Creative Knowledge

« Back to Result | List

ปั๊มน้ำมันกับการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม

5668.jpg

"เติมน้ำมัน" กิจกรรมที่แสนปวดใจสำหรับคนใช้รถ ไม่ใช่เฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทุกวี่วัน แต่เพราะคุณจำต้องสูบใช้พลังงานจากโลกใบนี้ไปเรื่อยๆอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บนโลกใบนี้ก็ยังมีปั๊มเจ๋งๆ ที่คำนึงถึงเรื่อง"การประหยัด" อย่างจริงจัง เขาทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเลยว่า ปั๊มน้ำมันที่ใครๆ ก็นึกถึงแต่การ "ใช้จ่าย"พลังงานออกไป จะหันมาช่วยลดความสิ้นเปลืองได้กับเขาด้วย

นี่ไง ปั๊มน้ำมัน BP Helios House ใจกลางกรุงลอสแองเจลิส เมืองใหญ่ที่แออัดไปด้วยรถยนต์ ปั๊มนี้ได้รับการออกแบบโดย Johnston Marklee & Associates of California ใช้เทคนิคการรีไซเคิลวัสดุเดิมกลับมาใช้ร่วมกับวัสดุใหม่ ซึ่งนอกจากรูปโฉมที่ดูโดดเด่นแปลกตาแล้ว หัวใจสำคัญของสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ คือ การ "ประหยัดทรัพยากร" โดยเฉพาะ
1. ระบบกักเก็บน้ำฝน เมื่อฝนตก น้ำฝนจะถูกเก็บไว้และนำไปผ่านเครื่องกรองเพื่อป้องกันการก่อตัวของไฮโดรคาร์บอน
2. ระบบผลิตพลังงาน แผ่นโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับแผ่นโลหะหลังคาสามารถผลิต พลังงานไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ แถมส่วนที่เป็นพื้นที่สีเขียวบนหลังคา เขาเลือกปลูกพันธุ์ไม้ชนิดที่ทนแล้งได้ดี ช่วยลดความร้อนภายในอาคาร (และลดการใช้เครื่องปรับอากาศไปในตัว)
3. แสงสว่าง หลังคาที่ใช้แผ่นโลหะสามเหลี่ยมมาประกอบกันนั้นทำให้เกิดมุมลาดเอียง เพื่อสะท้อนแสงสว่างภายในพื้นที่ของอาคาร สามารถประหยัดพลังงานไปได้ถึง 16%

ปัจจุบัน BP Helios House ได้รับยกย่องจาก U.S. Green Building Council ให้เป็นผู้นำด้านดีไซน์เพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม การันตีโดยเครื่องหมาย LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) และจะเป็นปั๊มตัวอย่างที่ BP ถอดแบบไปปรับปรุงปั๊มสาขาอื่นๆในอนาคตด้วย

ส่วนที่เมือง Moricetown เมืองเล็กๆ ในบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ก็มี Moricetown Gas Bar ปั๊มดีไซน์ใหม่ที่แตกต่างจากปั๊มทั่วไปเพราะสร้างจากไม้ เป็นผลงานออกแบบของ KMBR Architects ที่ใช้ไม้ซีดาร์และไม้แปรรูปในท้องถิ่นมาสร้างเป็นคานเรียงตัวกัน สื่อถึงความเสมอภาคในสังคมความภาคภูมิใจ ในฐานะชนชาติแรกและในท้องถิ่นของตนด้วย การใช้วัสดุไม้ผสานไปกับคอนกรีตช่วยลดค่าวัสดุไปได้มากทั้งยังแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย นอกจากนี้ยังมีระบบกักเก็บน้ำฝนเพื่อช่วยรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย

4565.jpg

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ ปั๊มน้ำมัน GreenStop ที่ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ปั๊มนี้มาพร้อมแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมในมุมที่ต่างไป ไม่ได้สร้างขึ้นจากสิ่งก่อสร้างเชิงนิเวศน์และไม่ได้ขายไบโอดีเซลอย่างเดียว (เพราะคนใช้รถก็ยังไม่กล้าจะใช้มัน 100 % อยู่ดี) แต่มุมกาแฟของร้านนี้สิ เขาเลือกที่จะขายผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ (Organics) ล้วนๆ ปั๊มนี้สะกิดสายตาและสะกิดใจชาวเมืองให้นึกถึงพลังงานทางเลือกด้วยกราฟฟิคสีเขียวจี๊ดจ๊าด (ในภาพ) ปัจจุบัน Greenstop ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ และกำลังขยายอาณาจักรไปทั่วทั้งประเทศแคนาดา (เป็นที่น่ายินดี) ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงก้าวเล็กๆที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อย่างน้อยเขาก็ทำให้ชาวโลกเห็นว่า "วิถีการประหยัดพลังงาน" นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกหนแห่ง แม้กระทั่งใน "วิถีของการใช้พลังงาน" เองก็ตาม

« Back to Result

  • Published Date: 2008-06-02
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป