้าใจในงานออกแบบ อีกทั้งกับองค์กรที่มีกรอบล้อมรอบความคิด คุณณัทธรได้เห็นว่า การขาดอิสรภาพในการทำงานทำให้เขาไม่มีความสุขกับงานที่ทำ แม้ว่างานออกแบบจะเป็น DNA ที่วิ่งอยู่ในสายเลือดของเขาก็ตาม

หลังก้าวออกจากชีวิตพนักงานประจำ เขามีโอกาสส่งแบบร่างเสนองานออกแบบชุดแต่งกายประกอบภาพยนตร์เรื่อง "องคุลีมาล" ถือเป็นงานที่เขาไม่เคยจับต้องมาก่อน แต่มันกลับเปิดโอกาสให้คุณณัทธรได้ใช้จินตนาการ บวกกับความเข้าใจในหลักธรรมที่เป็นแก่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้เขาได้รับเลือกให้มารับผิดชอบตัวงานอันท้าทายดังกล่าวในท้ายที่สุด และผลงานของคุณณัทธรก็โดดเด่นจนสามารถคว้ารางวัลสุพรรณหงส์ทองคำครั้งที่ 13 ในสาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมมาครองได้

เอกลักษณ์ของ KARMAKAMET
แม้ว่าคุณณัทธรจะเริ่มหลงไหลกับงานศิลป์ของวงการภาพยนตร์ แต่เขาก็ยังไม่หยุดค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักอย่างแท้จริงต่อมาไม่นาน เขาได้รับคำชักชวนจากคุณสมมาตรให้ หันมาจับธุรกิจเครื่องหอม ซึ่งก็คือที่มาของแบรนด์ KARMAKAMET ที่เรารู้จักกันในวันนี้

หัวใจของแบรนด์นี้อยู่ที่ "ความหอม" คุณณัทธรเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนมีสัญชาตญาณและความรู้สึกต่อกลิ่นหอมที่ไม่เหมือนกัน

กลิ่นหอมแต่ละชนิดเป็นตัวเชื่อมมนุษย์เข้ากับความทรงจำในอดีต
แต่ละกลิ่นจะให้ความรู้สึกและอารมณ์ที่แตกต่างกันไป เปรียบเสมือนกับ Secret World ของพวกเราแต่ละคน ซึ่งคำว่า World ในที่นี้หมายถึง Personal World หรือโลกส่วนตัวของผู้บริโภค

หัวใจดวงนี้เอง คือ ต้นกำเนิดของสินค้าและบริการภายใต้แบรนด์ KARMARKAMET ที่วันนี้ได้แตกหน่อออกไปเป็นธุรกิจหลากหลาย โดยคุณณัทธรรับประกันเลยว่า เทียนหอมของ KARMAKAMET เป็นเทียนหอมที่หอมที่สุด โดยเขาเปรียบเทียนหอมเหมือนงานออกแบบ ทั้งในเชิงรูปธรรมซึ่งหมายถึงภาพลักษณ์ของเทียน และในเชิงนามธรรมที่ความหอมได้ทำหน้าที่บ่งบอกความหมายตามจินตนาการของผู้บริโภค

ความท้าทายอีกหนึ่งขั้นของธุรกิจ
ธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้คือ ธุรกิจโรงแรม ภายใต้แนวคิด "กินหอม อยู่หอม" โดยคาดว่าจะเปิดที่แรกบนหาดบางรัก เกาะสมุย และอีกสองแห่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่ที่พังงาและหัวหิน โดยโรงแรมทั้งสามแห่งนี้ ยังคงจะนำความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของ KARMARKAMET มาเป็นจุดขาย เช่น โรงแรมบนเกาะสมุย จะใช้แนวคิดการวางผังเมืองของชุมชนเยาวราชบวกกับรัฐกลันตัน ซึ่งส่งผลให้งานสถาปัตยกรรมมีกลิ่นอายของจีนเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญคือ ระหว่างทางเข้าโรงแรม คุณณัทธรจะสร้างชุมชนด้านหน้าขึ้นมาให้เหมือนกับร้านค้า (shophouse) ในเยาวราช ซึ่งบริเวณนี้จะขายเครื่องหอมทั้งสองฝั่งตลอดทาง ในขณะที่โรงแรมในจังหวัดพังงา เขาจะนำเครื่องปรุงในการผลิตเครื่องหอมมาตกแต่งตลอดทางเข้าด้านหน้า และท้ายที่สุดกับหัวหิน จะมีรูปเรือสำเภาในสมัยรัชกาลที่ 5 (สมัยที่เมืองไทยติดต่อค้าขายกับประเทศฝรั่งเศส) มาเป็นภาพตกแต่งสถานที่ พร้อมงานออกแบบที่อยู่ในรูปของโกดังสินค้ามีผ้าลินินโปแลนด์เป็นของตกแต่ง รวมทั้งมีห้องจิบน้ำชาขนาดใหญ่ไว้ต้อนรับ

ซึ่งไม่ว่าธุรกิจของ KARMARKAMET จะอยู่ในรูปแบบของสินค้าหรือบริการก็ตาม จะเห็นได้ว่า KARMARKAMET ไม่เคยทิ้งเอกลักษณ์เรื่อง "ความหอม" ที่ต้องเข้าไปผูกพันในทุกจุดทุกรายละเอียด

ของคู่กายที่ขาดไม่ได้
สิ่งที่คุณณัทธรขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันก็คือ สมุดบันทึกสีดำที่ด้านในมีทั้งภาพสเก็ตช์ (sketch) ตัวอย่างผ้า ความคิดต่างๆ ของเขา ทั้งหมดจะถูกบันทึกลงในสมุดเก่าๆ เล่มนี้ พฤติกรรมนี้แสดงชัดถึงความตั้งใจของคุณณัฐธรในการพัฒนาสิ่งที่เขาทำอยู่อย่างต่อเนื่อง

สถานที่ประทับใจในชีวิต
คำตอบที่ได้คือ บ้านเกิดของคุณพ่อที่กลันตันกับโต๊ะเด็ง สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ด้วยสาเหตุที่ว่า "ทั้งสองที่เป็นที่ที่ทำให้ผมไม่ต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้" และนี่แหละคือ ความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้เลย เป็นความเรียบง่าย ชีวิตดำเนินไปอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดๆ

มองตัวเองในอีก 20 ปีข้างหน้า
"ผมอาจจะไปบวชนะครับ หรือไม่ก็ทำงานเพื่อสังคม" คุณณัทธรเสริมว่า เพราะธรรมะนี่แหละ ที่ทำให้เขาได้ค้นพบกับคำว่า "ไม่อยากได้อะไร" ซึ่งจุดนี้เอง ทำให้เขาทุ่มเทกับการพัฒนาสินค้าและบริการแบบเต็มที่ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับในสิ่งที่เขารักอย่างครบถ้วนที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การผลิตกล่องใส่สินค้าที่มีการพิมพ์ทั้งด้านในและด้านนอก อีกทั้งยังติดฟิลม์เคลือบทั้งสองด้านเพื่อจะได้รักษาคุณภาพของสินค้าที่เขารักไว้อย่างสูงสุด

คุณณัทธรเน้นว่า จะไม่ยอมลดต้นทุนการผลิตเพื่อประหยัดเงิน อะไรที่ทำให้งานที่เขารักด้อยคุณภาพลงไป เขาจะไม่ทำเด็ดขาด

ความสำคัญของงานออกแบบกับองค์กร
คุณณัทธรกล่าวว่า งานออกแบบ คือ หัวใจหลักที่ทำให้ KARMAKAMET เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงได้ในวันนี้ ในทุกจุดของแนวคิดและการดำเนินธุรกิจ หากขาดซึ่งส่วนผสมการออกแบบ เอกลักษณ์ความหอมของ KARMAKAMET คงไม่สามารถที่จะส่งกลิ่นหอมไปถึงผู้บริโภคได้

คุณณัทธรทิ้งท้ายไว้กับเราว่า "ขอให้ทำงานด้วยความรัก เพราะนั่นจะนำความสำเร็จมาสู่องค์กรของคุณครับ"




« Back to Result

  • Published Date: 2008-11-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป