Creative Knowledge

« Back to Result | List

Cameron Sinclair (b. 1973, England), สถาปนิกแกะดำแห่งวงการ กับปรัชญาการออกแบบเพื่อมนุษยชาติ

carmon1.jpg

Cameron Sinclair วิจารณ์สถาปนิกในปัจจุบันว่ามัวแต่หลงระเริงอยู่กับงานเลี้ยงฉลอง และชื่อเสียงที่โด่งดังของตนเองจนลืมรากเหง้าของงานสถาปัตยกรรมไป สถาปัตยกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับมนุษย์ Sinclair เชื่อว่าแก่นแท้ของงานสถาปัตยกรรมไม่ได้อยู่ที่การแสดงออกซึ่งความเป็นอัตตาของสถาปนิกแต่สถาปัตยกรรมเป็นศาสตร์ของการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับมุษย์ Sinclair เล่าให้ฟังว่าเขาส่อแววการเป็นแกะดำในวงการสถาปนิกตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นนักศึกษาในสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์แล้ว ในขณะที่เพื่อนนักศึกษาแข่งกันออกแบบอาคารที่มีสัดส่วนที่สวยงามแบบที่เหมือนกับอาคารที่ตีพิมพ์ในนิตยสารชั้นนำอย่าง Wallpaper แต่ Sinclair กลับมีความสนใจที่จะค้นคว้าเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มคนไร้บ้านในเมือง New York City

Sinclair อ่านพบเรื่องราวของผู้อพยพลี้ภัยชาว Kosovo ในหน้าหนังสือพิมพ์ ในขณะนั้นเขาทำงานเป็นสถาปนิกของบริษัทแห่งหนึ่งใน New York City เขาคิดว่าเขาควรจะต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเหล่านั้น Sinclair ใช้เงินส่วนตัวจำนวน 700 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาในการจัดการประกวดแบบที่พักอาศัยสำหรับผู้ลี้ภัยสงครามขึ้น เขาตั้งโจทย์สำคัญของการประกวดแบบว่า ที่อยู่อาศัยหนึ่งหน่วยจะต้องจุผู้ลี้ภัยได้ 10 คน, จะต้องสร้างได้จริงภายในวงเงิน 8,000 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา, จะต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี และสามารถติดตั้งในภูมิประเทศที่แตกต่างกันได้

การจัดประกวดแบบที่พักอาศัยสำหรับผู้ลี้ภัยสงครามได้รับการตอบรับจากสถาปนิกทั่วโลกหลายพันคน Sinclair ตัดสินใจก่อตั้ง Architecture for Humanity (AFH) หรือ กลุ่มสถาปัตยกรรมเพื่อมวลมนุษยชาติขึ้น โดยมีสมาชิกเป็นสถาปนิกและอาสาสมัครในเครือข่ายกว่า 2,500 คน สมาชิกของกลุ่ม
สถาปัตยกรรมเพื่อมวลมนุษยชาติ (AFH) ร่วมกันทำงานด้วยการจัดหาทุนทรัพย์และร่วมกันออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับนำไปสร้างที่อยู่อาศัยและชุมชนให้กับผู้ประสบภัยทั่วโลก การทำงานของกลุ่ม AFH มีความหลากหลายและตอบสนองโดยตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยในแต่ละแห่ง

ตัวอย่างของผลงานของกลุ่ม AFH เช่น ในปี ค.ศ. 2000 ถึง 2006 กลุ่ม AFH สร้างสถานพยาบาลเคลื่อนที่ให้กับกลุ่มผู้ประสบภัยโรคเอดส์ในเขตภูมิประเทศแร้นแค้นของทะเลทรายซาฮาราในทวีปอาฟริกา,nในปี ค.ศ. 2005 กลุ่ม AFH สร้างที่พักอาศัยและสถานพยาบาลชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยธรรมชาติจากพายุเฮอร์ริเคนในหมู่เกาะคาริเบียน และในขณะนี้ กลุ่ม AFH กำลังดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติโดยการสร้างที่อยู่อาศัยและพัฒนาชุมชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์ซึนามิ (ปี ค.ศ.2004) ในหมู่เกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย และผู้ประสบภัยจากพายุเฮอร์ริเคน Katrina (ปี ค.ศ.2005) ในเมืองทางตอนใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา

ในปี ค.ศ.2005 Sinclair และนักหนังสือพิมพ์ Kate Stohr (ภรรยาของ Sinclair และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มAFH) ร่วมกันเป็นบรรณาธิการในการตีพิมพ์หนังสือทำเนียบที่รวบรวมผลงานของสถาปนิกที่มีผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษยชาติโดยไม่ได้มุ่งหวังในการสร้างชื่อเสียงของตนเอง Sinclair และ Stohr ตั้งชื่อหนังสือทำเนียบนี้ว่า "Design Like You Give A Damn"

รวบรวมโดย ณัฎฐิณี กาญจนาภรณ์

Cameron Sinclair (b.1973, England), The black sheep architect with his heartbuilt up for mankind

Cameron Sinclair believes that too many architects have lost sight of humanity.They are so preoccupied with champagne parties and ‘starchitect' status, Sinclair says, that they have forgotten one simple truth: that architecture, minus all the ego and hoopla, is about providing people with shelter.

In 1999, while laboring away at an architecture firm in New York City, Sinclair listened to news reports about the tens of thousands of Kosovo refugees, and decided to pursue a small but radical idea.

Sinclair withdrew 700 dollars from his savings to organize a design competition: for a war refugee's shelter that would house ten people, cost less than 8,000 dollars, last at least five years and be easy to erect on different terrain.

Thus was the birth of Architecture for Humanity (AFH), the network of over 2,500 designers and other volunteers who design, fundraise and build for communities worldwide. So far, the group has responded to a variety of needs: Mobile Health Clinics for AIDS-ridden Sub-Saharan Africa (2000-2006), a youth football pitch for community building in South Africa (2004-2007), clinics and temporary homes for the Caribbean island of Grenada after the hurricane (2005), and ongoing reconstruction projects in Sumatra, Indonesia after the 2004 tsunami and in southern United States after the Hurricane Katrina in 2005.

Back when Sinclair was attending architecture school, he says he felt like a black sheep. His classmates were interested in designing bulidings that might get published in Wallpaper magazine. Meanwhile, Sinclair flew to New York City and researched homeless shelters.

Up to this day, Sinclair continues to go against the grain. In 2005, he and his wife, AFH cofounder and journalist Kate Stohr, edited a catalogue of humanitarian architecture by unknown designers called Design Like You Give A Damn.

written by Nicha Rakpanichmanee



« Back to Result

  • Published Date: 2008-06-13
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป