Creative Knowledge

« Back to Result | List

โครงการ TIDA Top Talent : แผงหนังสือแนวตั้ง “Soft Shelf”

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

แม้พฤติกรรมการเสพข้อมูลข่าวสารของคนยุคไอทีจะหันไปพึ่งพาสื่อดิจิตอลกันมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าสื่อดั้งเดิมอย่างนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และพ็อคเก็ตบุ๊คจะล้มหายตายจากสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับช่องทางจำหน่ายสุดคลาสสิกอย่าง “แผงขายหนังสือบนทางเท้า” ที่มีความสะดวกเรียบง่ายเป็นหมัดเด็ด ทำให้ธุรกิจขนาดย่อมนี้ยังคงยืนหยัดผ่านยุคสมัยไปพร้อมกับนักอ่าน แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัดทำให้แผงหนังสือแทบทุกแผงไม่สามารถวางหนังสือหรือนิตยสารได้มากเท่าที่ต้องการ อีกทั้งยังกินพื้นที่บนทางเท้าสร้างความรำคาญใจให้กับคนเดินถนนไม่ต่างจากแผงลอยประเภทอื่น ดังนั้น การปรับเปลี่ยนวิธีการวางสินค้าจึงเป็นคำตอบสุดท้ายของ ศาวินี บูรณศิลปิน นักออกแบบจาก thingsmatter


จุดเริ่มต้นของแนวคิด
เมื่อพฤติกรรมการอ่านของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การออกแบบร้านหนังสือและแผงขายนิตยสารจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัย แม้จะมีประสบการณ์ในการออกแบบร้านหนังสือขนาดใหญ่ระดับ Kinokuniya แต่คุณศาวินีกลับหลงใหลใน “พลัง” และ “ประสิทธิภาพ” ของแผงหนังสือบนทางเท้า (ที่กลางวันอาจเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวครั้นพอตกเย็นกลับแปลงร่างเป็นแผงขายหนังสือ)


เสน่ห์อันเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของแผงขายหนังสือ (ที่สื่อดิจิตอลไม่มี) คือ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ในขณะเดียวกันมันก็สร้างปัญหาเรื่องกินพื้นที่บนทางเท้า ทั้งผู้ขายยังต้อง “กาง-แผ่-เก็บ” แผงและหนังสือทุกวัน ข้อดีและข้อด้อยต่างๆ ได้ถูกนำมาวิเคราะห์อย่างถึงแก่น จนในที่สุดแนวคิดแผงนิตยสารแนวตั้ง “Soft Shelf” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น


แรงบันดาลใจในการออกแบบ
“วัสดุ” และ “วิธีการวางสินค้า” คือ โจทย์ที่คุณศาวินีตั้งไว้ โดยวางเงื่อนไขการออกแบบว่า
1) ต้องไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ขาย
2) ต้องดึงดูดผู้ซื้อ
3) แก้ไขปัญหาเรื่องที่ผู้ขายต้อง “กาง-แผ่-เก็บ” แผงทุกวัน
4) ไม่กีดขวางทางสัญจรของผู้ใช้ทางเท้า


รายละเอียดการสร้างสรรค์ + พัฒนา
ขั้นตอนการพัฒนาแบบเริ่มขึ้นโดยคุณศาวินีเลือกใช้วัสดุหาง่าย ราคาไม่แพง เพื่อสร้างแผงหนังสือแนวตั้งที่สามารถพับเก็บได้และไม่กินเนื้อที่แบบแผงหนังสือแนวนอน ทว่าขณะเดียวกันก็ยังสามารถโชว์ปกหนังสือหรือนิตยสารที่ต้องการขายได้
- ส่วนโครงสร้าง : ใช้โครงหรือราวเหล็กถอดประกอบได้ (ในความเป็นจริงหากผู้ขายต้องการดัดแปลงจะใช้โครงหรือราวแบบใดก็ได้ที่สามารถแขวนไม้แขวนเสื้อได้) จากนั้นใช้ผ้าใบหรือพลาสติกตัดเป็นแถบประมาณ 50 แผ่น ต่อกันเหมือนม่านแขวนไว้บนไม้แขวนเสื้อ โดยทำช่องเพื่อใส่แผ่นไม้สำหรับวางหนังสือขนาด 20x30 ซ.ม. เป็นชั้นหนังสือ
- ส่วนแสดงสินค้า : วางหนังสือหรือนิตยสารลงไปในช่องแต่ละช่องเพื่อให้ลูกค้าเห็นปกได้ชัดเจน
- ความง่ายต่อการปรับเปลี่ยน : สามารถปรับแบบเพื่อตอบสนองการใช้งานเพิ่มเติม อาทิเช่น ทำช่องสำหรับใส่หนังสือพิมพ์ ฯลฯ

ข้อคิดฝากร้านค้าขนาดเล็ก
การออกแบบสามารถดึงดูดลูกค้าและช่วยให้ธุรกิจดีขึ้นได้จริง ทั้งนี้จงจำไว้ว่างานออกแบบที่ดีไม่จำเป็นต้อแพงจนจ่ายไม่ไหว เพราะผู้ประกอบการเองก็ต้องเก็บทุนไว้เพื่อลงสินค้าด้วย

* TiDA Top Talent เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TiDA TEN PLUS โดยสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย


« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป