Articles

« Back to Result | List

Dror Benshetrit นักออกแบบ, ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ ดรอร์

dror_.jpg

ดรอร์ เบนเชทริต เกิดที่อิสราเอล หลังจบการศึกษาจากสถาบันการออกแบบไอโดเวน ดรอร์จึงได้ เปิดสตูดิโอที่นิวยอร์กในปี พ.ศ. 2545 เขาสื่อสารความหมายที่ซับซ้อนของวัตถุ ด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด ด้วยความสามารถในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ และตกแต่งภายใน รวมถึงให้คำปรึกษาด้านงานสร้างสรรค์ ลูกค้าของดรอร์จึงมีทั้งคีลส์ ลีวายส์ พูม่า ยีกอล อัซรูเอล บอมเบย์ แซฟไฟร์ มายา โรมานอฟ นิตยสารเซอร์เฟซ และนิตยสารไอดี

ทีมงาน TCDC พูดคุยกับดรอร์ เบนเชทริต เมื่อเขามาร่วมเป็นวิทยากรในงาน Creativities unfold, Bangkok 2006-07

หากมองย้อนกลับไปในการชีวิตการทำงานของคุณ คุณคิดว่าการศึกษาในระบบโรงเรียนนั้นเอื้อประโยชน์ต่อการทำงานของคุณหรือไม่ อย่างไร
แน่นอนครับ เพราะการศึกษาในโรงเรียนนั้นทำให้คุณมีพื้นฐานที่ดีที่คุณไม่สามารถหาได้จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ผมว่า ที่สำคัญที่สุดคือ การที่คุณเรียนรู้ที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ... จริงอยู่ที่หลายๆคนไม่ได้เรียนอย่างจริงจัง แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างดีในอาชีพการงาน บางทีการที่เราสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆและค้นคว้าเกี่ยวกับมันอย่างจริงจังมันก็เป็นไปได้ แต่ถ้ามีคนผลักดันคุณอีกหน่อย ทุกอย่างมันย่อมง่ายขึ้น

ถ้าพูดถึงการเรียนรู้นอกระบบล่ะ ตอนเป็นเด็ก คุณชอบเล่นของเล่นพวกไหน
ผมไม่ค่อยได้เล่นของเล่นสักเท่าไหร่ เพราะผมทำมันพังตลอดเลย ผมชอบแยกของเล่นเป็นชิ้นๆแล้วพยายามต่อมันกลับให้เหมือนเดิม จนวันหนึ่งพ่อผมทนไม่ได้ ท่านพูดกับผมว่า "นี่ลูก พ่อเก็บของเล่นพวกนี้อย่างดีมาตลอดหลายปีลูกมาเล่นมันแป๊บเดียวก็ทำมันพังซะแล้ว" ผมตอบกลับไปว่า "ผมต่อมันกลับเหมือนเดิมได้ แค่ไม่ได้สำเร็จทุกครั้ง บางทีกาวมันก็ไม่ช่วย ผมเลยทำมันแตก"

แต่คุณรู้มั้ย ตอนนี้ผมเล่นของเล่น ผมสะสมของเล่นเลยล่ะ มันเป็นความชอบส่วนตัว ของเล่นสร้างแรงบันดาลใจให้ผม แต่ผมไม่ได้พูดถึงของเล่นสมัยใหม่อย่างพวกปืนพลาสติกอะไรพวกนั้นนะ ส่วนใหญ่เป็นของเล่นโบราณที่ทำจากไม้แบบที่มีกลไกเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนที่ได้ มันทำให้สมองคุณได้ทำงานนิดหน่อย

ตอนเป็นวัยรุ่น คุณเป็นพวกบ้ายี่ห้อหรือเปล่า
ครับ ก็เป็นนิดหน่อย แต่ไม่เท่าเด็กๆสมัยนี้หรอก แต่ผมก็บ้าพวกกางเกงยีนส์ ต้องไปร้านประจำที่ขายยีนส์ Levi\'s มือสอง จะมีโทนสีฟ้าอยู่โทนเดียวที่ผมต้องการ ต้องสีฟ้าโทนนี้เท่านั้น เวลาที่คุณซักกางเกงยีนส์ สีมันจะสวยขึ้นเรื่อยๆ แต่พอถึงจุดหนึ่งมันจะก็จะไม่ใช่แล้ว นั่นคือ ถึงเวลาที่ผมต้องไปหาซื้อยีนส์สีฟ้าโทนนั้นอีกครั้ง

แล้วตอนนี้ล่ะ คุณเป็นพวกวัตถุนิยมหรือเปล่า มีของอะไรสักอย่างมั้ยที่ชีวิตคุณจะขาดมันไม่ได้เลย
ผมอยากบอกว่าไม่มีนะ นั่นคงเป็นเรื่องที่ดีมาก ผมก็อยากจะบอกตัวเองว่าชีวิตผมไม่ได้ต้องการอะไรหรอก อยากจะใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ยึดติดกับอะไรเลย แต่ผมเป็นนักออกแบบนะ ผมสร้างสิ่งของขึ้นมา สร้างมันให้คนซื้อไปเป็นสมบัติส่วนตัว ผมเองก็ชอบมีสมบัติส่วนตัว ผมบ้าช้อปปิ้งสุดๆ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งจำเป็นหรอกของบางอย่างไม่ต้องมีก็ได้ ไม่มีก็ไม่ตาย แต่ผมว่ามันไม่ใช่ความลุ่มหลงหรอกนะ มันเป็นความสุขต่างหาก ผมสนุกกับมัน และผมก็ไม่คิดว่าทุกคนต้องใช้ของที่ผมออกแบบหรอกนะ แม้ว่ามันจะยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วสุขภาพและความสุขคือสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งกว่าวัตถุใดๆก็ตามที่เคยเกิดขึ้นในโลก

จากประสบการณ์ของคุณ สถานที่ใดที่คุณอยู่แล้วรู้สึกดีที่สุด และที่ใดที่รู้สึกไม่ดีเลย
ผมไม่รู้สึกดีนักเวลาอยู่ในลอนดอน ไม่รู้เพราะอะไร ทั้งที่ลอนดอนเป็นเมืองที่มีชีวิตมากๆ มีวัฒนธรรมหลายหลายและผมก็ชอบยุโรปมากด้วย จริงๆ ผมไม่ค่อยอยากจะคิดถึงเรื่องนี้นักหรอก เพราะผมอยากจะชอบมัน ไม่แน่วันหนึ่งผมอาจจะรู้สึกดีมากกับลอนดอนก็ได้

ที่ไหนที่ผมรู้สึกดีเหรอ... ผมว่าผมมีความสุขเวลาอยู่ในนิวยอร์คนะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงเลือกใช้ชีวิตที่นั่นนี่เป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งในชีวิตผม ...การที่เราได้รู้สึกดีๆและมีความสุขกับชีวิต

ผมไม่ได้เรียนออกแบบที่ประเทศอิสราเอลซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม... เพราะว่าตอนนั้นผมอยากจะแสวงหาประสบการณ์ใหม่จากที่อื่นๆในโลก นื่เป็นสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนได้ทำ ถ้าหากคุณมีโอกาส...จงเดินทางไปเห็นโลกใบใหม่ แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอื่นเป็นสิ่งที่มีค่า

กลับมาพูดถึงความคับข้องใจของคุณกับนครลอนดอน... สมมติว่าคุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพื่อจะจัดการกับความรู้สึกไม่ดีนั้น ในฐานะที่คุณเป็นนักออกแบบ คุณจะทำอะไร
ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ผมอยากจะเปลี่ยนลอนดอนหรือเปล่าน่ะสิ ผมไม่แน่ใจว่าปัญหามันอยู่ที่ตัวเมืองหรือที่ตัวผมกันแน่ผมว่า บางครั้งคนเราก็สร้างความหมายให้กับสิ่งต่างๆจากประสบการณ์ส่วนตัวนะ พูดตรงๆคือ ผมมี "ประวัติศาสตร์" กับสาวอังกฤษจากลอนดอนนี่แหละ เราเลิกกันไม่ดี มันเจ็บปวดและผมก็รู้สึกแย่มากๆ ตั้งแต่นั้นผมเลยตัดลอนดอนออกจากแผนที่ของผมไปเลย ...แต่อีกไม่นาน ผมคงรู้สึกดีขึ้นมั้ง คงไม่มีปัญหากับลอนดอนแล้วตอนนั้น (หัวเราะ)

กลับมาพูดถึงเรื่องงานบ้าง ในฐานะนักออกแบบ อะไรที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดที่คุณจะสามารถทำได้
ผมว่ามันคงเหมือนเรื่องแย่ๆที่คุณจะทำในฐานะที่คุณเป็นตัวเองนั่นแหละ... ผมเคยได้ยินว่าบางคนแอบอ้างเอาผลงานคนอื่นมาเป็นของตน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องแปลกมากๆสำหรับผม ผมสงสัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่กับความหลอกลวงนี้ได้ยังไงกันผมรู้สึกแย่กับคนพวกนี้นะ เพราะสำหรับผมแล้ว ความจริงเป็นสิ่งสำคัญ

คุณมองเห็นตัวเองทำอะไรในอีก 20 ปีข้างหน้า
20 ปีเลยเหรอครับ! ขอเปลี่ยนคำถามเป็นแค่ในอีกปีสองปีข้างหน้านี้ได้มั้ย...

ตอนนั้นผมคงจะมีครอบครัวมั้ง มีความสุขกับชีวิตง่ายๆ มีลูก หรืออะไรทำนอนนั้น ตอนนี้ ผมยังคิดไม่ออกหรอกครับ (หัวเราะ) ผมอยากทำในสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้นะ หวังว่าในอีก 20 ปี ผมจะยังมีพลังนี้อยู่ ผมว่า ผมใช้ชีวิตเร็วมากๆ แต่ผมก็ชอบมันนะ ยังไม่รู้สึกว่ามันมากไป

Israeli-born Dror Benshetrit studied at the Design Academy Eindhoven before opening his New York-based studio in 2002. Dror articulates the complex meanings of objects in the simplest ways. Specialising in product design, interior design, and creative consulting, Dror's client list includes Kiehl's, Levi's, Puma, Yigal Azrouel, Bombay Sapphire, Maya Romanoff, Surface Magazine, and ID Magazine.

Dror Benshetrit share his though when he was a guest speaker at Creativities Unfold, Bangkok 2006-07, TCDC

Looking back on your career so far, would you say that formal education has been useful?
Definitely. Formal education gives you a certain foundation that you wouldn\'t reach if you just searched for knowledge. The most important thing, I think, is to learn how to find the knowledge. Of course, there are a lot of people who never studied and did very well.
You know, sometimes you can pick some things up and you can learn by yourself. But if somebody gives you a little push, it makes things a lot easier.

And how about informal education... what kinds of toys did you play with as a child?
You know, I didn't play with toys. I broke them. I took them apart all the time and put them back together. Until one point my father gets so upset. He said listen, I keep those things for years and years and you play with them for ten minutes and you break them. I said, I put them back together. But not always I succeeded, with glue and stuff because I'd force it out.

But you know, now I play with toys. Now I actually collect toys. It's my passion. I get a lot of inspiration from toys. I\'m not talking about, let\'s say, plastic toys of today - guns and things like this. More the old-fashioned, traditional wooden toys, some toys that
are playing with physics, and with movement. and make your brain work a little bit.

As a teenager, were you attached to brands?
Yes, a little bit I think. Not obsessively like kids today, but I was. I was very particular about my jeans. Like one store that I always go to. We had a store that you could buy used Levi's jeans. There was a very specific color of blue that I only wanted. This one blue, always. After you wash the jeans, it gets kind of better and better. But at one point if it\'s getting a little bit, like, not enough, I would go and find that exact same blue.

And now, are you attached to material culture at all? Is there one object that
you cannot live without?

You know, I want to say no.... I think it'd be great, and I would love to believe that I don't need anything. That I can live without owning a single item. And I mean, I'm a designer. I create objects. And I create objects for people to buy and own and have for themselves.
I love owning things. I'm a shoppaholic like crazy. But at the same time, I don't have to have them. I can live without them, too. I don't think it's like an obsession. It's passion. You know, and it's fun.

And I don't think that anything I create, too, people have to have. Even if it's like the greatest thing on earth.... For me, health and happiness is greater than any object that's ever been designed.

In your experience, are there places you find most comfortable and least comfortable?
I don't feel comfortable in London for some reason. I don't know why. And you know, I would like to. The whole culture is so rich, and I love Europe so much. I'm not trying to analyze it too much because I want to love it and so maybe one day I'll feel very comfortable there.

Where do I feel comfortable... I feel super comfortable in New York and that is the reason I live there. This is actually something that is very important for me. To feel very comfortable.

I didn't study design in Israel, which is where I come from, because I wanted to seek experience somewhere else. This is something that I recommend to everybody if they can. Go away, explore something else. Stimulation from another culture is very important.

Back to your difficulty with London, in an ideal world where you can do anything to fix that situation, what would you do as a designer?
[Sigh] You know, I don't know if I want to fix London yet. I don't know if the problem is with London. It's probably a problem with me. You know... our experiences are what make our definition for things sometimes. On a more personal note, I have like a ‘history' with
a British London girl. We broke up, and it was very traumatic and emotional, and I think I kind of cut London off my map.... I'll get over the problem with London with myself soon. [Laughter] In a few years.

Back to your work... what would be the worst thing anyone could do as a designer?
Hm. It's like one of the worst things for yourself.... I heard a few times people claiming work of somebody else's as their own. That's very strange for me. That's something that's always been like, how can you live with yourself saying this is yours.... Dishonest people, in general, I feel sorry for them. That is, for me, really important: to be really honest.

Where do you see yourself in 20 years?
Twenty years! Can't you ask me a question like in a year or two farther down?

I see myself having a family, enjoying the real pleasure of life - kids and things like that. Right now I can't much imagine. [Laughter] And I want to keep doing what I'm doing. So I hope that in 20 years I still have the passion to continue, the passion to want more
and more. I think I run really fast, and I love it. I don't feel like it's too much.


« Back to Result

  • Published Date: 2008-05-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com