Creative Knowledge

« Back to Result | List

Franco Maria Ricci (b. 1937, Italy), บรรณาธิการและผู้จัดพิมพ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

riiicci1.jpg

Ricci ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Franco Maria Ricci ขึ้นในปี ค.ศ.1965 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการตีพิมพ์หนังสือหายากที่ไม่เคยมีการตีพิมพ์ซ้ำมาก่อน หนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์ Franco Maria Ricci เป็นที่ต้องตาต้องใจของคนรักหนังสือทั่วโลก เพราะเป็นหนังสือที่มีคุณภาพสูงทั้งในเรื่องของเนื้อหาและคุณภาพของการพิมพ์ 

Ricci เป็นแกะดำของครอบครัว ไม่มีสมาชิกคนใดในครอบครัวของเขาทำงานในด้านสิ่งพิมพ์โฆษนาเลยตระกูลของเขา สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์เก่าแก่ของอิตาลี บรรพบุรุษของเขาล้วนเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อยุคสมัยนั้น ๆเช่น Catherine de Ricci เป็นนักบุญที่มีชื่อของอิตาลี, Ostilio Ricci เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้กับGalileo, และ Gregorio Ricci-Curbastro เป็นผู้คิดค้นทฤษฎี Absolute Differential Calculusซึ่ง Einstein นำเอาไปพัฒนาต่อเป็นทฤษฎีสัมพันธภาพ เป็นต้น

Ricci ขายรถยนต์ Ferrari ที่มารดาให้เป็นของขวัญเพื่อนำเงินไปซื้อแท่นพิมพ์ เขาประเดิมงานชิ้นแรกของสำนักพิมพ์ด้วยการตีพิมพ์ผลงานชิ้นสำคัญในสาขาวิชาการพิมพ์ ชื่อ Manuale Tipografico (Manual of Typography) ซึ่งเขียนโดย Giambattista Bodoni และเคยได้รับการตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1818 Ricci ใช้เวลาถึงสองปีในการจัดพิมพ์ Manuale Tipografico จำนวน 900 ชุด

ช่วงปี ค.ศ. 1972 ถึง 1980 Ricci ใช้เงินทุนร่วม 94 ล้านบาทในการจัดพิมพ์ชุดสารานุกรมจำนวน 18 เล่มสารานุกรมชุดนี้มี Denis Diderot และ Jean D\'Alembert เป็นบรรณาธิการรวบรวมเอางานเขียนของกลุ่มนักคิดหัวใหม่อย่าง Voltaire และ Rousseau เอาไว้ สารานุกรมชุดนี้เคยได้รับการตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ. 1751-1772 และเป็นสารานุกรมที่กระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและจุดหักเหทางสังคมในช่วงศตวรรษนั้น

Ricci เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในเรื่องของวิทยาการการพิมพ์ ผลงานของเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความงดงาม หนังสือจากสำนักพิมพ์ Franco Maria Ricci เป็นของสะสมชิ้นเอกของเหล่านักสะสมงานศิลปะ นิตยสาร FMR เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของสำนักพิมพ์ Franco Maria Ricci ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นนิตยสารศิลปะที่มีความสวยงามที่สุดฉบับหนึ่งของโลก Ricci เริ่มตีพิมพ์นิตยสาร FMR ในปี ค.ศ. 1982 นิตยสาร FMR เป็นนิตยสารรายสองเดือนที่ตีพิมพ์ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแต่มีผลงานโดดเด่น นิตยสาร FMR มีจุดเด่นที่การตีพิมพ์ผลงานของศิลปินเหล่านั้นในขนาดเท่าจริง และมีนักเขียนชื่อดังเขียนบทความประกอบผลงาน เช่น Jorge Luis Borges รูปเล่มของนิตยสาร FMR มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากการใช้ตัวพิมพ์ Bodonian type เย็บรูปเล่มด้วยเส้นด้าย พิมพ์ห้าสีลงบนกระดาษอย่างดีและมีรูปแบบปกสวยงาม ถึงแม้ว่าวิทยาการในด้านการพิมพ์ในปัจจุบันจะล้ำหน้าไปมาก แต่นิตยสารที่ตีพิมพ์กันในปัจจุบันก็ไม่สามารถเทียบเคียงกับนิตยสาร FMR ได้เลย
รวบรวมโดย ณัฎฐิณี กาญจนาภรณ์

Franco Maria Ricci (b.1937, Italy) is one of the finest publishers alive today.

riiicci2.jpg

Bibliophiles swoon over his work, for the uncompromising attention to quality. Since the founding of the Franco Maria Ricci editing house in 1965, Ricci has been sought after to publish some of rarest books in Western history.

It could be argued that mediocrity is unacceptable in the Ricci family. Franco Maria Ricci descends from a long line of prominent blue blood Italians, like Catherine de Ricci who became a saint, Ostilio Ricci who taught math to Galileo, and Gregorio Ricci-Curbastro who invented absolute differential calculus, used by Einstein to arrive at the theory of general relativiy.

Franco Maria Ricci has done well in living up to his family name. At 26, he sold the Ferrari his mother gave him, bought two printing presses and began to publish one of nineteen century's masterpieces on typography, Manuale Tipografico (Manual of Typography) by Giambattista Bodoni, first published in 1818. The 900 copies took Ricci two years.

His next endeavor lasted eight years and resulted in 3,000 copies that sold overnight. From 1972 to 1980, Ricci spent a total of four billion lira (about 94 million baht) to reprint the 18-volume Encyclopedia edited by Denis Diderot and Jean D'Alembert. Originally published in 1751 to 1772, the Encyclopedia was controversial in its time for assembling works by ‘radical' thinkers like Voltaire and Rousseau.

Ricci's expensive taste in typography and literature has, over the years, extended into the collector's art world. Every two months since 1982, Ricci publishes FMR, known to some as the most beautiful art magazine available. It features unusual artworks by unknown artists, printed on a black background often in 1:1 scale. Accompanying texts by world renowned authors, like Ricci\'s good friend Jorge Luis Borges, are printed in fine Bodonian type. The magazine - with sewn binding, five-color reproductions, heavy coated pages and laminated cover - is a collectible in itself, being better printed than most books on the market today.

Backed by uncompromising values and an equally uncompromising fortune, Ricci is not far from reaching his dream of becoming a benchmark in the history of book design.
written by Nicha Rakpanichmanee

« Back to Result

  • Published Date: 2008-05-30
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป