Articles

« Back to Result | List

“อภิรดา” และ Potter & Wood Worker เวลา…แก่นแท้ของความงามตามธรรมชาติ

potter.jpg

เมื่อเร็วๆ นี้ คุณอ้อน อภิรดา วิริยะสิทธิ์ นักปั้นและออกแบบงานเซรามิกฝีมือดี เดินทางจากต่างจังหวัดมาเยี่ยม TCDC ด้วยธุระบางประการ เพื่อไม่ให้เสียโอกาส TCDCCONNECT จึงคว้าตัวเธอมานั่งคุย (และขุดคุ้ย) ถึงแนวคิดล้ำลึกเบื้องหลังการทำงานแบบดิบๆของเธอ ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงลุคธรรมดาคนนี้ จริงๆแล้วแอบไม่ธรรมดาเลย

เล่าถึงงานเซรามิกของคุณ
อ้อนทำงานโดยใช้ดินเหนียวจากสุโขทัย ปั้นขึ้นรูปโดยใช้แป้นหมุนเท้าถีบแบบ Tradition (แนวโบราณดั้งเดิม) เลย เสร็จแล้วใช้น้ำเคลือบจากขี้เถ้าและค่อยนำไปเผาไปเรียนการปั้นแบบนี้กับอาจารย์ที่สอนปั้นถ้วยชาที่ญี่ปุ่น โชคดีที่ได้เจอกับอาจารย์ท่านนี้ เราเรียกเขาว่า "ซุยยัง" (ชื่อจริง คือ นารูอิ ซูเนโอะ แต่คนที่นั่นเขาเรียกอาจารย์ว่า ซุยยัง เป็นภาษาท้องถิ่น) ซุยยังเขามีความพิเศษค่ะ มีปรัชญาชีวิตของตัวเอง คือเขาเลือกใช้ชีวิตเหมือนยังอยู่ในโลกของช่างปั้นสมัยโบราณ เขาว่าสิ่งสำคัญในชีวิตนักปั้น คือการที่เราได้ทำงานในทุกๆ วันอย่างเป็นธรรมชาติ สอนให้เราใส่ใจในกระบวนการ และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานนั้น

อ้อนรู้สึกว่า ตัวเองคิดตรงกับครู เราชอบความเป็นธรรมชาติ คือไม่ต้องคิดเรื่อง"ดีไซน์"ให้ตอบโจทย์อะไรมากมาย แต่ชอบ "ลงมือทำ" ในกระบวนการปั้น เราใช้เท้าถีบ มือเคลื่อน นี่คือสิ่งที่ต้องฝึกฝน เหมือนกับการภาวนา คือต้องทำไปเรื่อยๆ จนออกมาเป็นชิ้นงานในที่สุด

ผลงานจะดีขึ้นไปเรื่อยๆเอง ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเวลาที่เรามีให้กับมัน ครูบอกว่า ไม่มีช่างปั้นคนไหนทำงานออกมาได้ดีเลิศในช่วงอายุ 20 ต้นๆหรอก ช่างฝีมือต้องอาศัยการฝึกฝน ต้องทำงานจริงๆ ซึ่งอ้อนเห็นด้วย เรารู้สึกได้เอง เมื่อลงมือทำใบที่ 1 กับใบที่ 100 มันดีขึ้นจริงๆ เวลามองอาจจะเหมือนกัน แต่พอจับและใช้งานแล้ว "มันไม่เหมือนกัน"

งานออกแบบผลิตภัณฑ์ในมุมมองของคุณคืออะไร
อ้อนจบจิตรกรรมมานะคะ ตอนจบใหม่ๆก็ทำงาน Installation (ศิลปะจัดวาง) งานค่อนข้างสมัยใหม่มาก พอแสดงงานเสร็จแต่ละครั้งก็เอางานกลับบ้านด้วย พอตั้งทิ้งไว้นานๆ พ่ออ้อนเขาถามว่า "เอาไปเผาได้ไหมเนี่ย" ฟังทีแรกรู้สึกเสียใจมาก แต่ต่อมาก็คิดได้ว่า งานพวกนั้นคือ การแสดงออกถึงความคิดของเราในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งมันผ่านพ้นมาแล้ว อ้อนเลยกลับไปบอกพ่อว่า "เอาไปเผาเลย มันผ่านมาแล้ว ไม่ต้องเก็บไว้"

หลังจากนั้นอ้อนจึงมาถามตัวเองว่า "ตอนนี้อยากทำอะไร" มีคำถามในใจว่า อะไรคือสิ่งที่เราเห็นความงาม และเก็บมันไว้ในชีวิตได้ล่ะ นั่นคือจุดที่ทำให้เริ่มสนใจงานเซรามิก เพราะมันจับต้องได้ ใช้งานได้ มีคุณค่าในชีวิตจริงของมนุษย์ปุถุชน

สไตล์งานที่ถนัด
อ้อนชอบสไตล์ที่เป็นธรรมชาติ ชอบฟอร์มของดิน ชอบเนื้อวัสดุที่มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ลักษณะของดินที่หนาบางไม่เท่ากัน เป็นลักษณะของถ้วย"จริงๆ" ไม่ต้องแต่งเติมมากไป

แรงขับเคลื่อนในการคิดงาน
ประสบการณ์เป็นแรงขับเคลื่อนในการทำงาน สามารถพูดได้เต็มปากว่า "อาศัยการทำมาก" อ้อนจะไม่พยายามไปเติมแนวคิดให้กับดิน แต่เรามองหา "ความพอดี" ในการทำแต่ละครั้ง

ชิ้นงานของอ้อนจะเรียบง่ายมาก ถ้าไปเปิดหนังสือถ้วยชาโบราณดูก็จะพอเห็นภาพ ลักษณะงานคือ เราจะเห็นฟอร์มที่เกิดจากแป้นหมุนอย่างชัดเจน เกิดจากแรงที่ดึงดินขึ้นมา มันมีอยู่ไม่กี่ฟอร์มหรอกค่ะ เพราะมันเป็นไปเองตามธรรมชาติ อ้อนไม่สเก็ตช์งานเลย แต่เน้นการทำเยอะๆ

ก่อนย้ายไปอยู่เพชรบุรี คุณเคยทำงานในกรุงเทพฯ มาก่อน
เคยค่ะ เคยทำงานเป็นครูสอนศิลปะ

อยู่ต่างจังหวัดมีข้อดีข้อเสียต่างกับกรุงเทพอย่างไร
แต่ก่อนอ้อนคิดว่าตัวเองอยู่ต่างจังหวัดไม่ได้ เพราะติดกรุงเทพมาก ติดความสะดวกรวดเร็วของเมืองกรุง แต่พอไปอยู่สักพักแล้ว กลับรู้สึกว่าเหมือนได้เที่ยวตลอดเวลา มีตลาดตรงนั้น มีของกินตรงนี้ ได้ปั่นจักรยานไปที่นู่นที่นี่ เหมือนกับเวลาที่เราปิดเทอมหรือพักร้อน เพียงแต่ตอนนี้มันคือทุกวันของเรา แต่ข้อเสียก็อย่างที่บอก หลายอย่างมันก็ช้าๆ ไปบ้าง

สภาพแวดล้อมส่งผลกับการทำงานของคุณหรือไม่
มีผลมากเลยค่ะ มีช่วงหนึ่งที่บ้านและสตูดิโอ(ที่เพชรบุรี)ยังทำไม่เสร็จ อ้อนย้ายมาทำงานในห้องเก็บของที่กรุงเทพฯ รู้สึกอึดอัดมากเหมือนไม่ได้หายใจ แต่ธรรมชาติของงานเราคือ ต้องใช้เวลาในการทำ พอเรารู้สึกว่าอยากลุกออกมาจากตรงนั้นไวๆ งานก็เลยออกมาไม่ได้เรื่องเลย หรือถ้าเสียงดังมากก็ไม่ไหวเหมือนกัน เลยคิดว่าทำงานอยู่ต่างจังหวัดดีกว่า งานจะออกมาสบายขึ้น

woodmaker.jpg

ทราบมาว่าสามีคุณทำงานออกแบบเหมือนกัน แต่ทำงานไม้
ใช่ค่ะ

สองสามีภรรยาได้ทำงานร่วมกันบ้างหรือเปล่า
เราได้ทำอะไรร่วมกันมามากค่ะ ตั้งแต่ก่อนอ้อนจะทำงานนี้อีก เอาเป็นว่า การทำงานของคนสองคน อยู่ในบ้านเดียวกัน เจอกันทุกวัน อ้อนว่าก็มีผลดีนะคะ คือมีการโต้ตอบกัน สะกิดเตือนกัน ช่วยกันคิด โกรธกันทะเลาะกันก็มีบ้างล่ะค่ะ แต่นั่นทำให้ได้มีการสนทนา และทำให้งานเดินหน้าไปได้

ส่วนเรื่องของการนำงานมารวมกันก็มีบ้าง อย่างเช่นเวลาอ้อนทำแจกันหรือกาน้ำชา ก็อาจมีหูจับที่เป็นไม้เข้ามาผสม เราเคยลองทำเก้าอี้เซรามิคที่มีขาเป็นไม้ด้วย ผลงานที่ออกมาทำ ยากกว่างานที่ทำคนเดียวเยอะ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกก้าวของการทำงานเหมือนกัน คือคิดกันสองคนจากสองวัสดุ มันก็มีวิธีคิดต่างกัน คุณณุ (สามี) ทำเฟอร์นิเจอร์ก็จะมีเรื่องโครงสร้าง เรื่องการเชื่อมต่ออยู่เยอะ แต่งานอ้อนจะขึ้นรูปชิ้นเดียวจบ ไม่มีเรื่องการประกอบ เลยต้องคุยกันเยอะมาก แต่ก็สนุกดี งานออกมาเราก็แฮปปี้ ไปออกงาน BIG ก็มีคนสนใจเยอะค่ะ

potterwood.jpg

ตอนนี้ถือว่ามีแบรนด์ของตัวเองแล้วหรือยัง
ก็ใช้ชื่อตัวเอง "อภิรดา" นี่ล่ะค่ะ แต่ในงาน BIG เราใช้ชื่อว่า Potter & Wood Worker แต่อ้อนก็จะมีชื่อของตัวเอง
เป็นลายเซ็นอยู่ที่งาน

วางแผนการเติบโตในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง
ตอนนี้อยู่ในจุดที่ว่า "ขอให้ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ" อ้อนยังต้องการทำงานไปเรื่อยๆ เฝ้าสังเกตตัวเองไป อนาคตอาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาทำให้เราต้องทำงานเพิ่ม หรืออาจจะกลับไปสอนหนังสือ ยังไม่แน่ค่ะ ต้องดูไปก่อน

ความกังวลของคุณในการประกอบอาชีพนี้
เคยรู้สึกกังวลช่วงก่อนออกงาน BIG แต่พอผลตอบรับดี เราก็โอเค มันเลยจุดนั้นมาแล้ว

คิดอย่างไรกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆในปัจจุบัน
นวัตกรรมมีผลมากกับตัวผลิตภัณฑ์ อย่างตอนนี้ในวงการมีเตาเผาที่ใช้เทคโนโลยีสูงๆออกมาใหม่เยอะ เตาที่ดีก็จะเผางานออกมาได้ดีเหมือนๆกัน ควบคุมคุณภาพได้เท่ากันตลอด แป้นหมุนไฟฟ้าหรือบล็อคงาน ก็จะทำให้เราสร้างงานที่เหมือนกัน ออกมาในจำนวนมากๆได้ แต่ส่วนตัวแล้ว เราอยากให้ความสำคัญที่กระบวนการมากกว่า อ้อนมีความสุขกับการเตะแป้นหมุนการเอาฟืนเข้าเตา เรามีจุดมุ่งหมายที่ต่างออกไป

ในฐานะศิลปินนักปั้น คุณต้องการการสนับสนุนหรือความช่วยเหลืออะไรบ้าง ไม่ว่าจากทางภาครัฐหรือชุมชน
อ้อนเห็นความสำคัญของการสนับสนุนช่วยเหลือนะคะ แต่การที่เราจะเติบโตด้วยตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เอาเป็นว่า ถ้าทางรัฐมีทุนจัดสรรให้กับผู้ที่อยากเริ่มกิจการ หรือว่ามีรางวัลอย่าง Talent Thai ที่เมื่อคุณได้รางวัลแล้ว คุณจะได้ไปดีไซน์งานให้กับบริษัท หรือสามารถจองบู๊ธแสดงงานได้ในราคาถูกลง อะไรแบบนี้มันก็ดี เป็นประโยชน์กับนักออกแบบ แต่ปัจจุบัน มันยังไม่กว้างพอ มุ่งเน้นที่นักศึกษารุ่นใหม่เป็นหลัก แต่สำหรับคนที่ทำงานแล้วและมีงานออกแบบดีๆ กลับหาโอกาสขยับขยายยาก เพราะต้องใช้ทุนเยอะ ไม่ว่าจะลองตลาด ไปออกงานแฟร์ ก็ต้องใช้เงินเยอะหมดจะให้ไปกู้ธนาคาร ก็ยากเพราะเขาดูหลักทรัพย์เรา ถ้าไม่มีก็กู้ไม่ได้ น่าจะมีองค์กรที่ออกเงินกู้ให้ธุรกิจออกแบบ โดยดูจากงานออกแบบว่าดีไหม มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจหรือเปล่า ใช้เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่ต่างไปจากปัจจุบัน ก็ประมาณนี้น่ะค่ะ

หากสนใจผลงานของคุณอ้อน สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 083-1236718 หรือ
ตามที่อยู่ 22/2 ถ.พุทธบูชา ซอย 20 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150

« Back to Result

  • Published Date: 2008-07-15
  • Resource: www.tcdcconnect.com