Articles

« Back to Result | List

Creative Consumption : จากการบริโภคอย่างสร้างสรรค์สู่การเกิดนวัตกรรมใหม่

handkerchief_578px.jpg

แนวทางที่นำไปสู่การเกิดสิ่งใหม่ในวัฒนธรรมการบริโภคมีหลากหลายแนวทาง แต่เราพบว่า คนที่กำลังลงมือทำอะไรใหม่ๆ ส่วนใหญ่อยากที่จะเป็นนักคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinker) และเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดนวัตกรรม ทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า แล้วอะไรคือ "ความคิดสร้างสรรค์" เหล่านั้น?

การบริโภคอย่างสร้างสรรค์
เราเชื่ออยู่เสมอว่า สุดยอดไอเดียต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมการบริโภคหรือนวัตกรรมทางเทคโนโลยีก็ดี มักเกิดจากความสามารถในการคิดนอกกรอบของบรรดาผู้บริโภค ที่นึกสนุกกับการคิดและอยากแก้ไขปัญหา ทำให้เราพยายามวิเคราะห์หาเหตุและปัจจัยที่จู่ๆ ก็ทำให้วิถีการบริโภค (ที่พ่วงความคิดสร้างสรรค์เข้าไปด้วย) กลายเป็นอีกเส้นทางสำคัญที่นำไปสู่การเกิดนวัตกรรมใหม่ จงลืมกระบวนการสร้างสรรค์ในโลกศิลปะไปก่อน ลองนึกถึงแค่รูปแบบของการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ง่ายๆ ในสังคมรอบตัว ดูสิว่า รอบตัวคุณมีใครบ้างที่ชอบทำอะไรแปลกใหม่ แตกต่างไปจากคนอื่นๆ ในสังคม และ
อะไรคือลักษณะที่เหมือนกันของคนที่มีหัวคิดสร้างสรรค์เหล่านี้

เราพบว่า การบริโภคแนวสร้างสรรค์ มีพื้นฐานอยู่บนความไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ กรอบความคิดหรือกระแสการบริโภคเดิมๆ ในสังคม ยกตัวอย่างเช่น การผลิตไวน์ด้วยกรรมวิธีสร้างสรรค์ใหม่ๆ ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ที่ยึดติดกับค่านิยมการบริโภคไวน์ ที่ต้องเคร่งครัดตามสูตรต้นตำรับ หรือตามที่ปรมาจารย์ด้านเทคนิคการผลิตเคยกำหนดไว้

เพราะการสร้างกรอบความคิดจากพื้นฐานความรู้เดิมนั้น เป็นเพียงวิธีการรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ชอบเรียกตัวเองว่า "ผู้รู้" หรือ "ผู้เชี่ยวชาญ" มากกว่าผู้ที่เป็น "นักคิด" หรือ "นักสร้างสรรค์" แนวคิดลักษณะนี้จะให้ความสำคัญกับ "องค์ความรู้" มากกว่า "การลงมือปฏิบัติ"

ความแตกต่างดังกล่าว แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ลงตัวระหว่างรูปแบบความเชื่อที่มีอยู่เดิมกับแนวคิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในวัฒนธรรมการบริโภคยุคปัจจุบัน

แม้ว่าการเผยแพร่ความเชื่อและค่านิยม จะทำให้สังคมมีความรู้ความเข้าใจที่มากขึ้น สามารถกระตุ้นการบริโภคในตลาดสินค้าแบบพรีเมียมได้ (โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ความรู้ด้านฝีมือ หรือทักษะในการผลิตสินค้าเหล่านั้น) ตรงนี้เราถือว่าเป็นเพียงแค่ "การแนะนำสินค้าด้วยมุมมองที่สร้างสรรค์" เท่านั้น เพราะกลไกที่เหลือก็คือ การรอดู ความเปลี่ยนแปลงของกระแสการบริโภค และรอคอยความต้องการบริโภค (demand) ที่จะเกิดขึ้นตามมา

แต่สำหรับ"แรงผลักดันของความสร้างสรรค์" ที่เราอยากจะพูดถึงนี้ ไม่ได้มีพื้นฐานจากภูมิปัญญา หรือองค์ความรู้แต่อย่างใด มันเกิดจากความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะคิดต่างทำต่าง เป็นความต้องการที่จะฉีกกฎเกณฑ์และกรอบความคิดที่คนส่วนใหญ่ยึดถือ ที่สำคัญที่สุดเป็นการใช้ ความสามารถ (ไม่ใช่ทัศนคติหรือค่านิยม) เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในวัฒนธรรม การบริโภค โดยทลายเส้นแบ่งระหว่าง "การบริโภค" กับ "การผลิต" ให้หมดไป

นี่คือภาวะที่กำลังเกิดขึ้นในวัฒนธรรมการบริโภคยุคใหม่ ผู้บริโภคเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ผลิต (หรือสร้างสรรค์)เสียเอง พวกเขาไม่ได้มองสินค้าเป็นเพียง "วัตถุเพื่อการบริโภค" อย่างที่เคย แต่มองมันเป็น "วัตถุดิบ" ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่และประยุกต์ใช้มันตามจินตนาการของตัวเอง

ผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์
เพราะความสนุกที่ "นักบริโภค นักคิด" เหล่านี้ค้นพบ ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแสค่านิยม หรือการสร้างกรอบความคิดอย่างในอดีต แต่เกิดจากการทดลอง ผสมผสานผลผลิตทางวัฒนธรรม ที่มีอยู่เดิม อย่างเช่น ไอเดียการใช้เศษผ้าต่างสีต่างลายหลายร้อยชิ้นมาเย็บต่อขึ้นเป็นผ้าคลุมเตียง ลวดลายแปลกตา หรือเทคนิคการมิกซ์เพลงหลายๆ เพลงซ้อนทับกันกลายเป็นประสบการณ์ทาง ดนตรีแนวใหม่

นี่คือตัวอย่างของ "ผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์" โดยสิ่งที่ผลักดันพวกเขาไม่ใช่ชื่อเสียงหรือเงินทอง แต่เป็นเรื่องของระบบความคิดและพฤติกรรมของคนที่ "ชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์" ถ่ายทอดมันออกมาเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน

นักบริโภค นักคิดที่สร้างสรรค์เหล่านี้มักเป็นผู้สร้างกรอบหรือกฎเกณฑ์ใหม่ในอนาคต ซึ่งก็จะถูกฉีกทิ้งโดยนักคิดนอกกรอบคนต่อๆไป ตามวิถีของความสร้างสรรค์ในวัฒนธรรมการบริโภค

การฝึกนิสัยให้มีภาวะผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์นี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็น มือสมัครเล่นหรือมืออาชีพก็ตาม สิ่งเดียวที่มืออาชีพจะได้เปรียบ ก็คือ ความสามารถในการสื่อสาร อธิบายถึงที่มาของความคิดได้ดีกว่าบรรดามือสมัครเล่น ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องสื่อสารทั้งกับ เพื่อนร่วมงาน ซัพพลายเออร์ และลูกค้ามานับครั้งไม่ถ้วน

คุณสมบัติร่วมของผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์

  • ตระหนักเสมอว่า กรอบของสังคมเป็นตัวจำกัดขอบเขตของความคิดสร้างสรรค์
  • ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ กรอบความคิด หรือกระแสนิยมที่สังคมกำหนด
  • เรียนรู้ความสำเร็จสูงสุดจากการได้ลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่จากการมีแต่ความรู้
  • มีส่วนร่วมในการคิดค้น ออกแบบ เพื่อทลายกำแพงของการสร้างสรรค์
  • หมั่นแสวงหาวัตถุดิบสำหรับใช้ผลิตผลงานสร้างสรรค์
  • มุ่งมุ่นตั้งใจเต็มที่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
  • นัยสำคัญทางการสร้างสรรค์
    สำหรับการดำเนินธุรกิจขนาดกลางที่ยังต้องฝ่าฟันกับการสร้างความแตกต่างให้สินค้า ในตลาดการแข่งขันซึ่งแตกออกเป็นสองขั้ว (จะหรูหราหรือราคาถูก) การคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณสมบัติของผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วย ขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาให้ได้มาซึ่งประสบการณ์ใหม่ทางการบริโภค

    หมายความว่าการจะสร้างสรรค์แนวคิดที่ฉีก แหวก แปลกใหม่ ให้เกิดขึ้นได้นั้น นอกจากต้องอาศัยมันสมองของนักการตลาดหรือนักสร้างแบรนด์เจ๋งๆแล้ว ธุรกิจนั้นยังต้องการทรัพยากรบุคคลทั้งหมดที่มีความมุ่งมั่นเดียวกันกับสิ่งที่แบรนด์ต้องการจะนำเสนอให้กับผู้บริโภคด้วย

    ข้อมูลจาก http://www.tinderboxthg.com/
    illustration by Cheunpis Suwanbhanu
    รูปจาก
    http://www.videojug.com

    « Back to Result

    • Published Date: 2008-07-30
    • Resource: www.tcdcconnect.com