Creative Knowledge

« Back to Result | List

ออกแบบสำนักงานสีเขียว “Green Office”

greenoffice.jpg

เรื่องใหญ่(มาก) อีกเรื่องที่กลับมาให้โลกเราต้องพูดถึงอีกครั้งในปีสองปีนี้ คงนี้ไม่พ้นเรื่อง "โลกร้อน" หรือ "โกลบอล วอร์มมิ่ง" แม้กระทั่งในองค์กร สำนักงานต่างๆก็ต้องหันกลับมามอง และสนใจแสดงความรับผิดชอบร่วมกันน่าชื่นชมสำหรับองค์กร สำนักงานใดๆในโลกนี้ที่กล้าลุกขึ้นยืน ยืดอก พกถุง(กาวเกง) อวดศักดาและเป่าประกาศว่าต่อไปนี้ (ตู) นี้แหละจะจัดการสังคายนาองค์กรเสียใหม่ให้ไฉไล แจ่มแจ๋ว "เขียว" กว่าเดิม


ว่ากันว่าแม้ในงานออกแบบภายใน ก็มีส่วนสำคัญที่จะมีส่วนร่วมกับศึกใหญ่ครั้งนี้เพื่อปกป้องโลกใบนี้ด้วยคอนเซ็บวิธีคิดและการนำมาใช้ในการออกแบบออฟฟิสให้เป็น "สำนักงานสีเขียว" (Green Office) นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายๆอย่าง อยากจะยกตัวอย่างบางส่วนของการนำมาใช้ในการออกแบบ เผื่อจะเป็นไอเดียสำหรับคุณๆที่กำลังสนใจจะปรับปรุงออฟฟิสใหม่ให้ หล่อ เท่ห์ ยืดอกคุยกับใครได้อย่างมั่นใจในจิตสำนึกที่ทันสมัยกว่าใครเขา :)

สูตรนี้มี 4 R
(ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับสูตร 4 P ของวิชาการตลาด)

R ที่ 1
-- REDUCE คือการลดปริมาณของการใช้พลังงาน การเลือกใช้หลอดไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานเครื่องปรับอากาศเบอร์ห้า

R ที่ 2 -- RECYCLE คือการเลือกใช้วัสดุตกแต่ง ที่สามารถนำกลับไปผ่านขบวนการผลิตเพื่อนำกลับมาใช้ได้ใหม่ได้อีก(หลายๆ)ครั้ง

R ที่ 3 -- REUSED คือการเลือกใช้ วัสดุตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์เดิมที่มีอยู่แล้ว มาใส่ตะกร้าล้างน้ำ ขัดสีฉวีวรรณ เสียใหม่ให้ใช้ได้นานๆ

R ที่ 4 -- RETHINKING คือสิ่งที่สำคัญที่สุดใน ๔ R นี้ คือคิดใหม่ ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ความสำคัญเรื่อง

การใช้ทรัพยากรในสำนักงานอย่างคุ้มค่า คุ้มราคา "GLOBAL WARMING" ไม่ใช่ "เรื่องใหม่" แต่มันก็สำคัญพอที่จะเป็น "เรื่องใหญ่" ได้สำหรับเราทุกๆ คนในความคิดเห็นของผมคงมองและให้ความสำคัญกันตั้งแต่โรงงานที่ผลิตกันเลยคือตั้งแต่ขบวนการผลิต ความรับผิดชอบที่มีผลกระทบกับสภาพแวดล้อม ผู้ผลิตวัสดุตกแต่งรายใดที่ละเลยเรื่องแบบนี้ อย่าไปเลือกใช้(มัน) หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรองจาก ENERGY STAR ก็ได้



เราสามารถที่จะจัดการกับการออกแบบออฟฟิสสีเขียวกันได้อย่างไรบ้าง มาลองดูตัวอย่างกันครับ
- การเปิดช่องแสงของอาคารให้มากขึ้นกว่าปกติเพื่อจะได้ใช้ของฟรีจากแสงธรรมชาติ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าภายในออฟฟิสให้น้อยลง
- การออกแบบแสงสว่างภายใน เราอาจจะลดจำนวนดวงโคมและกำหนดให้แสงสว่างให้น้อยกว่ามาตรฐานทั่วไป แต่จะเลือกใช้โคมไฟตั้งโต๊ะแทน สำหรับใช้เปิด-ปิดตามการใช้งานจริง เปิดเฉพาะบริเวณที่ใช้งาน และปิดในส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน
- การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ในส่วนที่เป็นพื้นที่การใช้งานร่วมกัน เช่น ห้องประชุม แพนทรี ห้องเก็บเอกสาร หรือจะเป็นส่วนอื่นๆแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละออฟฟิส
- การนำฉนวนกันความร้อนมาใช้ติดตั้งกับฝ้าเพดาน และผนังอาคารที่กระทบกับความร้อนโดยตรง
- การออกแบบให้มี "ห้องประชุมแบบเอ๊าท์ดอร์" (OutDoor Meeting) ไว้ในสวนพักผ่อนของ ออฟฟิส เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ และเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศของการประชุมที่ไม่เป็นทางการนัก
- เลือกใช้จอคอมพิวเตอร์แบบ LCD แทนการใช้จอแบบ CRT เพื่อประหยัดพลังงาน
- แม้กระทั่งอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน ก็เลือกใช้แบบ "รีฟิล" (Refill) เพื่อลดปริมาณขยะ

*สรุปว่าเป้าหมายปลายทางทั้งหมดทั้งสิ้นของคอนเซ็บ GREEN OFFICE ก็คือการ "ลดปริมาณการและควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ให้น้อยที่สุด" ผู้เขียน : MiMD

ข้อมูลวิชาการจากสำนักงาน
อุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่า
การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
http://eco-town.dpim.go.th/article/detail.php?id=1089

credit :
http://www.enjoygoinggreen.com/all/going-green-for-offices/
http://www.solarpowernotes.com/what-is-green-office.html#.UG_qYK7fOSo
http://www.softbizplus.com/decorate/741-green-office-design

« Back to Result

  • Published Date: 2008-05-17
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป