Articles

« Back to Result | List

บทสัมภาษณ์ คริส พาวเวลล์ ประธาน NESTA ประเทศอังกฤษ

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล 

powell_int1.jpg

นับเป็นโอกาสอันดีที่ทาง TCDC ได้รับเกียรติจาก คริส พาวเวลล์ ประธาน National Endowment for Science Technology and the Arts (NESTA) ประเทศอังกฤษ มาบรรยายในหัวข้อเรื่อง "ความท้าทายของนโยบาย เศรษฐกิจบนพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์และบทเรียนจากประเทศอังกฤษ" ในงานสัมมนา Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ เมื่อวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งทางคุณคริสก็มีทั้ง ข้อมูล สถิติ และตัวเลขต่างๆ เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจบนพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์ (หรือ Creative Eco- nomy) ที่ประเทศอังกฤษได้ริเริ่มบุกเบิกจนสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมบนพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์ (หรือ Creative Industries) กลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้เป็น อันดับต้นๆ และทำให้ประเทศอังกฤษก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเรื่อง Creative Economy ชนิดที่ใครๆก็ต้องใช้เป็น กรณีศึกษาและ ว่าจ้างกันมาเป็นที่ปรึกษาเลยทีเดียว

โดยภายหลังจบการบรรยาย คุณคริสได้สละเวลาพูดคุยกับตัวแทนจาก TCDCCONNECT ให้พวกเราได้รู้จักกับ ชายมากความสามารถคนนี้ในมุมอื่นๆด้วย นอกเหนือจากบทบาทการทำงานที่ NESTA

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประสบการณ์การทำงานของคุณ

สำหรับผมคือเพื่อนร่วมงานสมัยที่ผมเริ่มทำงานบริษัทโฆษณาในช่วงปี 1960 ตอนนั้น เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยว หัวต่อของประเทศอังกฤษ หลังจากจบจากมหาวิทยาลัยผมได้เริ่มงานที่บริษัทโฆษณา(ในช่วงเริ่มก่อตั้งใหม่ๆ) ซึ่งสมัยนั้น ผมไม่มีความเข้าใจเรื่องงานโฆษณาเลยคิดว่า บริษัทโฆษณาเป็นที่รวมของคนที่คิดว่าตัวเองเก่ง และดีกว่าคนอื่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ แต่แล้ว เมื่อมีกระแสการปฏิวัติทางวัฒนธรรมครั้ง ใหญ่ในอเมริกา (ในช่วงปลายยุค 60s) ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในอังกฤษเช่นกัน โรลลิ่งสโตนก็โด่งดังสุดขีด ตอนนั้นอังกฤษเหมือนเป็นศูนย์กลางของโลก นั่นทำให้การทำงานกับบริษัทที่เพิ่ง ก่อตั้งใหม่ ช่วงนั้นกลายเป็นเรื่องสนุกน่าตื่นเต้น เป็นเวลาที่เรายังไฟแรง มีเงิน มีความสำเร็จ แม้แต่วันอาทิตย์ ก็เป็นวันทำงานที่น่าพอใจผมทำอยู่ที่บริษัทโฆษณาจนกระทั่งผมเกษียณจากงานประจำนั่นแหละครับ

ตอนนี้บริษัทยังอยู่ไหม

อยู่ครับ ตอนที่ผมออกจากบริษัท บริษัทนั้นเป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอังกฤษ มีชื่อเสียงในระดับต้นๆ และมีทีมงานที่เก่งมากครับ

ก็เท่ากับคุณเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

เป็นผู้ร่วมก่อตั้งระดับจูเนียร์

จากบริษัทโฆษณามาทำงานด้านการกำหนดนโยบายหนักๆที่
NESTA ได้อย่างไร
ที่จริง NESTA ไม่ได้กำหนดนโยบาย รัฐบาลเป็นคนกำหนดนโยบาย เราประชุมกันทุกสัปดาห์ NESTA เป็น องค์กรที่ต่างไปจากองค์กรทั่วไป ผมว่าไม่น่าจะมีองค์กรไหนในโลกที่มีลักษณะเหมือนกับ NESTA อีกแล้ว คือ NESTA มีหน้าที่ในการร่วมคิด ทำวิจัย แล้วเสนอเนื้อหาตรงนั้นให้กับรัฐบาลเพื่อประกอบการกำหนดนโยบาย NESTA ถือกำเนิดขึ้นจากกฎหมายรายได้ของรัฐบาลที่มาจากพรรคแรงงานเมื่อสิบปีที่แล้ว ก่อตั้งโดยเงินที่ได้ มาจากสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนเงิน 300 ล้านปอนด์ NESTA จึงมีรายได้จากดอกเบี้ย ทำให้เป็นองค์กรที่ พึ่งตัวเองได้และไม่ต้องทำตามที่รัฐบาลกำหนด เรากำหนดกลยุทธ์เองได้ ไม่เหมือนกับองค์กรอื่นที่ต้องใช้เวลา พักใหญ่ในช่วงเริ่มต้น คุณรู้ไหมในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา ไม่มีองค์กรไหนเลยในอังกฤษที่ทำหน้าที่ผลักดันการเริ่มต้นใหม่ๆ ไม่ว่าจะด้าน เงินทุนด้านนวัตกรรม ด้านนโยบาย ด้านการวิจัย หรือการสนับสนุนคนในอังกฤษริเริ่มที่จะทำอะไรเป็นของตัวเอง ไม่มีใครให้คำปรึกษากับผู้คนเรื่องการประเมินความเสี่ยงหรือแนวทางในการคิดนอกกรอบอย่างเป็นเรื่องเป็นราว NESTA เกิดขึ้นมาก็เพื่อช่วยผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น เราทำการสำรวจและวิจัยเพื่อเสนอข้อมูลให้กับรัฐบาล ในการกำหนดนโยบาย ที่น่าสนใจคือ เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อฝึกอบรมด้านนวัตกรรมและแนวโน้มขึ้นโดยเฉพาะ เป็น ครั้งแรกที่รัฐบาลอังกฤษมีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้เป็นของตนเอง ซึ่ง NESTA เป็นองค์กรที่ริเริ่ม การจัดตั้ง หน่วยงานนี้ด้วย

NESTA
ให้เงินทุนกับโครงการหรือผู้ประกอบการ หรือให้ความช่วยเหลือด้านการเงินด้วยหรือไม่
ไม่ครับ เราไม่ได้ให้ทุนกับใคร แต่เราเป็นผู้ร่วมลงทุนได้ เราเป็นผู้สนับสนุนให้มีการริเริ่มโครงการนวัตกรรม เป็นผู้ลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นทุนของเอกชนไม่ใช่ของรัฐบาล

ส่วนตัวแล้วคุณชอบอ่านหนังสือประเภทไหน
ก็อ่านได้หมดแหละครับ สำหรับผมทุกอย่างน่าสนใจไปหมด ผมไม่เข้าใจว่า จะมีสิ่งหนึ่งน่าสนใจไปกว่าอีกสิ่งหนึ่ง ได้อย่างไร แต่ถ้าจะพูดโดยทั่วๆไปแล้ว ผมชอบอ่านหนังสือชีวประวัติ นิยายสืบสวนสอบสวน บทวิจารณ์หรือเรื่อง ที่ต้องใช้ความคิดต่อ ผมชอบศิลปะ เพราะมันเป็นสิ่งเร้าของความคิดด้านนวัตกรรม แต่ศิลปะเองไม่ใช่นวัตกรรมนะครับ ไม่มีศิลปินที่เป็น ผู้ประกอบการ อย่างเช่น โกย่า โกย่าเป็นต้นฉบับแต่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการ

powell_int2.jpg

แล้วตอนนี้คุณกำลังอ่านหนังสือเรื่องอะไรอยู่
ผมอ่านอยู่สองสามเล่ม มี The Kite Runner เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศอัฟกานิสถาน ผมกำลังอ่านภูมิหลัง ของประเทศนี้อยู่ แล้วก็มี Middlemarch นิยายคลาสสิคของอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ของ George Elliot แล้ว ก็Managing Credits People ที่เขียนโดยเพื่อนร่วมงานของผมเองจากบริษัทโฆษณาที่อ่านสามเล่มนี้เพราะรู้สึก ว่าอ่านเรื่องเดียวแล้วเบื่อเลยสลับกันอ่าน

ในอาชีพของคุณ อะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดเท่าที่คนเราจะทำขึ้นมาได้
ความน่าเบื่อ ความน่าเบื่อเป็นตัวฆ่าโฆษณา ที่จริงก็ฆ่าทุกสิ่งทุกอย่างแหละ อย่างเช่น การดูโทรทัศน์ คุณเปิด ขึ้นมาแล้วคุณก็รู้สึกเบื่อ แทนที่จะรู้สึกบันเทิง ดังนั้นสิ่งที่แย่ที่สุดในวงการโฆษณา คือ ความน่าเบื่อ ลูกค้าคุณอาจจะบอกว่า จะเอาอย่างที่ไม่เคยมี ไม่เอาแบบเก่า แต่ในความจริง คนเราเคยพบเห็นอะไรเก่าใหม่ ไม่ เหมือนกัน ฉะนั้น ของใหม่ก็อาจกลายเป็นของเก่าน่าเบื่อของบางคน จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ

คุณจะให้คำจำกัดความของ
"Creative City" อย่างไร
ปัญหาอยู่ที่มันเป็นคำที่เกร่อมาก สำหรับผม Creative หมายถึง นวัตกรรมหรือการเริ่มต้นใหม่ มีหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เราน่าจะได้อ่านกัน (แต่ก็หายากเสียแล้ว ในอังกฤษไม่มีการพิมพ์กันแล้ว) นั่นก็คือเรื่อง The Art of Creation เป็นหนังสือที่พูดถึงสิ่งที่ผมกำลังหมายถึงอยู่นี่แหละ บ่อยครั้งที่คนเราใช้คำว่า creative ในความหมายแทนคำว่า variedแต่creative ควรหมายถึง new และ original รวมถึงการกระทำที่มีความ new และ original ด้วย

เมืองไหนในโลกที่คุณชอบ

ผมว่ามันเป็นภาพลวงตา เมื่อคุณอยู่ในเมืองเมืองหนึ่งในฐานะนักท่องเที่ยว คุณอาจจะชอบมัน แต่เมืองนั้นอาจไม่ ใช่เมืองที่น่าใช้ชีวิตอยู่ก็ได้ นิวยอร์คมีแต่ความเคลื่อนไหว แคลิฟอร์เนียก็อากาศดี อินเดียมีสีสันและผู้คนที่คราคร่ำ เมืองจีนก็มีเรื่องน่าตื่นตะลึงมากมาย ทุกที่ในโลกล้วนแล้วแต่กระตุ้น เร้าอารมณ์ของคุณได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าจะถาม ผม ก็ชอบลอนดอน ในแง่ที่มันเป็นเมืองที่มีความสร้างสรรค์ มีความหลากหลาย เป็นเมืองเปิด มีนิทรรศการให้ดูมาก มายตลอดเวลา ผมเติบโตขึ้นในชนบท พอมาเรียนที่ลอนดอน ผมรู้สึกว่า มันช่างเป็นเมืองที่ใหญ่และมีชีวิตชีวา เหลือเกิน

ถ้าคุณเป็นนายกรัฐมนตรีได้หนึ่งวัน คุณจะทำอะไร

อาจจะทำอะไรที่ให้ผู้คนได้มามีส่วนร่วมมากขึ้น ผมว่ารัฐบาลมัวแต่คิดว่าพวกเขาต้องจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง รัฐบาล สามารถให้ความช่วยเหลือได้ แต่เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะดูแลให้ทั่วถึง ประชาชนต่างหากต้องจัดการดูแลกันเอง ถ้าจะให้รัฐบาลเข้ามาดูทั้งหมด อาจจะทำให้อะไรๆยากขึ้นไปอีก

แปลว่าคนท้องถิ่นควรเข้ามามีส่วนร่วมกับนโยบายได้

ที่ประเทศอังกฤษ รัฐบาลไม่สบายใจถ้าประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมเท่าที่ควร แต่ผมว่าความคิดแบบนี้มันเป็นมายา คติมากกว่า รัฐบาลก็คิดว่าเรากำลังทำงานสำคัญ ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในขณะที่ประชาชนก็มัก กล่าวว่ารัฐก็ทำงานในส่วนของรัฐไป อย่ามายุ่งกับผมมาก ฉะนั้น ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องการมีส่วนร่วมของคนกับรัฐหรอก ผมอยากให้คนริเริ่มจัดการกันเอง โดยให้รัฐบาลเข้า มาอำนวยความสะดวกมากกว่า

คุณจะหยิบยกประเด็นอะไรขึ้นมาเป็นตัวแทนของประเทศและวัฒนธรรมไทย

ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องผู้คนที่มีอัธยาศัยและน้ำใจดี เมื่อพูดถึงประเทศไทย ผมไม่ได้มองแค่เฉพาะสถาปัตย- กรรม แต่หมายถึง ผู้คน สถานที่ท่องเที่ยว ศาสนาพุทธ วัด และวัง ซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ดีเยี่ยม เป็นความโชคดี ของคนไทยครับ

หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของ NESTA สามารถค้นหาได้ที่
http://www.nesta.org.uk/


« Back to Result

  • Published Date: 2008-07-25
  • Resource: www.tcdcconnect.com