Articles

« Back to Result | List

ปฏิวัติแนวคิดนักออกแบบ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าสำหรับ ทุกคน – Design for the other 90% –

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล Edited from http://www.peoplesdesignaward.org/

banner-design-for-other.jpg

"ทุกวันนี้นักออกแบบส่วนใหญ่ทุ่มเทพัฒนาและผลิตผลงานเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรวยที่มีอยู่เพียง 10% ของประชากรโลกทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปฏิวัติวงการออกแบบให้หันเข้าหาคนอีก 90% ที่ถูกละเลย"

-Dr. Paul Polak, International Development Enterprises

มีนักออกแบบ วิศวกร นักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์ สถาปนิก และผู้ทำงานด้านสังคมจากหลายแห่งในโลกที่กำลังค้นคว้าพัฒนา คิดหาหนทางต่างๆเพื่อให้คนด้อยโอกาสบนโลกใบนี้สามารถเข้าถึงแหล่งโภชนาการ น้ำสะอาด พลังงาน สุขอนามัย การศึกษา การคมนาคม รวมทั้งวิธีการสร้างรายได้ใหม่ๆ โดยหวังว่าปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของพวกเขาให้ดีขึ้นได้อนาคต

พิพิธภัณฑ์เพื่อการออกแบบแห่งชาติคูเปอร์-ฮีวิตต์ (Cooper-Hewitt, National Design Museum) รวบรวมผลงานการออกแบบเพื่อคนด้อยโอกาสจากหลายแห่งมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการชื่อ Design for the other 90% แน่นอนว่ามันเป็นงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์และพลังความตั้งใจ แต่ละโครงการที่ถูกนำเสนอมีเรื่องราวในตัว เป็นหน้าต่างสะท้อนให้เรามองเห็นบทบาทและพลังของการออกแบบในอีกด้านหนึ่งของโลก ที่นอกเหนือไปจากบทบาทต่อสังคมบริโภคนิยม ผลงานที่ถูกนำเสนอ ณ ที่นี้เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งดีๆที่กำลังเกิดขึ้น ทุกโครงการมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อรักษาและพัฒนาทุกชีวิตที่เดินอยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ที่พักอาศัย
ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ทุกชีวิตต้องการ ปัจจุบันมีสถาปนิก นักพัฒนาสังคม และผู้ผลิตหลายสาขาที่ร่วมมือกันศึกษาหากลยุทธ์และวัสดุใหม่ๆ เพื่อที่จะพัฒนารูปแบบที่พักอาศัยให้กับคนเร่ร่อนและคนด้อยโอกาสในโลก ทั้งในลักษณะที่พักพิงชั่วคราวไปจนถึงบ้านพักแบบถาวร พวกเขาพบว่าวัสดุน้ำหนักเบาสำหรับการสร้างที่พักแบบชั่วคราวนั้น ทำให้การขนส่งและการลำเลียงความช่วยเหลือไปสู่ผู้ประสบภัยนั้นรวดเร็วขึ้นมาก วัสดุเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในหลายท้องถิ่นที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ เนื่องจากมีข้อดีในแง่ความง่ายและสะดวกในการใช้งาน มันจึงเหมาะมากกับงานที่ต้องการความเร่งด่วนอย่างการช่วยชีวิตผู้คนไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้ ยังมีนักออกแบบในหลายทวีปที่พยายามหาวิธีพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างและวัสดุจากในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุน เช่น ในทวีปแอฟริกามีการพัฒนาอุปกรณ์ต้นทุนต่ำ อัดดินให้ขึ้นรูปเป็นบล๊อคสำหรับการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน หรือในสหรัฐอเมริกาก็มีกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยกันสร้างบ้านพักทั้งแบบชั่วคราวและถาวร ให้กับคนไร้บ้านในมลรัฐนิวออร์ลีนส์ที่ได้รับความเสียหายจากพายุเฮอร์ริเคนคาทริน่า

โครงการเฟอร์นิเจอร์คาทริน่า (Katrina Furniture Project)
โครงการผลิต The Katrina Furniture นี้เกิดขึ้นเนื่องจากผลพวงของเฮอร์ริเคนคาทริน่าที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อหลายชุมชนในเมืองนิวออร์ลีนส์ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐกิจหรือสังคม โดยโครงการนี้เริ่มต้นจากการจัดพื้นที่ workshop สอนผู้คนให้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ขึ้นใหม่จากเศษไม้ที่หลงเหลือหลังพายุ เปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นได้เรียนรู้การทำเฟอร์นิเจอร์อย่างง่ายด้วยตนเอง ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มของธุรกิจในอนาคตด้วย ในขณะเดียวกัน workshop นี้ก็ถือเป็นพื้นที่ทำงานสาธารณะและเป็นศูนย์กลางของวัตถุดิบให้ชุมชนไปด้วย ผลผลิตจากโครงการนี้คือเก้าอี้นั่งสำหรับโบสถ์ ซึ่งได้ขายให้โบสถ์ต่างๆกว่า 90 แห่งที่เสียหายจากพายุ

revolutionindesign_katrinachair.jpg

นักออกแบบ/ผู้ผลิต: นักศึกษาและคณาจารย์จาก University of Texas and Art Center College of Design
สหรัฐอเมริกา, ปี 2006
ใช้งานในสหรัฐอเมริกา

กระท่อม แมด เฮาเซอร์ (Mad Housers Hut)
Mad Housers เริ่มต้นโดยกลุ่มนักศึกษาวิชาสถาปัตยกรรมใน Georgia Tech เมื่อปี 1987 ภารกิจคือการสร้างที่พักอาศัยฟรีให้กับคนจรจัดในเมืองแอตแลนตา โดยกระท่อมแต่ละหลังจะมีประตูที่ล็อคได้เพื่อความปลอดภัย ภายในมีที่ว่างสำหรับนอน ที่เก็บของ และเตาทำอาหาร เจ้ากระท่อมเหล่านี้สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนที่ถูกออกแบบตระเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว จึงสามารถสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน พวก Mad Housers จะเลือกสร้างกระท่อมขึ้นในพื้นที่ที่มีคนจรจัดอาศัยอยู่ก่อนและดูเป็นที่ที่จะไม่ถูกรื้อถอนในภายหลัง รวมทั้งยังมีเจ้าของที่ดินบางแห่งอนุญาติให้พวกเขาทำการก่อสร้างได้โดยเสรี แม้ว่ากระท่อมเหล่านี้จะตั้งอยู่แบบถาวรแต่ก็เพื่อใช้เป็นที่พักยามฉุกเฉินเท่านั้น ทาง Mad Housers เชื่อว่าหากคนเรามีที่คุ้มหัวที่ปลอดภัยในระยะเวลาหนึ่งแล้ว เราก็จะหาทางไปที่ที่ดีกว่าได้ง่ายขึ้นในอนาคต

revolutionindesign_madhouserhut.jpg

นักออกแบบ ผู้ผลิต: อาสาสมัครกลุ่ม Mad Housers
สหรัฐอเมริกา, ปี 1987
ขนาด: สูง 10' กว้าง 6' ลึก 8 '
ใช้งานใน: สหรัฐอเมริกา, แคนาดา

สุขภาพ พลานามัยความยากจนทำให้ประชากรหลายล้านคนบนโลกมีชีวิตที่น่าเวทนา พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสุขภาพอนามัยอันดี ไม่มีน้ำสะอาดในการบริโภคอุปโภค และต้องทนทุกข์กับโรคภัยหลายชนิด (ที่จริงๆแล้วสามารถป้องกันและรักษาได้ไม่ยาก) ปัจจุบันมีเด็กทั่วโลกกว่า 12,000 คนเสียชีวิตทุกวันจากไข้มาเลเรีย โรคทางเดินหายใจ น้ำสกปรก รวมถึงการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นักออกแบบ ช่างฝีมือ วิศวกร ผู้ผลิต และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากนำประสบการณ์และความรู้สมัยใหม่ของพวกเขามาช่วยกันหาทางออกให้กับปัญหาเหล่านี้ ตั้งแต่การคิดค้นวิธีการใหม่ๆเพื่อให้บริการด้านสุขภาพและยารักษาโรคเข้าถึงคนยากจนได้ในระดับกว้าง การจัดกิจกรรมในท้องถิ่นเพื่อผลิตและขายสินค้าที่สร้างรายได้ภายในชุมชน การทำงานส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เชิงผลิตโดยไม่คิดมูลค่า ไปจนถึงการคิดค้นยาราคาถูกสำหรับประเทศยากจนต่างๆเท้าและขาเทียมไชยปุระ (Jaipur foot and below-knee prosthesis) 

เท้าและขาเทียมไชยปุระนี้มีต้นทุนต่ำมาก ทนทาน กันน้ำ และจะใช้กับรองเท้าหรือไม่ก็ได้ตามใจคุณ ช่างฝีมือนาม ราม จันทรา ชาร์มา (Ram Chandra Sharma) และ ศัลยแพทย์กระดูก ป.ก. เศรษฐี (Dr P.K. Sethi) ได้ร่วมมือกันผลิตผลงานดัดแปลงนี้ขึ้นจากอวัยวะเทียมที่มีอยู่เดิม และตั้งชื่อมันตามชื่อเมืองที่ทำการผลิต เจ้าเท้าเทียมนี้มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ ปัจจุบันมันถูกนำไปใช้ช่วยเหลือคนพิการขาขาดแล้วกว่า 900,000 รายทั้งในประเทศโลกที่สามและในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและกับระเบิด

revolutionindesign_jaipurfoot.jpg

นักออกแบบ: Ram Chandra Sharma และ Dr P.K. Sethi
ผู้ผลิต: Bhagwan Mahavir Viklang Sahayata Samiti
Jaipur, อินเดีย, ปี 1968
ใช้งานใน: อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ สาธารณรัฐโดมินิกัน ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย มาลาวี ไนจีเรีย เนปาล ปานามา ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี รวันดา โซมาเลีย ตรินิแดด เวียดนาม ซิมบับเว ซูดาน

เครื่องกรองน้ำแบบพกพา ไลฟ์สตรอว์ (LifeStraw)
กว่าครึ่งของคนจนในโลกต้องเผชิญกับโรคร้ายที่มากับน้ำ และอีกกว่า 6,000 คนโดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องเสียชีวิตในแต่ละวันจากการดื่มน้ำที่ไม่ปลอดภัย ผลงาน LifeStraw นี้เป็นเครื่องมือทำน้ำบริสุทธิ์ชนิดพกติดตัวได้ สามารถปรับสภาพผิวน้ำใดๆก็ตามให้สะอาดพอที่จะเป็นน้ำดื่ม มันผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคได้หลายชนิด ทั้งไทฟอยด์ อหิวาตกโรค โรคบิด และท้องร่วง นอกจากนั้นยังสามารถแยกฝุ่นผงที่มีขนาดเล็กกว่า 15 ไมครอนออกไปได้ด้วย

revolutionindesign_lifestraw.jpg

นักออกแบบ: Torben Vestergaard Frandsen
ผู้ผลิต: Vestergaard Frandsen S.A. ประเทศจีนและสวิตเซอร์แลนด์, ปี 2005
ขนาด: สูง 10" เส้นผ่าศูนย์กลาง 1"
ใช้งานใน: กาน่า ไนจีเรีย ปากีสถาน อูกันดา

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์ เอด (Solar Aid)
จากสถิติพบว่าประมาณ 10% ของประชากรโลกมีความพิการทางหู และกว่า 80%ของคนเหล่านี้อาศัยอยู่ในประเทศด้อยพัฒนา พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อย่างมาก ซึ่งชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของเครื่องช่วยฟังนั้นก็คือแบตเตอรี่ที่ต้องมีการเปลี่ยนใหม่อยู่เรื่อยๆ นี่คือที่มาของสิ่งประดิษฐ์ที่ชื่อ "Solar Aid" เครื่องชาร์จแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับเครื่องช่วยฟัง มันถูกพัฒนาขึ้นในประเทศบอตสวาน่า เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางหูให้สามารถใช้ชีวิตปกติในสังคมได้ สามารถไปโรงเรียนหรือทำงานสร้างรายได้ได้เหมือนคนทั่วไป โดยปัจจุบันนี้มีผู้ใช้กว่า 7,000 รายทั้งในทวีปแอฟริกา อเมริกากลาง และเอเชีย

revolutionindesign_solaraid.jpg

นักออกแบบ ผู้ผลิต: Godisa Technologies
บอตสวาน่า, ปี 2003
ขนาด: สูง 4.5" x กว้าง 1" x หนา 3" (แท่นชาร์จ)
ใช้งานใน: อังโกล่า โบลิเวีย บอตสวาน่า บราซิล กัมพูชา คาเมอรูน แคนาดา โคลัมเบีย คอสตาริกา คองโก สาธารณรัฐโดมินิกัน เอธิโอเปีย ฝรั่งเศส เยอรมนี กัวเตมาลา เฮติ อินเดีย อิสราเอล เคนยา มาดากัสการ์ มาลาวี เม็กซิโก ปาเลสไตน์ ปารากวัย ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ สวาซิแลนด์ แทนซาเนีย ตรินิแดดและโตเบโก สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวียดนาม เยเมน แซมเบีย ซิมบับเว

น้ำ
น้ำสะอาดที่เพียงพอต่อความต้องการในการอุปโภคบริโภคถือเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งในชีวิตของคนเรา แต่ในปัจจุบันนี้มีประชากรกว่าพันล้านคนที่ไม่มีน้ำสะอาดขั้นพื้นฐานใช้ในการดำรงชีวิต ผู้หญิงในประเทศด้อยพัฒนาต้องเดินทางไกลเพื่อลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติกลับมายังที่พัก ซึ่งนั่นทำให้พวกเธอไม่มีเวลาเหลือสำหรับการศึกษา สุขอนามัย และการทำงานสร้างรายได้อื่นๆเลย จำต้องจมปลักอยู่กับชีวิตที่ยากจนไม่จบไม่สิ้น

จากสถิติที่ว่า 70% ของคนจนในโลกนี้อาศัยอยู่ในเขตชนบท ฉะนั้นรายได้หลักในการดำรงชีวิตของพวกเขามาจึงขึ้นอยู่การเพาะปลูก นักออกแบบกลุ่มหนึ่งคิดค้นอุปกรณ์การชลประทานขนาดเล็ก ต้นทุนต่ำมาก เพื่อช่วยให้เกษตรกรรายย่อยเหล่านี้สามารถทำงานสร้างผลผลิตได้ดีขึ้นในแต่ละฤดูกาล โดยหวังว่ารายได้จากการขายผลผลิตที่มากขึ้นนี้จะทำให้พวกเขาพ้นจากสภาวะยากจนได้เร็วขึ้น

เครื่องสูบน้ำไม้ไผ่แบบจักรถีบ (Bamboo Treadle Pump)
เครื่องสูบน้ำไม้ไผ่แบบจักรถีบช่วยให้ชาวไร่ชาวนาสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ในช่วงฤดูแล้ง ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องสูบน้ำนี้ทำจากไม้ไผ่หรือวัสดุท้องถิ่นอื่นๆที่มีราคาถูก ตัวกระบอกสูบทำจากเหล็ก ใช้แรงถีบของคนเป็นตัวกำเนิดพลังงาน เครื่องสูบน้ำนี้ถูกขายไปแล้วกว่า 1.7 ล้านเครื่องทั้งในประเทศบังคลาเทศและในที่อื่นๆ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในบังคลาเทศกว่า 1400 ล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว

revolutionindesign_bambootreadlepump.jpg

นักออกแบบ: Gunnar Barnes of Rangpur/Dinajpur Rural Service and International Development Enterprises (IDE) เนปาล
ผู้ผลิต: workshop ท้องถิ่นขนาดเล็กและขนาดกลางหลายแห่งในเนปาลและบังคลาเทศ, ปี 2006
ใช้งานใน: บังคลาเทศ เนปาล อินเดีย, พม่า กัมพูชา แซมเบีย

หม้อเก็บความเย็น 2 ชั้น พ็อต-อิน-พ็อต (Pot-in-Pot Cooler)
เครื่องเก็บความเย็น 2 ชั้นนี้ประกอบด้วยหม้อดินเผา 2 ใบ (ใบเล็กวางในใบใหญ่อีกที) โดยมีทรายและน้ำเติมอยู่ระหว่างหม้อทั้งสอง เมื่อเวลาที่น้ำระเหย มันก็จะดึงเอาความร้อนจากหม้อใบเล็กด้านในออกไปด้วย ทำให้ผักผลไม้ที่เก็บไว้ในหม้อใบเล็กคงความสดใหม่ได้นานขึ้น ในเขตชนบทของไนจีเรียที่ไม่มีน้ำไฟและการคมนาคมที่สะดวก ชาวไร่ชาวนาประสบปัญหาการเก็บรักษาผลผลิต แต่ด้วยหม้อเก็บความเย็น 2 ชั้นนี้ มะเขือเทศของพวกเขาจะคงความสดใหม่ได้นานถึง 21 วัน (ถ้าเก็บในภาวะปกติจะอยู่ได้แค่ 2-3 วันเท่านั้น) ผลลัพธ์คือชาวไร่มีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขายผลผลิตที่สดกว่าเดิม

revolutionindesign_pot-in-pot-cooler.jpg

นักออกแบบ: Mohammed Bah Abba
ผู้ผลิต: ช่างปั้นหม้อในท้องถิ่น ประเทศไนจีเรีย, ปี 1995
ขนาด: เส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 16" - 22"
ใช้งานใน: คาเมอรูน ชาด ไนเจอร์ อีริเทรีย เอธิโอเปีย เบอกินา-ฟาโซ

ภาชนะบรรจุน้ำเคลื่อนที่ คิว ดรัม (Q Drum)
Q Drum คือภาชนะบรรจุน้ำที่มีความทนทาน หมุนเคลื่อนที่ได้ง่าย สามารถขนส่งน้ำสะอาดได้ครั้งละถึง 75 ลิตร ซึ่งในเขตแห้งแล้งของทวีปแอฟริกา การขนส่งน้ำด้วยภาชนะแบบหมุนนี้ช่วยลดความลำบากให้ผู้คนได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการขนส่งด้วยวิธีการแบกหามแบบเดิมๆ

revolutionindesign_qdrum.jpg

นักออกแบบ: P.J. และ J.P.S. Hendrikse
ผู้ผลิต: Kaymac Rotomoulders และ Pioneer Plastics แอฟริกาใต้, ปี 1993
ขนาด: สูง 14" เส้นผ่าศูนย์กลาง 19.5
ใช้งานใน: เคนย่า นามิเบีย เอธิโอเปีย รวันดา แทนซาเนีย ไอวอรี่ โคสต์ ไนจีเรีย กาน่า แอฟริกาใต้ อังโกล่า

การศึกษา

เป็นที่รู้กันว่าการศึกษานั้นสร้างโอกาส และเป็นพลังให้ผู้คนสร้างชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่ในปัจจุบันคนยากจนโดยเฉพาะผู้หญิงในเขตชนบท ชนกลุ่มน้อย และผู้พิการยังไม่ได้รับแม้การศึกษาในขั้นพื้นฐาน สิ่งนี้เป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งในการที่พวกเขาจะหลุดพ้นจากวงจรแห่งความแร้นแค้น

นักการศึกษาทำงานร่วมกันกับวิศวกรและนักออกแบบ หาวิถีทางเผยแพร่การศึกษาสู่เขตชนบทห่างไกลผ่านทางเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยหลายอย่าง ทั้งนวัตกรรมคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กในโลกด้อยพัฒนา หรือห้องสมุดไมโครฟิล์มที่ช่วยลดปัญหาเรื่องการขนส่งและเก็บรักษาหนังสือจำนวนมากได้

เทคโนโลยีสมัยใหม่คือเครือข่ายของสังคม เด็กๆสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ผ่านเครือข่ายไร้สาย ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมหรือผ่านระบบบรอดแบนด์ราคาถูก กลุ่มนักพัฒนากลุ่มหนึ่งทำงานโดยมีเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงประชากรครึ่งหนึ่งของโลกเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตให้ได้ภายในเวลา 10 ปีนับจากนี้ อีกพวกหนึ่งออกแบบคอมพิวเตอร์ราคาปานกลางเพื่อใช้สอนวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐานสำหรับธุรกิจในยุคปัจจุบัน การเชื่อมโยงเทคโนโลยี LED เข้ากับไมโครฟิล์มที่ทนทาน ผู้คนสามารถเรียนวิชาเกษตรกรรม สุขอนามัย และการอ่านเขียนได้ในช่วงเย็นหลังเลิกงานประจำวัน

แต่ละโครงการมีความตั้งใจที่จะเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ เพิ่มทักษะที่จำเป็น ลดความต่างทางการศึกษาและลดช่องว่างระหว่างเพศ ให้ทุกคนบนโลกมีโอกาสพัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียม เพราะการที่คนเราได้ทำในสิ่งที่เราทำได้ดีนั้นย่อมเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จและเงินทอง

ไมโครฟิล์มโปรเจกเตอร์และห้องสมุดเคลื่อนที่ คินคาจู (Kinkajou Microfilm Projector and Portable Library )
The Kinkajou Projector คืออุปกรณ์การสอนราคาถูก ออกแบบเพื่อพัฒนาและขยายขอบเขตการเรียนรู้โดยมันได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมการเรียนภาคค่ำของชาวชนบทที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เป้าหมายของโครงการคือต้องการยกระดับการอ่านออกเขียนได้ของชาวชนบทในแอฟริกาตะวันตกที่ซึ่งมีประชากรประมาณ 75% ยังไม่รู้หนังสือ ด้วยอุปกรณ์นี้ ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อหนังสือที่ราคาแพงและมีความยากลำบากในการแจกจ่ายไปยังห้องเรียนตอนกลางคืนของแต่ละชุมชนที่มีเพียงไฟตะเกียงเป็นแสงสว่างเดียว Kinkajou ผสานประสิทธิภาพของ LED เข้ากับความทนทานและความสามารถในการเก็บรักษาข้อมูลของไมโครฟิล์ม มันเป็นอุปกรณ์ที่เก็บง่าย และมีแผงโซล่าร์ให้พลังงานเพิ่มด้วย ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก Kinkajou คือกลุ่มผู้หญิงยากจนที่ขาดโอกาสและเข้าถึงได้ยากที่สุดในสังคม ทางโครงการหวังว่าการอ่านออกเขียนได้ของผู้คนจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขา ทั้งในเรื่องสุขอนามัยและโภชนาการเด็ก ถึงวันนี้ Kinkajou projector ได้ช่วยคนกว่า 3,000 ใน 45 หมู่บ้านของประเทศมาลีให้อ่านหนังสือได้แล้ว

revolutionindesign_kinkajou.JPG

นักออกแบบ: Design that Matters, Inc., ร่วมมือกับนักเรียนและผู้เชี่ยวชาญ
ผู้ผลิต: หลายเจ้าในเขต New England สหรัฐอเมริกา, ปี 2004
ขนาด: โปรเจกเตอร์ สูง 11" x กว้าง 7" x หนา 3", แผงโซล่าร์ สูง 19.5" x กว้าง 15" x หนา 1",
ชุดแบตเตอรี่ สูง 10" x กว้าง 8.5" x หนา 3.5"
ใช้งานใน: มาลี บังคลาเทศ เบนิน อินเดีย(ช่วงทดสอบ)

โครงการเด็กหนึ่งคน-คอมพ์หนึ่งเครื่อง (One Laptop per Child)
โครงการ One Laptop per Child สร้างคอมพิวเตอร์ราคา 100 เหรียญสหรัฐเพื่อใช้ในการศึกษา เป็นสื่อกลางของการเรียน ข้อมูล และการสื่อสารในหมู่เยาวชนในประเทศด้อยพัฒนา OLPC ถือเป็นโครงการทดลองใหม่ในด้านการออกแบบเพื่อสังคม ที่องค์กรไม่หวังผลกำไรจะนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาแจกจ่ายให้กับผู้คนที่ไม่เคยได้สัมผัสมันมาก่อน รัฐบาลแต่ละประเทศต้องซื้อคอมพิวเตอร์laptop พวกนี้เพื่อไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนต่างๆ โดย 5 ล้านยูนิตแรกจะตกเป็นของประเทศไนจีเรีย อาร์เจนตินา บราซิล ไทย อุรุกวัย และลิเบีย

revolutionindesign_onelaptopperchild.jpg

คอนเซ็ปท์: Nicholas Negroponte
นักออกแบบ: Yves Béhar, fuseproject (ร่วมกับ Martin Schnitzer และ Bret Recor), Design Continuum (prototype)
ทีมงาน: Squid Labs (วิศวกรรม), Yves Béhar, fuseproject, ร่วมกับ Martin Schnitzer (ออกแบบ)
ซอฟท์แวร์: Red Hat
โปรเซสเซอร์: Advanced Micro Devices
ผู้ผลิต: Quanta Computer, Inc. และ OLPC จีน, ปี 2007
ขนาด: สูง 1.5" x กว้าง 9" x หนา 9.5"
ประเทศกลุ่มแรกที่ตอบรับโครงการ: อาร์เจนตินา บราซิล ไทย อุรุกวัย ลิเบีย ไนจีเรีย
ประเทศกลุ่มที่สองที่ตอบรับโครงการ: เวียตนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อังโกล่า เอธิโอเปีย คองโก ปากีสถาน คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นิคารากัว เบลิซ ปานามา

พลังงาน

เชื้อเพลิงและพลังงานจำเป็นต่อการหุงหาอาหาร ให้แสงสว่างและความอบอุ่น เชื่อมต่อการสื่อสารและสร้างใรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้ยังมีคนอีกกว่า 1600 ล้านคนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีก 2400 ล้านคนที่ไม่เคยสัมผัสกับพลังงานแบบทันสมัย พวกเขายังต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงจากไม้ฟืน มูลสัตว์ และกากของธัญญาหารต่างๆ การนำพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่มาเผยแพร่ในโลกด้อยพัฒนาอาจช่วยลดความภาวะความยากจนลงได้ไม่มากก็น้อย

แนวคิดคือการจัดหาแหล่งพลังงานราคาถูกจากเทคโนโลยีง่ายๆให้กับคนในชนบทห่างไกล ไม่จำเป็นต้องพึ่งระบบไฟฟ้าสาธารณะที่มีต้นทุนสูง นักศึกษามหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับชุมชน และภาคการเงินของท้องถิ่น จัดหาพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการเรียนการสอนและการทำงานหารายได้เสริมในช่วงกลางคืน นอกจากกนั้นก็มีโครงการติดตั้งเสาไฟถนนที่มีระบบ WI FI ในตัว ได้ทั้งความปลอดภัยและเครือข่ายการสื่อสารด้วย

ทุกวันนี้ ประชากรโลกเกือบ 2 ล้านคนโดยเฉพาะเด็กเล็กต้องเสียชีวิตจากการสูดควันพิษในครัวเรือน พลังงานสะอาดคือสิ่งที่จะช่วยลดมลพิษทางอากาศในชุมชนได้ ยิ่งไปกว่านั้นเด็กๆและผู้หญิงก็ไม่ต้องออกไปเก็บฟืน (เสียเวลาไปรวมกว่า 50,000 ล้านชั่วโมงต่อปีโดยประมาณ) พวกเขาจะมีเวลาว่างมากพอสำหรับการเรียนหนังสือและการทำงานสร้างรายได้เพิ่มเติม

ชุดกระเป๋าไฟฟ้าเคลื่อนที่ (Traditional integrated Portable Light textiles)
กระเป๋าไฟฟ้าเคลื่อนที่นี้เป็นผลงานของกลุ่มสตรีช่างทอผ้าในเขตซาน แอนเดรียส (San Andreas) ของประเทศเม็กซิโก ซึ่งได้ทำการทดลองผสานเทคโนโลยีพลังงานแสงเข้ากับสิ่งทอปกติด้วยเทคนิคการทอและเย็บแบบดั้งเดิม ชุดไฟเคลื่อนที่นี้รวมเอาแสงสว่าง LED จากสัญญาณไฟคนเดินถนน สวิทช์เปิด-ปิดกันน้ำจากเครื่องล้างจาน และแบตเตอรี่จากเครื่องโทรศัพท์มือถือเข้าด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานง่ายๆ การปรับพื้นผิวของชิ้นผ้าสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะแสงไฟได้ ไม่ว่าจะเป็นแสงแบบตรง แบบสะท้อน หรือแบบกระจาย ตามความต้องการของอุตสาหกรรมครัวเรือนอย่างเช่น ร้านขายตอร์ติลญาส์ การผลิตรองเท้าแตะ งานซ่อม งานถักทอและลูกปัด

revolutionindesign_portablelight.jpg

นักออกแบบ/ผู้ผลิต: Estella Hernandez, Huichol weaver, และครอบครัว
สหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก, ปี 2006
ขนาด: สูง 8” x กว้าง 6” x หนา 5”
ใช้งานใน: เม็กซิโกและออสเตรเลีย (โครงการทดลอง)

ถ่านชานอ้อย (Sugarcane charcoal)
ในประเทศเฮติ การใช้ถ่านไม้ในครัวเรือนมีส่วนทำลายพื้นที่ป่าไม้และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง กว่า 90% ของพื้นที่ป่าในประเทศถูกทำลายไปหมด เด็กเล็กเสียชีวิตลงจำนวนมากจากการสูดดมควันพิษในครัวเรือน ด้วยเหตุนี้ ถ่านจากอ้อยจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเชื้อเพลิงทดแทน โดยการนำชานอ้อยแห้งมาเผาในเตาปกติจนไหม้เป็นถ่าน นำมารวมกันแล้วอัดเป็นก้อนด้วยเครื่องกด ก็จะได้เชื้อเพลิงก้อนที่ใช้งานได้ดีไม่ต่างจากถ่านไม้

revolutionindesign_sugarcanechacoal.jpg

นักออกแบบ ผู้ผลิต: D-lab
เฮติ, ปี 2004-05
ใช้งานใน: เฮติ กาน่า บราซิล อินเดีย

การคมนาคม

การคมนาคมที่ดีช่วยให้คนได้ไปหาหมอ ไปโรงเรียน ไปตลาด และไปทำงานได้ แต่สำหรับชุมชนที่ยากจนมากๆแล้ว พวกเขาไม่สามารถหาซื้อได้แม้กระทั่งมอเตอร์ไซค์ พาหนะหลักๆของคนเหล่านี้ก็คือ จักรยาน รถสามล้อ และรถลากต่างๆ

จักรยานบรรทุกของ บิ๊ก โบดา (Big Boda load-carrying Bicycle)
จักรยานรุ่น Big Boda นี้รับน้ำหนักบรรทุกได้หลายร้อยปอนด์ หรือให้คนนั่งซ้อนท้าย 2 คนได้สบายๆ ถ้าเทียบจากราคาแล้วถือว่าประหยัดกว่าพาหนะที่ใช้แรงคนในรูปแบบอื่นๆมาก วัตถุประสงค์หลักของการออกแบบคือเพื่อใช้ขนส่งสินค้าไปกลับจากตลาด เริ่มแรกทาง WorldBike ออกแบบส่วนโครงที่ขยายออกมาทางด้านหลังหรือที่เรียกว่า Longtail เพื่อใช้งานกับตัวรถรุ่นที่ผลิตในจีน ต่อมาในปี 2005 มันถูกปรับรูปแบบใหม่ให้เหมาะสมกับรถรุ่น Boda Boda เพื่อใช้เป็นรถแท็กซี่ในเคนย่า และเพื่อให้ผลิตได้ง่ายขึ้นในโรงงานขนาดเล็กด้วย

revolutionindesign_bigbodabike.jpg

นักออกแบบ: WorldBike, Adam French (ช่วงแรก), Ed Lucero ด้วยความช่วยเหลือจาก Paul Freedman, Matt Snyder, Ross Evans, Moses Odhiambo, และ Jacob (ช่วงที่สอง)
ผู้ผลิต: WorldBike และ workshop ของ Moses Odhiambo
เคนยา, ปี 2002-05
ใช้งานใน: เคนย่า อูกันดา

ถ้าเรามองจากมุมของสังคมสมัยใหม่ ไอเดียในงานนวัตกรรมเหล่านี้ล้วนมีพื้นฐานที่ตอบสนองแนวคิดเศรษฐกิจแบบยั่งยืน แถมยังแสดงความรับผิดชอบอย่างสูงต่อสังคมด้วย เป้าหมายของโครงการต่างๆครอบคลุมแนวคิดเชิงพัฒนาในหลายๆด้าน ตั้งแต่การสร้างความร่วมมือร่วมใจในสังคม พัฒนาสุขอนามัย ลดการทำร้ายสิ่งแวดล้อม พัฒนาองค์ความรู้และการศึกษาที่มีคุณภาพในหมู่คนด้อยโอกาส ทั้งหมดเป็นงานออกแบบเพื่อช่วยเหลือคนจนมากกว่าที่จะใช้ประโยชน์จากพวกเขา เป็นแนวคิดย้อนกลับสู่การพัฒนารากหญ้าที่ไม่ค่อยได้เห็นนักในโลกของการออกแบบเพื่อความศิวิไลซ์


« Back to Result

  • Published Date: 2007-10-07
  • Resource: www.tcdcconnect.com