Articles

« Back to Result | List

Taketoshi Sato, ผู้บริหารร้านไวส์ ไวส์ แหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์, ผู้เชี่ยวชาญชี้ “การสร้างสรรค์มูลค่า” ช่วยเศรษฐกิจและธุรกิจแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

dicon_sato.jpg

ทาเคโตชิ ซาโตะ เป็นผู้บริหารร้านไวส์ ไวส์ แหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สร้างแรงบันดาลใจและที่ปรึกษาด้านการตกแต่งภายในแบบครบวงจร จากประเทศญี่ปุ่น หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย อะโอยามา กะคุอิน ในปี ค.ศ. 1996 เขาได้เข้าทำงานที่บริษัท โนมูระ โคเกอิชา ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยรับผิดชอบงานในฝ่ายบริหารจัดการโครงการของบริษัท ซึ่งมีสาขา อยู่ในฮ่องกง นิวยอร์ก สิงคโปร์ มาเลเซียและไทย "WISE • WISE" เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่ซาโตะร่วมกับ นากายูกิ ยามาดะ ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการผสมผสาน 2 แนวคิด คือ “ความสมดุล” และ “ความสบาย” เป็นพื้นฐานสำหรับการออกแบบ และสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชีวิตได้เต็มอิ่มกับประสบการณ์ที่แสนวิเศษ WISE • WISE จึงเป็นร้านขายสินค้าสำหรับตกแต่งภายในแบบครบวงจร ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่น ภายในร้านมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย แต่ละชิ้นล้วนผ่านกระบวนการสร้างมูลค่าได้อย่างเยี่ยมยอด นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบ้านและการตกแต่งภายในอีกด้วย

ทีมงานTCDC พูดคุยกับซาโตะ เมื่อเขาเข้าร่วมเป็นวิทยากรในงาน Creativities unfold, Bangkok 2006-07

หากมองย้อนกลับไปในชีวิตการทำงานของคุณ คุณคิดว่าการศึกษาในระบบโรงเรียนนั้น เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานของคุณหรือไม่ อย่างไร
มีประโยชน์นะครับ แต่แน่นอนว่าผมเรียนรู้จากชีวิตนอกโรงเรียนมากกว่า สำหรับผม โรงเรียนคือที่ที่มีเพื่อนจริงๆ ผมไม่ใช่นักเรียนที่ดีนักหรอก ผมไม่ค่อยตั้งใจเรียน แถมยังทำงาน part-time ด้วย ผมทำงานกลางคืนล้างจาน ทำงานห้าง ทำงานโรงงาน ทำสารพัดที่อยากทำ ตักไอศกรีมก็ทำจากประสบการณ์เหล่านั้น ผมได้เรียนรู้ว่าธุรกิจและผู้คนเขาทำงานกันยังไง ซึ่งมันมีส่วนช่วยมากในการทำความเข้าใจกับความเป็นไปของสังคมโลก

ถ้าพูดถึงการเรียนรู้นอกระบบล่ะ ตอนเป็นเด็ก คุณชอบเล่นของเล่นจำพวกไหน
เนื่องจากผมโตมาในเมืองชนบท ฉะนั้น ของเล่นของผมก็คือ แม่น้ำลำธาร ภูเขา ต้นไม้ แมลง งู มันเป็นช่วงชีวิตที่ดีมากครับ

คุณใช้ชีวิตวัยเด็กในชนบทตลอดเลยหรือ
ไม่ครับ พ่อแม่ผมย้ายเข้าเมืองตอนผมอายุได้ 7 ขวบ เพราะคุณพ่อได้งานใหม่ ตอนนั้นผมคิดถึงคุณปู่คุณย่ามากผมขอแม่นั่งรถไฟกลับไปต่างจังหวัดคนเดียว มันใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง ที่แย่คือ ต้องเปลี่ยนรถไฟที่โตเกียวด้วยที่สถานีอูเอโนะซึ่งมีรางรถไฟตั้ง 70 ราง สำหรับเด็ก 7 ขวบมันเป็นอะไรที่ยากมากนะครับ ในการที่จะต้องหาขบวนรถที่ถูกต้อง แต่ผมก็พยายามพูดให้คุณแม่เชื่อว่าผมสามารถทำได้ (หัวเราะ) ซึ่งความจริงแล้วผมกลัวสุดๆไปเลย มันเหมือนคุณออกไปท่องอวกาศอะไรอย่างนั้น

ตอนเป็นวัยรุ่นล่ะ คุณเป็นพวกบ้ายี่ห้อหรือเปล่า
ไม่เลยครับ ผมไม่สนใจพวกของมียี่ห้อเลยแม้แต่น้อย ผมเล่นแต่เบสบอล ไว้ผมสั้นมากๆ พวกที่เล่นเบสบอลในญี่ปุ่นนี่ไม่รู้จักแฟชั่นครับ แฟนก็ไม่มีด้วย (หัวเราะ) แต่พอผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ผมได้เห็นโลกใหม่ โดยเฉพาะตอนที่ย้ายมาอยู่โตเกียว มันมีอะไรเต็มไปหมดเลย มีร้านค้า มีผับบาร์มากมาย ตอนนั้นนี่ผมรู้สึกตื่นเต้นมากครับ

แล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คุณได้ซึมซับความเป็นวัตถุนิยมมาบ้างหรือเปล่า มีของอะไรสักอย่างมั้ยที่ชีวิตคุณจะขาดมันไม่ได้เลย
อย่างที่บอกครับ ไม่เลย ผมคิดว่าคงเป็นเพราะชีวิตวัยเด็กของผม ผมสนุกได้กับการเล่นบนภูเขา หรือริมแม่น้ำไม่ต้องมีของเล่น หรืออุปกรณ์อะไร สำหรับผมแล้ว ลม น้ำ หรือแมลง คือของเล่นของผม อีกอย่างสิ่งที่ผมให้ความสำคัญตอนนี้คือ การได้พบปะผู้คนการทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายกับคนอื่นๆ นั่นสำคัญกว่าครับ

คุณชอบไปช้อปปิ้งมั้ย
ไม่ค่อยนะ ผมอยู่ได้อย่างสบายกับเฟอร์นิเจอร์เดิมๆ เสื้อผ้าเก่าๆ ถึงแม้มันจะขาดเป็นรู แต่ถ้าผมยังใส่ได้ผมก็ยังจะใช้มันต่อไป นี่คือโทรศัพท์ของผมครับ ใช้มา 10 ปีแล้ว ปัจจุบันพวกคุณเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่กันทุกๆ2 หรือ 3 ปี เป็นรุ่นที่ไม่ต้องมีเสาอากาศแล้ว แต่ผมก็ยังจะใช้อันนี้อยู่ ใช้จนกว่ามันจะพัง ถึงแม้ผมจะเบื่อมันแค่ไหนก็ตาม ผมก็จะใช้มันไปอย่างนี้แหละ

มีที่ไหนในโลกมั้ยที่คุณอยู่แล้วรู้สึกดีที่สุด และที่ไหนที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเลย
ที่ที่ทำให้ผมรู้สึกดีคือ ที่ที่มีเพื่อน แม้จะเป็นสถานที่ใหม่ ถ้าเพื่อนผมพาไปนะ มันก็จะเป็นที่ของผมทันทีแต่ถ้าต้องไปในที่ที่ผมไม่รู้จักใครเลยนี่ ผมจะรู้สึกกังวลมาก รู้สึกไม่ดีเลย ฉะนั้นเวลาผมไปที่ไหนก็ตามผมจะพยายามหาเพื่อนก่อน แล้วค่อยทำอะไรๆต่อไป

อะไรที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด ที่คนในสายอาชีพของคุณจะสามารถทำได้
โกหกครับ ถ้าคุณโกหก ทุกอย่างมันจะพัง ผมว่าคนเราต้องยึดความซื่อสัตย์ จริงใจเป็นพื้นฐาน
และก็ใส่ใจคนรอบข้าง นั่นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

คุณมองเห็นตัวเองทำอะไรในอีก 20 ปีข้างหน้า
20 ปีเหรอครับ ข้อแรกผมหวังว่าผมจะยังมีชีวิตอยู่นะ จากนั้นหวังว่า จะยังมีเพื่อนและครอบครัวอยู่เคียงข้างคนที่มีจิตใจดี ยิ้มและก็หัวเราะอยู่เสมอ รวยหรือจนไม่สำคัญแล้ว ขอให้มีเพื่อน มีครอบครัวก็โอเคแล้วครับ

After his graduate of Aoyama Gakuin University, Mr. Sato was engaged in the project
management business of the commercial facilities whole with Nomura Kogeisha in
Hong Kong, New York, Singapore, Malaysia, and Thailand, etc through the Tokyo headquarters in 1996 .The lifestyle brand"WISE • WISE" that assumes the living of a rich mind to be a theme was established with Nagayuki Yamada. They combine the ideas of ‘balance\' and ‘comfort\' to underpin their creativity in making life filled with wonderful experiences. Wise-wise is an inspired Japanese lifestyle one-stop interior service shop. It offers vast variety of exquisite natural value-created products, as well as provides consultation on home and interior decorations. People\'s lives are enriched, and it becomes communications to the people. WISE • WISE wants to make the interpersonal relationship that can associate at ease and to establish the society where the mind becomes warm with everybody.

Taketoshi Sato share his though when he was a guest speaker at Creativities Unfold, Bangkok 2006-07, TCDC

Has formal education been useful to your career?
Yes. But of course, I learned from outside of the school. The school for me was to make
friends. Actually, I was not that good the student. I always played around and did some
part-time job.
I worked as night boy, dishwasher, working for a department store, working for a factory. I did whatever I wanted to do. I also scooped ice-cream. Through those experiences, I learned how the company worked and how people worked. That helped me understand what is going on in the social world.

How about informal education back in your childhood? What kinds of toys did you play with?
Since I grew up in the countryside, my toys were like river, mountain, tree, insect, snake.
Yeah, that was a great moment.

Did you always live in the countryside?
No. When I was seven years old, my parents moved to the next city because my father
changed his job. I really wanted to see my grandfather and grandmother. So, even though
I was alone, I went back to the original house by myself. By train. It took like six hours,
and the worst thing was that I had to change trains at Tokyo. Ueno station, they had like
over 70 lanes. For a seven-year-old kid, it was really difficult to locate the right train.
I convinced my mother that I could do that. [Laughter] But actually I was really scared.
You know, it was like going into space or something.

What were you like as a teenager? Were you attached to brands?
No, no, no. I was not really interested in those brand things. I just played baseball, with no hair. You know, very short hair, like when we play baseball in Japan? No fashion. No girls. [Laughter]

Then what happened after I went to university, I suddenly saw the world. Especially
when I moved to Tokyo, it was like too much information - so many stores, so many bars.
That was like my great surprise.

From then until now, have you become more attached to material culture? Is there one object you cannot live without?
Like I said, no... I think this is because of my childhood. I had so much fun playing in the
mountain or the riverside without the toys, the tools. It means that the storm, the water,
or the insect could be the tool to play with. And also to know people is more important.
Knowing and connecting with people is my most important thing this moment.

Do you enjoy shopping?
Not really, actually. I can survive with the same furniture, same clothes. If I have a hole...
as long as I can wear it, it\'s cloth, it\'s fine.

This is my telephone. I\'ve used this for like ten years. But now, you guys, everybody tries
to buy a new telephone every two or three years. Even without the antenna, I can use
this. I\'m going to use this up until it is out of order.... So even though I got bored of using
this, I still use it. I take care of it, you know.

Are there places you find most comfortable and least comfortable?
The most comfortable place is the place where I have friends. Even though it\'s a new place, if my friends take me to the new place, it\'s my place already. But without the friends or without someone who has the connection, I become nervous and I don\'t feel good. So when I go to a new place, I try to find the friend first, and then do something.

For someone in your profession, what would be the worst thing to do?
Telling lies. Then the relationship will not be good. I think we have to always honest first. Then, care about the others. That is most important.

Where do you see yourself in 20 years?
Twenty years? First, I hope I\'m still alive. And then, I want to be surrounded with friends and family. With someone who has a good heart, and smiling and laughing all the time. It\'s not matter of rich or poor. As long as I have friends and family, then it\'s okay.

Did you always live in the countryside?
No. When I was seven years old, my parents moved to the next city because my father
changed his job. I really wanted to see my grandfather and grandmother. So, even though
I was alone, I went back to the original house by myself. By train. It took like six hours,
and the worst thing was that I had to change trains at Tokyo. Ueno station, they had like
over 70 lanes. For a seven-year-old kid, it was really difficult to locate the right train.
I convinced my mother that I could do that. [Laughter] But actually I was really scared.
You know, it was like going into space or something.

What were you like as a teenager? Were you attached to brands?
No, no, no. I was not really interested in those brand things. I just played baseball, with no hair. You know, very short hair, like when we play baseball in Japan? No fashion. No girls. [Laughter]

Then what happened after I went to university, I suddenly saw the world. Especially
when I moved to Tokyo, it was like too much information - so many stores, so many bars.
That was like my great surprise.

From then until now, have you become more attached to material culture? Is there one object you cannot live without?
Like I said, no... I think this is because of my childhood. I had so much fun playing in the
mountain or the riverside without the toys, the tools. It means that the storm, the water,
or the insect could be the tool to play with. And also to know people is more important.
Knowing and connecting with people is my most important thing this moment.

Do you enjoy shopping?
Not really, actually. I can survive with the same furniture, same clothes. If I have a hole...
as long as I can wear it, it\'s cloth, it\'s fine.

This is my telephone. I\'ve used this for like ten years. But now, you guys, everybody tries
to buy a new telephone every two or three years. Even without the antenna, I can use
this. I\'m going to use this up until it is out of order.... So even though I got bored of using
this, I still use it. I take care of it, you know.

Are there places you find most comfortable and least comfortable?
The most comfortable place is the place where I have friends. Even though it\'s a new place, if my friends take me to the new place, it\'s my place already. But without the friends or without someone who has the connection, I become nervous and I don\'t feel good. So when I go to a new place, I try to find the friend first, and then do something.

For someone in your profession, what would be the worst thing to do?
Telling lies. Then the relationship will not be good. I think we have to always honest first.
Then, care about the others. That is most important.

Where do you see yourself in 20 years?
Twenty years? First, I hope I\'m still alive. And then, I want to be surrounded with friends
and family. With someone who has a good heart, and smiling and laughing all the time.
It\'s not matter of rich or poor. As long as I have friends and family, then it\'s okay.


« Back to Result

  • Published Date: 2008-04-23
  • Resource: www.tcdcconnect.com