Articles

« Back to Result | List

Be inspired by เงาอัตลักษณ์ไทยในพิพิธเพลิน

ndmi_.jpg

นิทรรศการ “เรียงความประเทศไทย” ที่มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนไทม์แมชชีนพาเราเดินทางย้อนข้ามกาลเวลากลับไปสืบเสาะที่มาและค้นหารากเหง้าของตัวเองว่า "เราคือใคร" "คนไทยมาจากไหน" "อย่างไรคือไทยแท้" ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีใช้เป็นตัวตั้งในการศึกษาค้นคว้าวิจัยกันมาช้านาน ไม่ว่าจะมีการค้นพบหลักฐานเพิ่มเติมทางโบราณคดีหรือข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อเท็จจริงและอาจนำมาสู่ข้อสรุปเพื่อตอบคำถามที่ตั้งกันไว้หรือไม่อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากนิทรรศการและการทำงานของผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นคือเรากำลังจริงจังกับการพยายามค้นหาตัวตนที่แท้จริงของชาติพันธุ์ไทย

ndmi1.jpg

เงาอดีต-ภาพปัจจุบัน
การศึกษาประวัติความเป็นมา และตัวตนที่แท้จริงของตัวเองทำให้เรามองเห็น "ภูมิปัญญาอันน่าเคารพ" ของบรรพชนที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และจุดประกายไฟในการสรรค์สร้างผลงานของเราในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่ การออกแบบอาคารบ้านเรือนที่สอดรับกลมกลืนกับธรรมชาติเป็นอย่างดี (ไม่เหมือนคนในยุคปัจจุบัน ที่ยังหลับหูหลับตาสร้างตึกทรงยุโรป และมีแม้กระทั่งเตาผิงอยู่ในบ้าน!) การออกแบบเมืองที่ใช้แม่น้ำลำคลองเป็นทางสัญจรและทางระบายน้ำ (จึงตอบคำถามในยุคปัจจุบันว่า เมื่อเปลี่ยนมาใช้รถเป็นยานพาหนะ รถเลยติด น้ำเลยท่วม เพราะเมืองไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้รถและถนนตั้งแต่แรก แถมพื้นที่ยังอยู่เกือบระดับเดียวระดับน้ำทะเล) หรือเสน่ห์ของเครื่องมือเครื่องใช้ที่สร้างขึ้นจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปจนกระทั่งถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ ข้าวปลาอาหาร ยิ่งเพ่งพิจารณาให้ละเอียด ยิ่งพบเห็นแต่แสงเงาของ "ภูมิปัญญา" ที่ฉาบฉายอยู่ในอิฐทุกๆ ก้อนและข้าวทุกๆ เม็ด ยิ่งหากมองลึกลงไปถึงค่านิยมและวิถีการมองโลก ก็จะพบกับความน่าอัศจรรย์ใจของสังคมอันเป็นที่บรรจบรวมของวัฒนธรรม อันหลากหลาย (พ่อค้าจากจีน เปอร์เซีย มลายู ตะวันตก แรงงานจากมอญ เขมร ฯลฯ) อยู่ร่วมกันอย่างผสานผสมกลมกลืน

ndmi2.jpg

กระจกอดีต-เงาอนาคต
"เงาอดีต" ดังกล่าว หากนำมาผนวกดัดแปลงให้เข้ากับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม ค่านิยม และการให้คุณค่าต่อสิ่งต่างๆ ในโลกยุคปัจจุบัน ก็น่าจะเพิ่มคุณค่าและสะท้อนความเป็นตัวตนในผลงานสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทยได้มากขึ้นเคยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเราเห็นผลงานชิ้นหนึ่ง ทำไมเรามักจะบอกได้แทบจะทันทีว่า งานชิ้นนั้นน่าจะออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่น แล้วก็มีคนตอบคำถามต่อข้อสังเกตนั้นว่า เป็นแก่นคุณค่า (core value) บางประการที่แฝงอยู่ในสาระบบแห่งจิตสำนึก (mentality) ของคนญี่ปุ่นในแต่ละยุคสมัยไม่ว่าจะเป็นความเรียบง่ายและกลมกลืนแบบเซ็นและมินิมัลลิสม์ ความงามของรอยตำหนิตามธรรมชาติแบบปรัชญาวะบิ-ซะบิ การแสวงหาความเป็นวีรบุรุษผู้พิทักษ์โลกและทัศนคติของความไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคอันยากลำบาก (ผ่าน manga เป็นพันๆ หมื่นๆ เรื่อง) หลังแพ้สงครามโลก ความขัดแย้งในตัวเองและการพยายามหลีกหนี หรือละทิ้งกฎเกณฑ์ทางสังคมเพื่อแสวงหาทางออกใหม่ๆของคนเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ ฯลฯ ค่านิยมต่างๆ ที่แฝงอยู่ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบในการสะท้อนความเป็นตัวตนของนักออกแบบชาวญี่ปุ่นทั้งสิ้น เอกลักษณ์ (uniqueness ไม่ใช่ stereotype!) ที่ซ่อนตัวอยู่ในผลงานจึงเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูด "คนนอก" ให้เข้าไปค้นหา "ความงาม" ที่เร้นอยู่เบื้องหลังความงามของผลงานชิ้นนั้นๆ

ndmi3.JPG

สำหรับเมืองไทยและคนไทย เรามั่นใจได้อย่างแน่นอนว่า ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และความเป็นตัวเป็นตนของชนชาติที่เรียกว่าคนไทยนั้น มีมิติที่หลากหลายรอให้นักออกแบบค้นหา ตีความและนำมาสรรสร้างผลงานที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้น เราคงหยุดคำว่าไทยไว้ที่ลวดลายต่างๆ ในรั้ววัดแค่นั้นเอง

« Back to Result

  • Published Date: 2008-07-14
  • Resource: www.tcdcconnect.com