Creative Knowledge

« Back to Result | List

หลักฐานการไหลผ่านทางวัฒนธรรม ผ่านฝีมือของจิตรกรชาวฟลอเรนซ์ กาลิเลโอ คินี (Galileo Chini)

โดย ณรงค์ศักด์ นิลเขต

chini1.jpg

การรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใดสำหรับบ้านเรา หากแต่เกิดขึ้นมาโดยต่อเนื่องยาวนานในประวัติศาสตร์ของสังคมโลกตะวันออก แต่สังคมประเทศทางตะวันตกนั้นได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันออก บ้างหรือไม่? หรือว่ามีแต่ประเทศทางตะวันออกที่เป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว คำตอบนี้สามารถคลี่คลายได้ผ่านตัวอย่างงานศิลปะของ กาลิเลโอ คินี

ในยุคสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เป็นยุคที่เมืองบางกอกมีกลิ่นอายของศิลปะวัฒนธรรมตะวันตกคละคลุ้งไปทั่ว สะท้อนให้เห็นเป็นวัดและวังที่มีรูปทรงแปลกตา เช่น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง วัดนิเวศธรรมประวัติ บางปะอิน พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เป็นต้น เนื่องด้วยยุคนั้น มีการนำเข้าแรงงานนายช่าง วิศวกร สถาปนิก และจิตรกร จากประเทศตะวันตกเข้ามา

chini2.jpg

แกลิเลโอ คินี จิตรกรชาวอิตาลีเป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินอิตาเลี่ยนที่เข้ามารับใช้ในราชสำนักสยาม ในสมัยนั้น ผลงานที่สำคัญของคินี ได้แก่ งานจิตรกรรมปูนเปียก (fresco) บนเพดานโดมพระที่นั่งอนันตสมาคม ภาพเขียน ภาพถ่ายสยามในอดีต และงานเซรามิค ผลงานต่างๆ ของคินีเป็นศิลปะที่มีลักษณะผสมผสาน มีลัทธินีโอ-คลาสสิค (neo-classic) มีศิลปะที่เน้นเหมือนจริงและรูปทรงอย่างศิลปะตามหลักวิชา (academic art) ผสมผสานกับลัทธินีโอ-อิมเพรสชั่นนิสม์ (neo-impressionism) และยังมีงานในลัทธิอาร์ต นูโว (art noveau) ซึ่งเป็นลัทธิที่ร่วมสมัยในขณะนั้นด้วย

ในสมัยนั้นความนิยมตะวันออก (orientalism) กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวตะวันตก โดยชาวตะวันตกนิยมเดินทางมาประเทศแถบตะวันออก แล้วนำเอาศิลปะวัฒนธรรมของตะวันออกกลับไปยังบ้านเกิดของตนเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ในผลงานของคินีก็เช่นกัน เขาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันออกเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นจากงานศิลปะของเขา

chini3.jpg

งานศิลปะของคินี คือ ภาพสะท้อนทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า ชาวตะวันตกนั้นเกิดความหลงใหลในเสน่ห์ของวัฒนธรรมตะวันออก และได้รับเอาอิทธิพลจากประเทศในแถบซีกโลกนี้กลับไปด้วยเช่นกัน

ย้อนกลับมามองดูความเคลื่อนไหวในปัจจุบัน ไทยเราก็ยังคงรับเอาวัฒนธรรมจากซีกโลกตะวันตกแบบไม่ลดละ วัฒนธรรมตะวันตกยังคงสถานะความเป็นแม่แบบไว้ได้เสมอมา โดยเฉพาะในสังคมเมือง และในวัฒนธรรมบริโภคนิยม คำถาม คือ เหตุใดสังคมไทยวันนี้จึงคลายความเป็นแม่แบบทางวัฒนธรรมลงไป ทำไมเราจึงไม่สามารถสืบสานการส่งผ่านเอกลักษณ์สู่โลกตะวันตกได้เฉกเช่นในอดีต มันเกิดอะไรขึ้น?


Tags: designer, art

« Back to Result

  • Published Date: 2008-10-14
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป