Creative Knowledge

« Back to Result | List

สัมผัสตัวตนของดีไซเนอร์คนดัง “นพปฎล พหลโยธิน” : ออกแบบด้วยวิญญาณศิลปิน

ถ้าจะพูดถึงนักออกแบบสัญชาติไทย แต่ชื่อเสียงระดับโลกที่โชว์ฝีไม้ลายมือผ่านผลงานออกแบบสารพัดประเภทนับตั้งแต่คลับ ร้านอาหาร เฟอร์นิเจอร์ไปจนกระทั่งถึงแก้วเบียร์ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ชื่อของ " อู้ นพปดฎล พหลโยธิน" ก็คงปรากฏชัดขึ้นมาทันที วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ทาง TCDCConnect ได้มีโอกาสคุยกับชายหนุ่มไฮโปรไฟล์คนนี้ถึงแง่มุมต่างๆในชีวิตการทำงาน(อันโชกโชน)ของเขา

ou_noppadol_jimthomson.jpg

สำหรับนพปฎล พหลโยธิน คุณค่าของงานออกแบบอยู่ที่ตรงไหน
(คิดอยู่นาน) ความสำคัญของงานดีไซน์อยู่ที่ "ความจำเป็น" ครับ ของทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราเป็นงานดีไซน์หมดเราไม่สามารถแยกได้ว่าอันนี้เป็นงานดีไซน์แต่อันนี้ไม่ใช่ตะเกียบ ช้อน ของเป็นร้อยเป็นล้านอย่างในโลก เกิดขึ้นมาก็เพราะความจำเป็น แล้วก็ใช้การได้ดี อย่างช้อนสังกะสีก็เป็นงานดีไซน์ที่มีประโยชน์มาก แข็งแรง อยู่ทนนาน


ปรัชญาการทำงานของคุณ
ทำในสิ่งที่เชื่อมั่นว่าอยากทำจริงๆ มีประโยชน์จริงๆ ผมจะวาดภาพในใจว่าคนจะใช้ของชิ้นนั้นอย่างไร อย่างเช่น บ้านก็ต้องเป็นบ้านที่คนอยากพัก อยากอยู่ อยากใช้เวลา ถ้าเป็นร้าน ก็ต้องดูว่าเป็นร้านที่คุ้มค่าไหม สำหรับลูกค้าที่จะเอาเงินหรือเอาเวลามาใช้หลังเลิกงาน มาร้านนี้แล้วต้องสนุก หรือถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ก็ต้องลงตัวและมั่นใจ

สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองอย่างไร
คิดอยู่ตลอดเวลา คิดไปเรื่อยๆ ก่อนนอนก็นึกถึง ตื่นมาก็นึกถึง จิตไม่เคยสงบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราทำในสิ่งที่เราชอบเราอยากทำ พอทำอะไรที่ชอบก็เกิดแรงบันดาลใจได้ไม่ยาก งานที่ทำออกมาก็มีความจริงใจ

คุณทำงานหลายแขนงมาก มีวิธีหาตัวตนหรือสร้างความสมดุลในงานเหล่านั้นอย่างไร
งานแต่ละอันมาจากตัวตนที่แท้จริงหมด ผมจะไม่ฝืน ไม่บีบอะไร ความเป็นตัวเองเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้

แล้วถ้าตัวตนของเราไม่ตรงใจลูกค้าล่ะ
ถ้าลูกค้าไม่ชอบเรา ก็มีอยู่สองทางเลือกคือ หนึ่ง ตามใจลูกค้า กับสอง ตื๊อจนสำเร็จ เรามีสิทธิไม่ทำ ถ้าไปไม่ไหวก็คงต้องถอนตัว ส่วนใหญ่คนไทยจะไม่ชอบการเผชิญหน้า โจทย์มาอย่างไร ลูกค้ามาอย่างไร ก็ จะค่อนข้างยอม แต่ถ้าเป็นทางยุโรป นักออกแบบจะหยิ่งและดื้อ ไปเปลี่ยนของเขาไม่ได้ ซึ่งบางคนเขาดื้อ แต่ก็เจ๋งจริง อย่างงานของMarcel Wanders เป็นต้น

แต่ผมว่าก็ต้องมีจุด balance ที่เราฟังทั้งตัวเองและสิ่งแวดล้อมด้วย ถ้าเราไม่ฟังสิ่งแวดล้อมเลย เราก็คงไม่มีลูกค้าถ้าฟังเขาแล้วนำมาปรับใช้ได้โดยไม่ต้องคิดมากก็โอเคครับ

การทำงานให้กับบริษัทคนไทยและบริษัทคนต่างชาติ มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
การทำงานจะมีสองส่วนคือ หนึ่ง ลูกค้า กับสอง ผู้รับเหมา ซึ่งเป็นผู้ผลิตงาน ในต่างประเทศลูกค้าจะปล่อยให้เราทำงานไม่ค่อยมายุ่ง แต่ผู้รับเหมามักจะมีปัญหาคอยบอกว่า "อันนี้ทำไม่ได้ อันนี้แพง ช่วยทำให้ง่ายลงหน่อย" แต่ของไทย ลูกค้าจะลงมามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย มาลงมือทำอะไรเองหลายๆ อย่าง แต่ผู้รับเหมาไทยจะตอบเราว่า "ได้" ไว้ก่อนตลอดซึ่งแต่ละแบบก็ดีอย่างเสียอย่าง

ชอบที่ไหนมากกว่ากัน
ที่เมืองไทยสบายกว่ามาก เพราะมีกฎเกณฑ์น้อย อย่างในต่างประเทศบางที่ก็มี Conservation area เป็นบริิเวณที่เขาอนุรักษ์ไว้ ก่อสร้างไม่ได้ หรืออย่างในอเมริกา เราจะมาออกแบบราวที่ระเบียงตึกตามใจไม่ได้นะครับ เพราะเขามีข้อกำหนดว่า ห่างไม่เกิน 4 นิ้ว (100 มม.) เด็กต้องไม่ตกลงมาได้ ลูกเทนนิสต้องไม่ออกมาได้ หรือห้ามยื่นออกมาเกินเท่านั้นเท่านี้ เมืองไทยมีอิสระกว่า

การตอบรับกับ trend สำคัญแค่ไหนในการออกแบบ
Trend ค่อนข้างเล็ก แต่การเลือกใช้สอยจะไม่ค่อยโดนกระทบเท่าไร อย่างเช่น Habitat ของที่วางหน้าร้านคิดเป็น 5% ของสินค้าทั้งหมด แต่ของที่ซื้อจริงอย่างโซฟา อาจจะไม่เปลี่ยนเลยหลายปี trend ช่วยให้การบริโภคหมุนเวียนแต่จริงๆแล้วเราก็มีอะไรที่เป็นของประจำๆ อยู่แล้ว เมนูเล่มหนึ่งอาจจะมีอาหารหลายอย่าง แต่เราก็สั่งกะเพราไก่ไข่ดาวเป็นของที่ต้องมีตลอดเหมือน bread and butter

ในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า นักออกแบบไทยควรคำนึงถึงคุณค่า (value) อะไรเป็นพิเศษบ้าง เพื่อให้
ตอบโจทย์ตลาดโลก
จงเชื่อมั่นในตัวเอง และฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ ตลาดโลกเป็นตลาดใหญ่ที่เจาะเข้าไปยาก การจะให้โลกยอมรับผลงานจากเราก็ค่อนข้างลำบาก เพราะกระแสออกมาจากตะวันตก ทั้งนิตยสาร โรงเรียน แกลเลอรี่ ทางตะวันตกเขามีเยอะมาก แต่ที่เมืองไทยมี TCDC ซึ่งผมว่าเป็นหน่วยงานที่ดีมาก เป็นหน่วยงานสนับสนุนที่มีอะไรให้เยอะมาก ยังไม่เคยเห็นในประเทศไหนดีเท่านี้ แต่ในต่างประเทศ นักออกแบบได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากกว่า เขาให้คุณค่ามากกว่าแต่ถึงอย่างนั้น แบรนด์อย่าง Harrn and Thann ก็ใช้เวลาแค่ 6 ปีครองตลาดผลิตภัณฑ์ spa ได้ คือถ้าของน่าใช้จริง ต่างประเทศเขาก็ให้การยอมรับในทันที เราต้องทำในสิ่งที่เหมาะและใช่จริงๆ อย่างถ้าให้เราไปออกแบบเฟอร์นิเจอร์แข่งกับเขาคงสู้ลำบาก แต่ก็ต้องฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆนะครับ

คุณนิยามคำว่า Contemporary Thai ไว้อย่างไร
พูดลำบาก มีหลายอย่างที่เป็นของไทย แต่หลายอย่างก็ไม่ใช่ Harnn and Thann และ Ayodhya ก็เป็นไทย แต่ว่า เอาไปใช้ต่างแดนได้ มันคงต้องเป็นของใช้จริงๆ ไม่ใช่แค่ exotic อย่าง incense burner (ชี้ไปที่ burner ดินเผาอันหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ) อันนี้ หน้าตาไทยๆ ผิวด้านสีดำ เอาไปวางในบ้านโบราณก็เวิร์ค เอาไปไว้ที่ไหนก็เวิร์ค ง่ายดี

วัฒนธรรมดั้งเดิมกับวัฒนธรรมร่วมสมัยจะเดินไปด้วยกันอย่างไรในปัจจุบัน
จริงๆแล้ววัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ไม่ขาดสาย มันเหมือนเชือกแต่อยู่คนละปลายเท่านั้นเอง อันนี้แล้วแต่ดีไซเนอร์แต่ละคนฝืนไม่ได้ บางคนไม่สนอะไรที่ใหม่สด ก็ไม่มีอะไรผิด ในความเป็นจริงเราหนีความเก่าหรือใหม่ไม่ได้อยู่แล้ว ศิลปะเป็นสิ่งที่มีอยู่รอบตัวเรา การหนีหรือการไม่หนีมันก็ก่อให้เกิดความเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นอยู่ดี เพราะฉะนั้น อะไรที่เข้ากันได้ก็ดีหมดครับ

ในฐานะ Creative Director ของจิม ทอมป์สัน วางเส้นทางให้กับแบรนด์ไว้อย่างไร
ผมรับผิดชอบที่เมืองนอกมากกว่า จิม ทอมป์สันของไทยดีอยู่แล้ว ถ้าไปเปลี่ยนอะไรก็คงจะสับสน ผมจะดูพวกshowroom พวก presentation มากกว่า ส่วนที่ต่างไปจากเมืองไทยก็จะเป็นสินค้าที่เมืองไทยค่อนข้างจะเป็นของที่ระลึก แต่ที่เมืองนอกจะเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันเสียมาก ซึ่งก็มีการตอบรับที่ดีจุดขายของแบรนด์ JT ที่ขายเมืองนอกจะเหมือนกัน มี presentation เหมือนกัน แต่จะต่างตรงที่สินค้า เพราะรสนิยมคนไม่เหมือนกัน อย่างในยุโรปกับอเมริกาก็ไม่เหมือนกัน เราจะมีทีมท้องถิ่นทำงานอยู่ มีการประชุม designmeeting ปีละ 12 ครั้ง

อะไรที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคสำคัญ และคุณจัดการกับมันอย่างไร
อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่การออกแบบ แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างคน (human relations) มากกว่า พอคนเราคิดไม่ตรงกันก็ทำให้หนักใจเวลาทำงานออกแบบ แต่การออกแบบก็คือต้องออกแบบให้คนอื่นเป็นหลัก เราก็เลยต้องทำใจ ต้องพยายามปลง มันแล้วแต่กรณี ถ้ามีปัญหาไม่พอใจกัน เราก็ต้องช่วยกันพาให้มันรอดไปให้ได้

แล้วเรื่องประทับใจที่สุด
(คิดนาน) พอเราเริ่มมีอายุก็จะชอบมองย้อนถึงช่วงที่เพิ่งเริ่มทำงาน ตอนนั้นเราทำเรื่องเล็กๆน้อยๆได้สำเร็จ เราก็ตื่นเต้นแล้ว ตื่นเต้นกับของง่ายๆ เหมือนเด็กครับ แต่พอเวลาผ่านไป เราก็เคยชิน รู้สึกตะกละ ต้องหรูต้องใหญ่ หลังๆ พอทำอะไรเสร็จ ความตื่นเต้นมันลดลง ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยได้เก็บ record งานตัวเองด้วย บางทีลืมงานบางชิ้นไปเลยก็มี แต่ที่ลืมไม่ลงที่สุดคือ HK 97 (เก้าอี้ stainless steel ที่ออกแบบเป็นที่ระลึกในการคืนเกาะฮ่องกงของอังกฤษให้กับจีน) ถือว่าเป็นผลงาน icon เลยทีเดียว สำหรับนักออกแบบ สิ่งที่จะ identify ตัวเขาได้ดีที่สุดส่วนมากจะเป็นเก้าอี้ครับ

คิดว่าประสบความสำเร็จในชีวิตหรือยัง
แต่ละวันก็ต่างกันไป ยังไม่ผ่านจุดที่คิดว่าตัวเองสำเร็จหรือคิดว่าอยากจะหยุดแล้ว ผมว่าคงไม่มีใครตอบว่าพอใจแล้วหรอก คงเป็นนิสัยมนุษย์ที่ไม่ให้โอกาสตัวเองพอใจ ถ้าคนพอใจง่าย โลกคงขาดงานดีไซน์ดีๆ

ชอบอ่านหนังสืออะไรบ้าง
ไม่ค่อยอ่านครับ เป็นคนใจร้อน ชอบดูรูป ได้ใจความเร็วดี เราอ่านในรูปได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่สนใจมากๆ ก็จะอ่านตำราไปเลย ส่วนเรื่องแต่งผมจะอ่านบ้างเวลาเดินทาง แต่มีหนังสือที่ขาดไม่ได้จริงๆคือนิตยสาร Octane เป็นหนังสือรถแข่ง เป็นความชอบส่วนตัวครับ ชอบรถแข่ง รถเก่า

ทำไมจึงเขียนหนังสือ Living with Zen
Zen เป็นการออกแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย เป็นธรรมชาติ ไม่ฝืน ไม่บีบ นำมาใช้ได้กับทุกอย่างในชีวิต

สุดท้าย อยากฝากข้อคิดอะไรให้นักออกแบบรุ่นใหม่
ให้เข้มแข็ง ใจเย็น ชีวิตของดีไซเนอร์ไม่ได้ง่าย คนเรียนดีไซน์เยอะมาก แต่ 80-90% ไม่ได้ทำงานดีไซน์ แม้จะเรียนมาดี แต่การทำงานจริงก็ยาก บางคนคิดว่าการเป็นศิลปินแค่แต้มๆสีก็ขายได้เป็นล้าน แต่ศิลปินส่วนใหญ่ก็มักจะดังตอนตายไปแล้ว ในโลกจริงมีศิลปินอดตายเยอะครับ


« Back to Result

  • Published Date: 2008-08-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป