Articles

« Back to Result | List

พลังของการสร้างสรรค์ร่วมกัน อูเดย์ ดันดาวาเต้ – ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัท โซนิค-ริม

“การสร้างสรรค์สิ่งใดๆ ก็ตามร่วมกับผู้อื่น ย่อมนำไปสู่การสร้างสรรค์ชุมชน วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ทางสังคมด้วย” - ออสการ์ เบิร์ก, ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท Acando

อูเดย์ ดันดาวาเต้ เติบโตมากับระบบความคิดที่ว่าเขาสามารถสร้างจินตนาการและบังคับให้คนอื่นเห็นในสิ่งเดียวกันได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป วิธีคิดเชิงออกแบบของเขาเปลี่ยนไปมาก ทุกวันนี้แทนที่เขาจะออกแบบ “เพื่อ” คนอื่นๆ เขากลับเลือกที่จะออกแบบ “ไปด้วยกัน” กับคนเหล่านั้น กระบวนการนี้เรียกว่า “การออกแบบแบบมีส่วนร่วม”(Participatory design) หรือ “การสร้างสรรค์ร่วมกัน” (Co-creation)

“ถ้าผมพึ่งพาแค่เพียงองค์ความรู้ของตัวเองในการออกแบบเพื่อคนอื่น นั่นหมายถึง ผมกำลังจำกัดโอกาสในการสร้างสรรค์เพื่อผู้อื่นผ่านแค่ความคิดของตัวเอง แต่ถ้าผมสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันกับพวกเขา สิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นจะเป็นทรัพยากรที่หลั่งไหลไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนดังเช่นสายน้ำ”

ความเห็นอกเห็นใจและการเคารพในความต่าง
ในยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในชุมชนแตกต่างจากปัจจุบันมาก “ในสมัยก่อนมนุษย์เราสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ผ่านการสนทนากับผู้อื่น ผ่านองค์ความรู้ของแต่ละคน ผ่านความเข้าใจในอารมณ์และพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ณ ขณะนั้น” ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) นี้คือ องค์ประกอบที่สำคัญมากในกระบวนการสร้างสรรค์ แนวคิดการออกแบบแบบมีส่วนร่วมก็เช่นเดียวกัน พื้นฐานของมันอยู่ที่การช่วยลูกค้า ช่วยนักออกแบบ และช่วยให้ผู้คนมีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น

การออกแบบที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยความเข้าใจอันลึกซึ้งต่อชีวิตของผู้คนที่จะต้องใช้มัน “นักออกแบบจะต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่เขากำลังจะสร้างสรรค์ พัฒนา และนำเสนอผลงานออกแบบเข้าสู่ชีวิตของผู้อื่น” ดังนั้น มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องเคารพในความแตกต่างหลากหลาย และยอมรับว่าผู้คนมีระบบความคิดและมุมมองที่ไม่เหมือนกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดเกิดขึ้นเมื่อนักออกแบบละเลยความเป็นจริงที่ว่ามนุษย์เราแตกต่างกันได้อย่างสุดขั้ว ผู้คนในแต่ละมุมโลกล้วนมีความจำเป็นในชีวิตที่ต่างกัน พวกเขามองเห็นและตีความสิ่งต่างๆ จากมุมที่ไม่เหมือนกัน

“ถ้าหากเราไม่มีความเข้าใจว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งอาจมีความหมายหรือคุณค่าที่ต่างกันไปตามแต่บริบท มันก็เป็นไปได้สูงว่าเราจะยัดเยียดแนวคิดและจินตนาการของเรา (จากบริบทของชีวิตเรา) ลงไปในงานออกแบบ ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่ความล้มเหลว”

การสร้างสรรค์และจินตนาการร่วม
ตัวอย่างหนึ่งที่อูเดย์นำ “กระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกัน” มาใช้กับการออกแบบก็คือ การทำเวิร์คชอปของบริษัท Mattel (ผู้ผลิตของเล่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก) ในครั้งนั้น Mattel ต้องการสร้างคอนเซ็ปท์ใหม่ๆ ให้กับ Barbie และ Hot Wheels พวกเขายอมตกลงที่จะทำเวิร์คชอปเพื่อการสร้างสรรค์ร่วมกันกับตัวแทนที่ได้รับลิขสิทธิ์ 120 คนจากทั่วโลก ในเวิร์คชอปนี้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม โดยในแต่ละกลุ่มต้องมาจากประเทศที่ต่างกัน พวกเขาแต่ละคนถูกขอให้วาดการ์ตูนเป็นเรื่องราวโดยมี Barbie และ Hot Wheels เป็นตัวเอก อูเดย์กล่าวว่า “การ์ตูนแต่ละเรื่องก็คือเรื่องราวที่โลดแล่นอยู่ในจินตนาการของเด็กๆ ในแต่ละประเทศนั่นเอง”

จากนั้นผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปถูกขอให้แลกเปลี่ยนผลงานกันดู รวมทั้งให้ช่วยกันสร้างการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ทุกคนในกลุ่มเห็นพ้องว่าเป็นเรื่องราวที่เด็กๆ ในประเทศของพวกเขาจะจินตนาการถึงได้จริงๆ ท้ายที่สุดผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปทั้ง 120 คนก็ได้เลือกการ์ตูนที่มีความเป็นสากลออกมา 6 เรื่อง และที่เหมาะสมกับเฉพาะภูมิภาคอีก 10 เรื่อง บริษัท Mattel ไม่รีรอที่จะนำการ์ตูนเหล่านี้ไปให้กับทีมออกแบบและบอกว่า “โอเค พวกคุณจะต้องออกแบบแคตตาล็อกใหม่ประจำฤดูกาลจากเรื่องราวเหล่านี้นะ” จากเวิร์คชอปครั้งนั้น Mattel ได้เรียนรู้ว่ากระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกันทำให้พวกเขาได้รับรู้ถึงมุมมองและแนวคิดใหม่ๆ จากจินตนาการของผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดานักออกแบบของบริษัท (ผู้จบการศึกษาจากโรงเรียนศิลปะ) ไม่มีวันจะเข้าถึงได้เลย

อูเดย์ปิดท้ายการบรรยายด้วยการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบแบบมีส่วนร่วมว่า “หลายๆ ครั้งคนเราก็ถูกจองจำไว้กับประสบการณ์และความคิดของตัวเอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมการใช้จินตนาการร่วมกับผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันสามารถบอกเราถึงสิ่งที่ต้องทำในแต่ละโปรเจ็กท์ กระตุ้นให้เกิดความเข้าใจระหว่างกัน และช่วยปลูกฝังสัญชาตญาณการรับรู้ถึงบริบทต่างๆ ด้วย”

อนาคตดูแตกต่างออกไปเสมอเมื่อเรามองมันผ่านสายตาของผู้อื่น - อูเดย์ ดันดาวาเต้


« Back to Result

  • Published Date: 2012-08-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com