Articles

« Back to Result | List

“วัฒนธรรมสองล้อ” กับการดีไซน์เมืองเพื่อนักปั่น

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

เรื่องราวของพาหนะสองล้อเปี่ยมเสน่ห์อย่าง “จักรยาน” นั้นบอกเล่ากันได้ไม่มีวันจบสิ้น ด้วยวัตถุประสงค์หลากหลายตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นตะกร้าจ่ายตลาดติดล้อของคุณแม่บ้าน เป็นพาหนะคู่หูของสาวยาคูลท์ หรือเป็นสหายรักของนักปั่นหัวใจสีเขียว

หลากเหตุผลข้างต้นทำให้จักรยานมี “บุคลิก” โดดเด่นน่าสนใจต่างกันไปในแต่ละบริบท โดยเฉพาะในปัจจุบันได้มีการส่งเสริมให้ใช้จักรยานเป็น “พาหนะทางเลือก” สำหรับการเดินทางในเมือง รวมทั้งเพื่อการท่องเที่ยวทั้งในเชิงอนุรักษ์และเรียนรู้วิถีชุมชน นอกจากนั้น วัฒนธรรมนักปั่นนี้ยังได้รับการสนับสนุนให้เป็นกลไกขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ๆ อาทิเช่น ธุรกิจเสื้อผ้าและกระเป๋าสำหรับนักปั่นจักรยาน อุปกรณ์เสริมสำหรับจักรยาน ฯลฯ


แม้คนส่วนใหญ่จะเล็งเห็นถึงอรรถประโยชน์ของพาหนะสองล้อสุดคลาสสิกนี้กันแล้ว แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักปั่นหน้าใหม่ลังเลใจไม่กล้าขี่ไกลไปกว่าหน้าปากซอย ก็คือ สภาพแวดล้อมของเมืองที่ “ไม่เหมาะสม” ต่อการขี่จักรยาน

น่าสังเกตว่าเมื่อมีการรณรงค์ให้คนใช้จักรยานเป็นพาหนะ เมืองต่างๆ ของยุโรปที่มี “วัฒนธรรมจักรยาน” ก็มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็น “เมืองต้นแบบ” เสมอ ซึ่งหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ว่ากันว่ามีจักรยานมากถึง 1 ล้านคัน (ขณะที่มีประชากรอยู่อาศัยเพียง 7.8 แสนคน) กรุงอัมสเตอร์ดัมมีเนื้อที่ 219.4 ตร.กม. แต่มีเลนสำหรับขี่จักรยานรวมกันยาวถึง 400 กิโลเมตร (เนเธอร์แลนด์ทั้งประเทศมีเลนจักรยานรวมกันยาวถึง 10,000 กิโลเมตร)


ด้วยภูมิศาสตร์อันเป็นที่ราบและมีคูคลองล้อมรอบเป็นใยแมงมุม (เชื่อมด้วยสะพานกว่า 1,200 แห่ง) แถมยังมีตรอกซอกซอยอีกนับไม่ถ้วน ทำให้จักรยานกลายเป็นพาหนะในอุดมคติสำหรับ “อัมสเตอร์ดัมเมอร์” ที่แม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรี Wim Kok ก็ยังใช้ขี่ไปทำงาน (!) นอกจากนั้นทั้งภาครัฐและภาคประชาชนของอัมสเตอร์ดัมยังตระหนักดีถึงปัญหาวิกฤตจราจรที่เคยเกิดขึ้นในยุค 60s จึงได้มีการรณรงค์ให้ผู้คนหันกลับมาใช้จักรยานเป็นพาหนะ โดยนักปั่นกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันจัดตั้ง “กลุ่มสหพันธ์จักรยานแห่งดัตช์” (The Dutch Union of Cyclists—ENFB) เพื่อร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดนโยบายด้านการจราจร สำรวจและจัดทำเส้นทางจักรยาน ตลอดจนวางผังเมืองและออกแบบระบบโครงสร้างภายในที่เอื้อต่อการขี่จักรยาน ฯลฯ จนกระทั่งในปัจจุบันกรุงอัมสเตอร์ดัมจึงได้ชื่อว่าเป็น “bicycle-friendly city” และกลายเป็น “ศูนย์กลางวัฒนธรรมจักรยาน” ของโลกไปในที่สุด

สำหรับกรุงเทพมหานครที่ชาวเมืองยังใช้ยานยนต์เป็นพาหนะหลัก ภาพความเป็น “เมืองสองล้อ” อาจยังดูไม่แจ่มชัดนักในความคิดของหลายๆ คน แต่สำหรับเมืองอย่างอัมสเตอร์ดัมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ คือ สิ่งที่นักปั่นบนท้องถนนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี


เลนใครเลนมัน...ปั่นสบายหายห่วง
“เลนจักรยาน” ในอัมสเตอร์ดัมนั้นแยกขาดจาก “เลนรถยนต์” อย่างชัดเจนด้วยเส้นสีขาวและพื้นถนนสีแดง พร้อมมีเครื่องหมายรูปจักรยานกำกับเป็นระยะๆ แม้แต่ทางม้าลายเองก็ยังถูกแบ่งเป็นทางข้ามสำหรับคนเดินถนนและสำหรับผู้ขี่จักรยาน ซึ่งทั้งนี้ “เลนจักรยาน หมายถึง เลนสำหรับขี่พาหนะสองล้อที่ใช้แรงคนถีบเท่านั้น" (ไม่ใช่จักรยานยนต์) นักปั่นจึงมั่นใจได้เต็มร้อยต่อสวัสดิภาพในชีวิตและทรัพย์สินของตน

นอกจากนั้นแล้ว หากช่องทางไหนที่จักรยานและจักรยานยนต์ต้องใช้ร่วมกันก็จะมีป้ายกำกับไว้อย่างชัดเจน และส่วนกลางใจเมืองที่การจราจรคับคั่ง เลนจักรยานกับเลนรถยนต์ก็จะถูกคั่นด้วยเกาะกลางถนนแคบๆ ตลอดแนว นักปั่นจึงสบายใจได้ว่าจะไม่ถูกรถใหญ่เฉี่ยวชนแน่นอน

ไฟจราจร...ไฟสำหรับจักรยาน
นอกจากไฟจราจรสำหรับรถยนต์และคนข้ามถนนแล้ว คุณจะได้พบเห็นไฟจราจรสำหรับจักรยานในทุกๆ แยกของกรุงอัมสเตอร์ดัมด้วย นอกจากนั้น ตรอกซอกซอยกลางใจเมืองส่วนใหญ่ก็มักจะห้ามรถผ่านเข้า-ออก หรือหากมีรถเข้า-ออกก็จะมีไฟสัญญาณทั้งสำหรับรถที่ออกจากซอยและรถจักรยานบนทางหลักด้วย สรุปว่าโอกาสที่รถยนต์กับจักรยานจะมา “ป๊ะกันแห็ม” จึงไม่มี

สองล้อคือขาใหญ่...ใครๆ ก็ต้องหลบ
ในบางประเทศ “รถสิบล้อ” จะเป็นเสมือนพี่ใหญ่บนท้องถนน แต่สำหรับกรุงอัมสเตอร์ดัมแล้ว ขาโจ๋คุมถนน คือ รถสองล้อถีบอย่างจักรยานนี่แหละ ประเทศเนเธอร์แลนด์มีกฎหมายว่า “หากรถยนต์ชนกับรถจักรยาน...ถือว่ารถยนต์ผิดทุกกรณี” ดังนั้น ผู้ขับขี่รถยนต์ในกรุงอัมสเตอร์ดัมจึงต้องระมัดระวังนักปั่นเป็นพิเศษ อันที่จริงแม้แต่คนเดินถนนก็ยังต้องระวังจักรยานให้ดีเนื่องจากเลนจักรยานนั้นมักอยู่ติดกับทางเท้า หากคุณมัวแต่เพลินชมสองฝั่งคลองก็อาจเดินเข้าไปในช่องทางจักรยานและถูกชนเอาโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนั้น ที่เนเธอร์แลนด์ยังถือกันว่า จักรยานก็คือคนเดินถนนประเภทหนึ่ง (แต่เป็นคนที่เดินเร็วหน่อย) ฉะนั้น แม้ในพื้นที่ที่ห้ามรถยนต์เข้า จักรยานก็ยังสามารถเข้าไปได้ และในที่ใดก็ตามที่อนุญาตให้คนเดินถึงก็จะมีทางจักรยานพร้อมที่จอดด้วยเช่นกัน


ปั่นสะดวก...จอดสบาย
นักปั่นสามารถจอดพาหนะคู่ใจได้ ณ จุดจอดรถสารพัดรูปแบบ ทั้งในอาคารที่จอดเฉพาะซึ่งจุจักรยานได้เป็นหมื่นเป็นแสนคัน หรือจะคล้องไว้กับแร็คจอดจักรยาน หรือผูกไว้กับราวริมคลองก็ได้ไม่มีใครว่า จุดจอดจักรยานเหล่านี้พบได้ทั่วไปตามแหล่งชุมชน หรือใกล้ๆ กับจุดเชื่อมต่อกับการคมนาคมประเภทอื่น อาทิเช่น รถไฟ รถราง เรือ เป็นต้น

จักรยานต่อรถไฟ...ใกล้-ไกลยังไงก็สะดวก
โดยทั่วไปแล้วตัวเมืองและถนนหนทางส่วนใหญ่ในยุโรปมักมีขนาดไม่ใหญ่มาก (ทำให้เอื้อต่อการขี่จักรยานอยู่แล้ว) แต่สำหรับนักปั่นที่บ้านอยู่นอกเมืองมากๆ เขาเหล่านี้ก็มักจะต้องหอบจักรยานขึ้นรถไฟมาก่อน ดังนั้นในขบวนรถไฟส่วนใหญ่จึงมีบริเวณสำหรับจอดจักรยานจัดไว้ให้ด้วย

Winter, spring, summer, or fall…all you’ve got to do is ‘ride’
เช่นเดียวกันกับเมืองจักรยานอื่นๆ ในยุโรป กรุงอัมสเตอร์ดัมเองมีอากาศค่อนข้างเย็น (จนถึงหนาว) ตลอดปี ทำให้เหมาะแก่การขี่จักรยานเป็นอย่างมาก แม้ในช่วงเปลี่ยนฤดูที่มีฝนตก ก็จะตกแค่ปรอยๆ เท่านั้น ซึ่งด้วยปัจจัยของภูมิอากาศดังกล่าว จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมกรุงอัมสเตอร์ดัมถึงได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงของนักปั่น” และ “ศูนย์กลางของวัฒนธรรมจักรยาน” (ซึ่งหากเทียบกับกรุงเทพมหานครซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ทั้งสภาพอากาศยังร้อนจัดและมีฝนตกหนักถึงปีละ 6 เดือน เชื่อว่านักปั่นบ้านเราคงต้องรู้สึกอิจฉาตาร้อนไม่น้อย)

อย่างไรก็ดี ถ้ากรุงเทพมหานครมีความ “ตั้งใจจริง” กับการส่งเสริมให้คนหันมาใช้จักรยาน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนก็ควรจะต้องมา “ร่วมกันออกแบบ” ระบบโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการขี่จักรยานมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดช่องทางจราจรและไฟสัญญาณสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ, การปรับผังเมืองและจัดโซนนิ่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้จักรยาน, การสร้างโครงข่ายจักรยานที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายการจราจรที่เคร่งครัดด้วย

เพราะมิเช่นนั้นแล้ว คนบ้านไกลก็คงจะไม่มีวันหันมาใช้จักรยานเป็นแน่แท้ (ส่วนคนบ้านใกล้ก็ยังต้องคิดหนักเพราะกลัวอันตรายและไม่สะดวก) และสุดท้ายก็จะกลายเป็นว่า ภาพของคนขี่จักรยานในกรุงเทพฯ ก็จะมีอยู่แต่ในโปสเตอร์โปรโมทการท่องเที่ยวเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
http://www.velomondial.net/velomondiall2000/PDF/LANGENBE.PDF
http://goamsterdam.about.com/od/planatrip/a/by_the_numbers.htm

http://en.wikipedia.org/wiki/Amsterdam#Demographics

http://en.wikipedia.org/wiki/Bicycle-friendly

http://www.ilovetogo.com/Article/29/1690/10

http://th-th.facebook.com/BangkokBike

เครดิตภาพ:
http://www.planetware.com/i/photo/culture-and-sports-amsterdam-nl252.jpg
http://0.tqn.com/d/goamsterdam/1/0/E/0/-/-/bike_path2.JPG
http://www.visualphotos.com/photo/2x5186782/Green_Bicycle_Lane_Light_Amsterdam_Netherlands_600-03615621.jpg
http://farm3.staticflickr.com/2263/1553888056_cd38e712cc_z.jpg

« Back to Result

  • Published Date: 2012-07-30
  • Resource: www.tcdcconnect.com