Creative Knowledge

« Back to Result | List

บทสัมภาษณ์ คุณกอบลาภ ไทยทัน นักออกแบบและหุ้นส่วนของ NAGA Marine & Leisure (Thailand) Co. Ltd. ผู้ผลิตเรือเร็วแบรนด์แรกของไทย

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

เรือยนต์ขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์เริ่ด วัสดุหรู เราคงนึกถึงอู่ต่อเรือในฝรั่งเศสกันเป็นส่วนใหญ่ แต่วันนี้มีคนไทยใจกล้านำทัพ "คราฟท์แมนไทย" เข้าลุยธุรกิจออกแบบเรือ "ไฮ-เอนด์" แล้ว ...เขาคิดและทำได้อย่างไร อ่านบทสัมภาษณ์คุณกอบลาภ ไทยทัน นักออกแบบและหุ้นส่วนของ NAGA Marine & Leisure (Thailand) Co. Ltd. ผู้ผลิตเรือเร็วแบรนด์แรกของไทย

nagamarine01.jpg

ปัจจุบันคุณมองว่าตัวเองทำอาชีพอะไร

ผมเป็นทั้งดีไซเนอร์และนักธุรกิจครับ ปัจจุบันเป็น General Manager อยู่ที่บริษัท Naga Marine & Leisure บริษัทผมผลิตเรือเร็วที่เรียกว่า Classic Runabout เพื่อส่งออกและขายในประเทศ

Classic Runabout นี่หน้าตาเป็นยังไง
เป็นเรือเล็กครับ เป็น Classic Speedboat แต่พอพูดถึง Speedboat นี่คนมักจะนึกถึงเรือสีขาวๆใช่มั้ยฮะแต่ถ้า Classic Speedboat นี่ส่วนใหญ่จะทำจากไม้ทั้งลำ พวกเรือสีขาวที่เราเห็นทั่วไปนั่นทำจากไฟเบอร์ครับ เป็นงาน commercial เป็น industrial design ส่วนเรือไม้นี่จะสวยกว่า แพงกว่า ต้องการการดูแลรักษามากกว่าแต่มันก็เป็นอะไรที่มีคุณค่ามากกว่าด้วย งานไม้จะเน้นรายละเอียดและฝีมือ เป็นงานศิลปะครับ

งานของคุณที่บริษัทคืออะไรบ้าง ช่วยเล่าวิธีการทำงานคร่าวๆให้ฟังหน่อย
หน้าที่ของผมก็คือดูแลด้านโปรดักชั่น ควบคุมการผลิต แล้วก็ออกแบบด้วย คือพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนั่นแหละครับ

อะไรเป็นแรงขับเคลื่อนในการคิดงานของคุณ
สำหรับผมมันอยู่ที่ใจรักและความอยากรู้อยากเห็นมั้งฮะ การที่เราอยากจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เมื่อก่อนแบคกราวด์ของผมมาอยู่ในด้าน Automotive ตอนนี้เพิ่งจะมาโฟกัสเรื่องเรือ คือจริงๆผมเล่นเรือมา 4-5 ปีแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสมาจับมันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อปีสองปีนี้เองครับ

การออกแบบรถกับเรือนี่ต่างกันมากมั้ย
สำหรับผมไม่ต่างกันมากนะครับ เพราะว่า โดยมากผมจะโฟกัสที่รายละเอียดของอินทีเรียร์ภายในเรือ มีรายละเอียดภายนอกบ้าง แต่ส่วนมากจะเป็นภายใน ซึ่ง Environment ภายในเรือนี่มันก็ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับรถ คือมันก็ต้องโฟกัสที่ human interactive หรือ user interactive เรื่อง ergonomic เรื่อง safety regulation และก็เรื่องของtrend ครับ โดยรวมแล้วสไตล์เรือของผมนี่จะเป็นแนวคลาสสิคใช่มั้ยครับ แต่ในเมื่อเราต้องการทำมันใหม่เพื่อขายนี่ เราก็จำเป็นต้องปรับมันให้เข้ากับ trend ของโลกด้วย ก็คืออาจต้องมีการเปลี่ยนวัสดุในการออกแบบเปลี่ยนวิธีผลิตเปลี่ยนสไตล์บ้างไม่ให้มันคลาสสิคเกินไป เพื่อที่จะเจาะตลาดได้กว้างขึ้นน่ะฮะ

ให้คุณนิยามคำ 3 คำ สั้นๆ ที่คุณรู้สึกว่าจะอธิบาย identity ในงานของคุณได้ดีที่สุด
Functional Timeless และ Mobility ครับ

nagamarine02.jpg

พูดถึงงานออกแบบที่ NAGA Marine & Leisure นี่ คุณคิดว่าจุดขายของมันคืออะไร

คือเรือสไตล์นี้นี่มีผู้ผลิตหลายเจ้าในโลกนะครับ แต่ของเราคือรายแรกที่เป็นแบรนด์ไทย เราใช้ Craftsmanshipของคนไทย ซึ่งทำให้ลดต้นทุนการพัฒนาสินค้าไปได้เยอะ เราสามารถแบ่งและกระจายเงินทุนไปพัฒนาส่วนอื่นๆของเรือได้เช่น ใส่ option ต่างๆเข้าไปในเรือได้มากขึ้น ใช้วัสดุที่เกรดสูงขึ้นได้ มันมีรายละเอียดในการผลิตบางจุดที่เมืองนอกไม่สามารถจะทำได้ เนื่องจากเหตุผลด้านต้นทุน คือค่าแรงสูงเกินไป แต่เราทำได้มาตรฐานแรงงานผลิตของไทยเปรียบเทียบกับของต่างชาตินี่เป็นยังไงค่อนข้างจะเทียบเท่านะครับ คนไทยเราเป็นช่างฝีมือ พวกช่างไม้ช่างเฟอร์นิเจอร์นี่เราเป็นแรงงานหลัก

คือคนไทยเก่งเรื่อง Crafts อยู่แล้ว ว่างั้น?
ถูกต้องครับ เรื่องของฝีมือนี่เป็นอะไรที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกอยู่แล้ว

คุณคิดยังไงกับกระแสโลก มันสำคัญมากน้อยแค่ไหน
ค่อนข้างสำคัญนะฮะ แต่จริงๆแล้ว มันก็มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ในด้านบวกนี่ การเรียนรู้ความเป็นไปในโลกมันก็เพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้ เมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นมันก็กระตุ้นให้ผู้ผลิตพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้มีคุณภาพสูงขึ้นตาม แต่ในขณะเดียวกัน ด้านลบของมันตกอยู่ที่กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา มักจะโดนเอาเปรียบครับ เป็นการเอารัดเอาเปรียบในระบบ อย่างพวกแบรนด์เนมที่มาใช้แรงงานราคาถูกในประเทศเหล่านี้ แต่สุดท้ายนำสินค้ากลับไปขายแพงมากในตลาดโลก

ในวงการออกแบบนี่ ใครคือ Hero ในสายตาของคุณ เพราะอะไร

น่าจะเป็น Jay May มั้งฮะ เป็นนักออกแบบรถ ซึ่งมีผลงานที่ผมชื่นชอบหลายชิ้นเหมือนกันในตลาดปัจจุบันก่อนนี้เขาทำอยู่Volkswagen แต่ตอนนี้มาอยู่ที่ Ford แล้ว ผลงานของเขาเป็นตัว กำหนดเทรนด์ของตลาดรถยนต์ในหลายๆ segment ครับ คุณเคยต้องร่วมงานหรือทำโปรเจกท์ร่วมกับคนจากสายอาชีพอื่น หรือสายงานที่ต่างกันมั้ยค่อนข้างจะตลอดเวลานะครับ เพราะในธุรกิจดีไซน์นี่มันต้องมีการร่วมมือกันของคนจากหลายๆสายงานอยู่แล้ว แน่นอนที่สุดนี่ต้องมีอย่างน้อย Engineer ต้องมี Marketing ซึ่งทำงานเป็นทีมเวิร์คด้วยกันตั้งแต่ต้น

แล้วผลงานออกมาเป็นยังไงบ้าง คุณคิดอย่างไรกับการทำงานในลักษณะแบบนั้น
ผมว่าสนุกครับ มันมีการเรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอดเวลา ผมชอบนะ พวกเขาจะช่วยผมได้ในสิ่งที่ผมไม่รู้ คือเวลาทำงานเป็นทีมนี่ ทุกคนก็จะมี Positive input ให้โปรเจ็กท์ ซึ่งนั่นทำให้งานมันออกมาดีได้ในที่สุด

จากประสบการณ์การทำงานของคุณ ที่ผ่านมา อะไรคือ Moment ประทับใจ เรื่องที่คุณรู้สึกดีที่สุด
ก็อาจจะเหมือนกับดีไซเนอร์ทั่วไปนะครับ คือเวลาที่งานออกแบบของคุณได้เข้าสู่กระบวนการผลิต ได้ออกมาสู่สายตาชาวโลก อย่างชิ้นแรกของผมก็คือตอนที่ผมยังทำงานอยู่ที่อเมริกา เป็นไฟหน้า LED ของรถยนต์ Cadillac ที่เขาเอาไปใส่ในคอนเซ็ปท์คาร์ ได้ไปโชว์ในงานมอเตอร์โชว์ เป็นความรู้สึกที่ดีมากครับ เพราะงานมอเตอร์โชว์นั้นมันก็เป็นงานที่มีระดับอยู่ พูดถึงโจทย์หลักในชีวิตการทำงาน คุณคาดหวังอะไรจากสิ่งที่คุณทำอยู่ปัจจุบันนี้ สิ่งที่ผมคาดหวังเหรอ ก็อยากให้โปรดักท์ของเราเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้แค่นั้นผมถือว่าผมประสบความสำเร็จแล้วครับ

โปรเจ็กท์ล่าสุดที่คุณทำอยู่ตอนนี้คืออะไร
ล่าสุดที่เพิ่งเสร็จไปคือ การออกแบบภายในใหม่ให้กับเรือขนาด 22 ฟุต ซึ่งมีการออกแบบเบาะนั่งใหม่ พวงมาลัยใหม่ หน้าปัดใหม่ แล้วก็พื้นด้วย คืออินทีเรียร์ทั้งหมดแหละฮะ แล้วก็จะมีรูระบายอากาศภายนอกด้วย

ถ้าคำว่า “ความสำเร็จ” ในชีวิตของคุณคือการที่ผลงานได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค
คุณคิดว่าคุณจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จนั้น
ความพยายามและความไม่ยอมแพ้มั้งครับ คือในกระบวนการมันก็ต้องมีข้อผิดพลาดอยู่เรื่อยๆ แต่นั่นมันทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนา เราต้องไม่หยุดพัฒนาครับ ไม่หยุดอยู่กับที่

คุณคิดอย่างไรกับ “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” ใหม่ๆ ในวงการดีไซน์ไทยปัจจุบัน
คิดว่ามันน่าจะมีมากกว่านี้นะ ส่วนมากพวกเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆในเมืองไทยนี่มันจำกัดอยู่ในวงแคบและอยู่ในองค์กรเอกชนเสียมาก ซึ่งตรงนี้ทำให้มันไม่แพร่หลาย ผมอยากจะเห็นการผลักดันที่มากกว่านี้จากทางภาครัฐ

“เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” นี่มันส่งผลกับงานของคุณมากมั้ย
ค่อนข้างมากนะครับ อย่างในเรื่องของวัสดุและวิธีการผลิตนี่มีผลกับธุรกิจมาก ส่งผลกระทบด้านต้นทุนและระยะเวลาการผลิตแล้วตัวดีไซน์เองก็ถูกจำกัดโดยปัจจัยพวกนี้ด้วย

คุณอยากเห็นอะไรในวงการดีไซน์ของประเทศในอนาคต อยากให้มันเป็นแบบไหน
อยากให้มีองค์กรแบบ TCDC นี่แหละฮะ แต่เป็นองค์กรที่ใหญ่กว่านี้อีก เพราะอย่าง TCDC นี่มีมาตรฐานใช้ได้ทีเดียว แต่ว่ามันเล็กไปหน่อย เข้าถึงคนหมู่มากยังไม่ได้ มันค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม คือผมว่ามันก็มีประโยชน์สูงมากกับกลุ่มเฉพาะที่ว่า แต่ถ้ามันใหญ่กว่านี้ได้ มันก็ดึงดูดคนกลุ่มที่กว้างขึ้นได้ ผมว่ามีกลุ่มคนอีกจำนวนมากที่มีความสามารถแต่ไม่เคยรู้ว่าเมืองไทยเรามี facility อย่างนี้อยู่ ถ้าเราดึงดูดคนพวกนั้นเข้ามาได้อีกนี่ ก็จะทำให้ประเทศเรามี resource ที่มีคุณภาพมากขึ้นครับ

« Back to Result

  • Published Date: 2008-04-12
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป