Creative Knowledge

« Back to Result | List

บทความสัมภาษณ์ มกร เชาว์วาณิช นายกสมาคมนักออกแบบอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

cerebrumdesign.jpg
ปัจจุบันนี้คุณมกรทำงานอะไรบ้าง

อาชีพหลักคือทำบริษัท Cerebrum Design ครับ ในตำแหน่ง Managing Director และ Design Director หน้าที่ผมในฐานะ MD ก็คือดูภาพรวมของบริษัท พูดง่ายๆ ก็คือ หาเงินน่ะครับ ดูชนิดของงานที่เข้ามา ขยาย ฐานลูกค้า สร้างเน็ตเวิร์คต่างๆ และก็คุมการทำงานของแต่ละแผนก

แล้วกับตำแหน่ง Design Director ล่ะ
หลักๆ ผมจะดูแลด้าน Product Design Industrial Design ครับ เพราะเป็นธุรกิจหลักของบริษัทเรา ก็อยาก ให้งานมันออกมาดี รักษาคุณภาพ โดยตรงนี้ผมทำหน้าที่เป็นคนให้ Direction กับทีมดีไซเนอร์แล้วก็มี Design Manager ที่คอยติดต่อประสานงานกับเรา

ทำงานทั้งในตำแหน่งบริหารและในฝ่ายออกแบบ มีความยุ่งยากขัดแย้งกันบ้างมั้ย
ไม่หรอกครับ บริษัทผมไม่ได้ใหญ่มาก ผมก็พอแบ่งภาคได้

คุณคิดอย่างไรต่อคำกล่าวที่ว่า "นักออกแบบไม่มีวันเข้าใจการบริหารธุรกิจ"
ผมว่า จริงนะ ธรรมชาติคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน คนที่เป็นดีไซเนอร์จะทำงานตามความอยาก (passion) แต่ นักบริหารหรือนักธุรกิจเขาไม่สนหรอกว่าใครจะอยากทำอะไร เขาขอแค่ให้มันตอบวัตถุประสงค์ก็แล้วกัน ให้มัน ได้เงินมาก็จบ ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอก ผมก็เป็นดีไซเนอร์ ทำงานตามความอยากล้วนๆ แต่ต่อมา พอมีประสบการณ์มาก ขึ้น ได้ไปร่วมงานกับบริษัท Philip ในต่างประเทศ ผมถึงเห็นว่าองค์กรใหญ่ๆ นี่เขามีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง กับงานดีไซน์เยอะมากๆ เรื่องของธุรกิจการตลาดสำคัญมาก แต่เราเองไม่เคยถูกสอนมาให้เข้าใจเรื่องการตลาด เรื่องการบริหารหรือเรื่องการจัดการเลย พอถึงเวลาทำงานจริง โอ้โห ผมถูกรุมเละ

เล่าถึงชีวิตนักออกแบบในต่างประเทศของคุณหน่อย

ที่ Philip ในต่างประเทศเขาจะแยกบริษัท Philip Design ออกมาต่างหากเลย ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่า แยก มาทำไม ก็คิดว่าดีจัง มีแต่ดีไซเนอร์มาทำงานด้วยกัน ต้องสนุกแน่ พอเอาเข้าจริง แต่ละคนเขาต่างคนต่างทำ ครับ มีโปรเจ็กท์ที่ต้องรับผิดชอบกันเต็มมือทุกคน พอเราไปถึงเขาก็โยนโปรเจ็กท์มาให้เลย ผมก็งงสิครับ ต่อมาถึงได้เข้าใจว่า ที่เขาต้องแยกบริษัท Philip Design ออกมา ก็เพราะปัญหาการเมืองภายในมันเยอะ การ ที่เราจะผลักดันสินค้าที่คุณภาพดีและมีดีไซน์เป็นตัวนำให้ออกสู่ตลาดจริงได้นั้น เราต้องทะเลาะกับคนอื่นครับ ลองสังเกตว่าองค์กรไหนที่จัดให้แผนกออกแบบอยู่ภายใต้แผนกอื่นๆ อีกที ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรม หรืออะไรก็ ตาม จะไม่ค่อยมีสินค้าที่ดีไซน์ดีๆออกมาหรอก แต่ที่นี่เขาแยกแผนกออกแบบไว้เป็นเอกเทศก็เพื่อจะได้ทะเลาะ กับแผนกอื่นได้เต็มๆ ตอนนั้นผมต้องมองบริษัท Philip เป็นเหมือนลูกค้าครับ Philip Design เป็น Consultant ของเขาอีกที ฉะนั้น อย่างแรกที่ต้องทำคือ เราต้องขายไอเดียให้กับพวกมาร์เก็ตติ้ง โปรดักท์เมเนเจอร์ วิศวกร ฯลฯ โดยเราในฐานะดีไซเนอร์เป็นผู้รับหน้าที่นี้คนเดียว เป็นคนกลางที่ต้องประสานกับทุกฝ่าย ซึ่งยากครับ เราต้องชี้ชวนทุกฝ่าย ให้เห็นดีเห็นงามกับไอเดียของเราให้ได้ ทั้งภาคการตลาด ทั้งภาควิศวกรรมการผลิต วันๆ ไม่ได้ออกแบบหรอก ประชุมอย่างเดียว จะได้ทำงานออกแบบก็หลังหกโมงเย็น

ในมุมมองของคุณ
Industrial design คืออะไรคะ
คือการแก้ปัญหาครับ ทั้งเรื่องดีไซน์ เรื่องผู้บริโภค เรื่องการผลิต เรื่องธุรกิจ ซึ่งผมว่า Industrail design จะ อิงกับธุรกิจค่อนข้างมาก เพราะมันมีเรื่องของเครื่องจักรเข้ามาเป็นส่วนประกอบหลัก มันเป็น Mass production นั่นหมายถึง ต้องใช้เงินลงทุนสูง ความเสี่ยงสูง เป็นธุรกิจที่ Hi risk Hi return ครับ อย่างมือถือเครื่องหนึ่ง ถ้าทำดีก็ได้เป็นร้อยล้าน ถ้าไม่ดี ขายไม่ได้ ก็เจ๊งเป็นร้อยล้านเหมือนกัน

Industrial design
กับ Product design ใช่เรื่องเดียวกันรึเปล่า (เป็นความสงสัยของคนจำนวน มาก)
เรื่องเดียวกันครับ เวลาเราพูดถึง Industrial design มักจะเกี่ยวโยงกับการผลิตที่เป็น mass มากๆ แต่ Product design อาจไม่ต้อง mass ก็ได้ สามารถเป็นเรื่องของการพัฒนา การคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมา แต่มันก็ overlap กันอยู่แล้ว โดยเนื้อหาเป็นเรื่องเดียวกัน คงจะต่างกันที่ scale ของการผลิตมากกว่าครับ

cerebrum.jpg

ทุกวันนี้คุณ "ออกแบบ" ไปเพื่ออะไร (ทำทำไม?)

หาเงินครับ (หัวเราะ) จริงๆ คือผมชอบแก้ปัญหาไงครับ ถือเป็นความท้าทาย สนุก และก็ภูมิใจเมื่อเห็นงานของ เราออกมาเป็นตัวเป็นตน ได้เห็นคนใช้งานมันจริงๆ แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือ การแก้ปัญหานี้ก็ต้องให้ผลตอบแทน เช่นกันคุณค่าของงานออกแบบอยู่ที่ไหน อยู่ที่ขีดความสามารถในการแก้ปัญหาของมันนั่นแหละครับ ไม่ว่าจะ ในเชิงไหนก็ตาม สินค้าบางประเภทไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ผมก็ถือว่าคุณค่าค่อนข้างต่ำ แต่บางอย่างดูไม่สวย เอาเสียเลย แต่มันเปลี่ยนธุรกิจหนึ่งจากปางตายให้หายใจได้อีกครั้ง นั่นล่ะครับ คุณค่ามันก็อยู่ตรงนั้น

ย้อนกลับไปสมัยวัยเรียน คุณคิดว่าอะไรที่เรียนแล้วได้นำมาใช้ประโยชน์มากๆบ้าง และอะไรที่แทบ ไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย

ได้ใช้หมดครับ ในมหาวิทยาลัยเราจะได้เรียนพวก hard skill เช่น การ sketch การนำเสนอผลงาน ฯลฯ ถึง เวลาจะได้ใช้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าเราไปทำงานในส่วนไหนมากกว่า แต่ที่ขาดไปก็คือ เรื่องของการบริหารจัดการ เช่น วิชา Design management ไม่ควรต้องรอให้ถึงปริญญา โทหรอกครับ น่าจะสอนกันตั้งแต่ปริญญาตรีเลย ผมอยากให้นักเรียนออกแบบได้เรียนรู้เรื่องของวินัย เรื่องข้อ จำกัดทางเวลา ข้อจำกัดทางธุรกิจต่างๆ เพราะมันสำคัญมากในชีวิตการทำงานจริงครับ ถ้าคุณต้องการทำงาน ให้ประสบความสำเร็จ อีกอย่างคือ Presentation skill และ Leadership skill สองเรื่องนี้มีความจำเป็นมาก เมื่อเราเข้าสู่ธุรกิจ ออกแบบอาชีพ ถ้าคุณมีภาวะความเป็นผู้นำ และมีเทคนิคการนำเสนอที่รัดกุม ไม่มีช่องโหว่ คุณก็จะผลักดัน ไอเดียของคุณให้คนอื่นในที่ประชุม เข้าใจ เชื่อมั่น และซื้อไอเดียของคุณได้ในที่สุด

การทำงานให้กับลูกค้าไทยกับลูกค้าต่างชาติ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ไม่ต่างมากหรอกครับ ส่วนใหญ่ ผมจะวัดจากเรื่องของวิสัยทัศน์และการมองตลาดในระยะยาวมากกว่า ลูกค้า ชาติไหน ใหญ่เล็ก เงินเยอะเงินน้อย ไม่สำคัญเท่ากับที่เขาและเรามองภาพการลงทุน มองตลาด และคาด หวังในสิ่งเดียวกันหรือเปล่า เพราะถ้ามองไม่ตรงกัน งานมันก็ไม่เดินหน้าหรอก cerebrum2.jpg

ในฐานะนายกสมาคมออกแบบอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณวางเป้าหมายอะไรให้กับวงการ นี้บ้าง
สำหรับบทบาทของสมาคมแล้ว ผมมองเรื่องของบุคคลากรครับ เรื่องพื้นฐานทางการศึกษา ต้องการผูกแนว คิดเรื่องการออกแบบกับการทำธุรกิจเข้าหากัน พัฒนาคุณภาพแรงงานนักออกแบบให้มีอาวุธครบด้าน สามารถ ตอบสนองกับความต้องการจริงในภาคธุรกิจได้

การล่ารางวัลสำคัญมั้ย (เห็นเดี๋ยวนี้เด็กร
ุ่นใหม่มองว่า "ชื่อเสียง" = "ความสำเร็จ")
ก็จริงนะ เพราะนักออกแบบเก่งไม่เก่งเขาวัดกันที่ชื่อเสียงและการยอมรับนี่แหละ การประกวดมันเป็นเหมือน บันไดที่จะสร้างความน่าเชื่อถือตรงนั้นได้ สำหรับเด็กรุ่นใหม่ มันก็ทำให้สมัครงานง่ายกว่า แต่ผมว่าเดี๋ยวนี้ การประกวดมันเยอะเกินไปหน่อยแล้ว ถ้าจะให้เจ๋งจริง คุณต้องไปประกวดระดับสากล ส่งประกวดเมืองนอก แล้วเอาชนะเขาให้ได้

"เอกลักษณ์ความเป็นไทย" จำเป็นหรือไม่ อย่างไร สำหรับการออกแบบอุตสาหกรรม

จำเป็นนะ เดี๋ยวนี้เด็กไทยจะกลายเป็นเกาหลีไปหมดแล้ว แต่ความเป็นไทยไม่ได้หมายความว่า ให้เอารูป ช้างมาแปะนะครับ มันตีความได้หลายอย่าง อาจเป็นเรื่องของคุณภาพการผลิต คุณภาพความคิด มุมมอง ที่แตกต่างวิธีการแก้ปัญหา หรืออารมณ์ขันของเรา เหล่านี้คือองค์ประกอบที่เลียนแบบไม่ได้ แต่เอกลักษณ์มันไม่ใช่อะไรที่ "สร้าง" ขึ้นมาได้นะครับ มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ อยู่ในธรรมชาตินิสัยของ คนไทยเรานี่แหละ ขอแค่เราจับมันขึ้นมาเคาะให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกตลาด คุณค่ามันก็จะเด่นชัดขึ้นมาเอง ตรง มากกว่าที่ผมว่าสำคัญ

คุณคิดว่าบ้านเมืองหรือสถานที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่ส่งผลอย่างไรต่อการออกแบบ
ส่งผลมากเหมือนกัน ผมไปอยู่มาหลายประเทศแล้ว รู้สึกว่าเมืองไทยจริงๆ มีปัจจัยส่งเสริมด้านความสร้าง สรรค์มากกว่าหลายๆ ที่นะ บ้านเมืองเราไม่มีกฎ หรือมีกฎก็ไม่สน ทุกอย่างเคลียร์ได้หมด มันมีช่องว่างให้ ทำอะไรได้ตลอด ซิกแซกได้ วิถีไทยสอนให้คนเอาตัวรอดได้ดี ทุกอย่างดัดแปลงได้ แก้ปัญหากันไปเป็น เปลาะๆ แต่มันยังเป็นความคิดที่แก้ปัญหาเล็กๆ เฉพาะของตนเองคนเดียว ยังไม่ถูกพัฒนาให้เป็นการคิด แก้ปัญหาเพื่อคนหมู่มาก

จากประสบการณ์ของคุณ ปัจจัยที่จะพานักออกแบบไทยให้พัฒนาส
ู่ความสำเร็จได้คืออะไรบ้าง
อย่างแรกคือวิสัยทัศน์ อันนี้สอนกันไม่ได้ ต้องอาศัยชั่วโมงบิน ต้องออกไปลุยยุทธจักร ให้เห็นความจริงด้วย ตัวเอง ชั่วโมงบินเป็นสิ่งที่คุณต้องซื้อ ซึ่งแพงครับ แต่คุ้ม อย่างที่สอง คือ ต้องใจถึง อย่ากลัวความล้มเหลว เพราะในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม ถ้าคุณ ทำพลาดได้มากที่สุดในเวลาที่สั้นที่สุด นั่นหมายถึง คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุดในวันข้างหน้า ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะเริ่มหรือจะพลาด ความผิดพลาดมันต้องเกิดขึ้นก่อน เพื่อพัฒนาสู่ความสำเร็จนะครับ สุดท้ายคือ ความฝันของคุณ คุณหลับตาแล้วเห็นอะไร อยากได้อะไรในชีวิต อย่างผมนี่ผมอยากได้เงินครับ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียนผมรับทำงานให้คนอื่นแล้วก็คิดตังค์เขา เอาตังค์ไปซื้อของเล่นที่ตัวเอง ชอบ ทุกวันนี้ผมทำงานออกแบบเพราะใจรักก็จริง แต่ผมอยากได้เงินด้วย ตัวเราต้องสบายด้วยครับ


« Back to Result

  • Published Date: 2008-09-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป