Articles

« Back to Result | List

ออกแบบความคิด …คิดอย่างนักออกแบบ (Design Thinking) ในกระบวนการสร้างนวัตกรรม

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

designthinking-578px.jpg

คัดย่อจากงานเขียนของ ทิม บราวน์ : ซีอีโอและประธานแห่ง IDEO, บริษัทด้านการออกแบบและนวัตกรรมระดับโลก

วิธีคิดอย่างนักออกแบบ (หรือ Design thinking) สามารถพาคุณก้าวสู่เส้นทางใหม่ๆ ในการพัฒนาสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งกลยุทธ์ทางธุรกิจได้
หากคุณขยันเรียนวิชาวิทยาศาสตร์สมัยมัธยม คุณคงพอจำได้ว่า โธมัส เอดิสัน คือชายที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นสำเร็จเป็นคนแรกในโลก สิ่งประดิษฐ์นี้คือ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา ที่เมื่อมีใครพูดถึงเอดิสัน คนฟังก็จะเห็นภาพหลอดไฟเรืองรองขึ้นมาทันที

แต่สำหรับตัวโธมัส เอดิสันเอง เขากลับไม่ได้พึงพอใจกับความสำเร็จตรงหน้าแค่นั้น ชายคนนี้คิดไกลกว่าชาวบ้านเสมอ โดยในครั้งนั้นเอดิสันมองผลงาน "หลอดไฟดวงแรกของโลก" ที่เขาทำขึ้นสำเร็จและบอกกับตัวเองว่า "หลอดไฟอันนี้คงไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้มวลมนุษย์มากนัก หากโลกเรายังไม่มีอุปกรณ์ที่ให้กำเนิดและส่งผ่านกระแสไฟฟ้าใช้กันแพร่หลาย" ในเวลาต่อมา เอดิสันจึงประดิษฐ์เจ้าสองสิ่งหลังขึ้นมาด้วย

เห็นชัดว่าความอัจฉริยะของนักประดิษฐ์อย่างโธมัส เอดิสันนั้น คือ การที่เขามองภาพใหญ่ในตลาดการบริโภคได้ขาดจริงๆ สิ่งประดิษฐ์ส่วนมากของเขาไม่ได้เกิดจากความนึกสนุกหรือความสะใจส่วนตัวภายในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ แต่เอดิสันมักจินตนาการถึงชีวิตมนุษย์ในอนาคตว่า มนุษย์โลกจะเห็นประโยชน์และสามารถใช้งานสิ่งประดิษฐ์ของเขาได้อย่างไร ...ผ่านองค์ประกอบหรือปัจจัยอะไรบ้าง ...ในสภาวะแวดล้อมอย่างไรบ้าง เป็นต้น จากนั้นจึงค่อยพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์แห่งอนาคตเหล่านั้น

ไม่ว่าเอดิสันจะประดิษฐ์คิดค้นอะไร เขาจะคำนึงถึงความต้องการและความพอใจของคนที่จะได้ใช้มันเป็นอันดับแรกเสมอ

วิธีคิดของโธมัส เอดิสันนี้อาจถือเป็นตัวอย่างรุ่นแรกๆของสิ่งที่เราเรียกว่า "design thinking" ในวันนี้ นั่นก็คือ แนวคิดที่กระตุ้นการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ บนรากฐานของ "การเข้าใจมนุษย์" เป็นการสร้างสรรค์งานออกแบบจากความเข้าใจ ศึกษาผู้คนด้วยการสังเกต เพื่อที่จะทราบว่าชีวิตของพวกเขากำลังต้องการอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไรในตัวสินค้า ในตัวบรรจุภัณฑ์ ในช่องทางการจำหน่าย หรือแม้กระทั่งในบริการหลังการขายต่างๆด้วย

หลายคนคิดว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโธมัส เอดิสันน่าจะเป็นห้องแล็ปอันทันสมัย และหลากหลายวิธีการสืบเก็บข้อมูลการทดลองที่เขาคิดค้นขึ้น แต่จริงๆ แล้วเอดิสันไม่ได้เป็นเพียงแค่นักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องเท่านั้น เขายังเป็นคนที่รู้เยอะ รู้รอบ และมีหัวธุรกิจชั้นยอดอีกด้วย ห้องทดลองของเขาในเมนโลพาร์ค นิวเจอร์ซีย์ มีทีมงานทั้งที่เป็นนักคิด นักทำ นักทดลอง ฯลฯ เขาพอใจในกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมแบบทีมเวิร์คมากกว่าการลุยคนเดียว เอดิสันคือ ผู้ที่ลบล้างภาพของ "นักประดิษฐ์อัจฉริยะผู้ไม่สุงสิงกับใคร" ไปได้โดยสิ้นเชิง

จะว่าไปแล้ว วิธีการทำงานของเอดิสันนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะพิสูจน์สมมุติฐานที่ตั้งไว้แต่อย่างใด หากแต่เป็นการทดลองเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เกิดจากการทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายๆครั้ง "นักนวัตกรรม" ในความหมายของเอดิสันคือ วิชาชีพที่ต้องผสานศาสตร์หลายด้านเข้าด้วยกัน ทั้งศิลปะ งานฝีมือ วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ และท้ายที่สุดก็คือ ความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อตลาดและผู้บริโภค

Design thinking ถือได้ว่า เป็นทายาทของปรัชญาและแนวปฏิบัติดังกล่าว พูดให้ง่ายก็คือ Design thinking เป็นการแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการใช้ความรู้สึกอันอ่อนไหวของนักออกแบบบวกกับกระบวนการและวิธีคิดต่างๆ เพื่อจะตอบโจทย์ของผู้บริโภคผ่านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งท้ายที่สุด ก็จะนำไปสู่คุณค่าในใจผู้บริโภคและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในตลาดการแข่งขันนั่นเอง

Design thinking เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างประโยชน์ได้มากมายในโลกธุรกิจ ฉะนั้น ถ้าคุณอยากจะเป็นคนเก่งของวันนี้ คุณควรจะเริ่มมองนวัตกรรมเป็นเหมือนวัตถุดิบ เป็นจุดเริ่มที่จะนำไปสู่การสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขัน มากกว่าจะมานั่งรอให้ฝ่ายบริหารฟันธงมาว่าจะทำอย่างไร หรือรอดูกรณีศึกษาของคู่แข่ง (ว่าถ้าเขาทำออกมาดี แล้วเราค่อยทำตาม)

ภาพประกอบ โดย พลอย-ชวนพิศ www.graphicploy.com


« Back to Result

  • Published Date: 2008-12-23
  • Resource: www.tcdcconnect.com