Creative Knowledge

« Back to Result | List

โครงการ TIDA Top Talent : จากเรือนผมสู่ร้านสวยด้วยงาน Installation Art

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

“การทำผม” ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมบุคลิกสร้างความมั่นใจ (ไม่ต่างจากการแต่งหน้าหรือเลือกชุดสวย) แต่การทำผมนั้นมีข้อจำกัดตรงที่มัน “ลบ” ไม่ได้ ตัดแล้วหายเลย (!) ซึ่งนี่เองคงเป็นเหตุผลที่หลายคนต้องมีช่างผมประจำตัวเพื่อสร้างความอุ่นใจในทุกครั้งที่เดินเข้าร้าน แต่นอกจากตัวช่างตัดผมแล้ว ปัจจัยอีกข้อที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ภาพลักษณ์ของร้าน” ที่สามารถช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีในระหว่างการตัดผม

คุณนุดี กีรติยะอังกูร และเพื่อนๆ จากบริษัท If It Is รับอาสานำเสนอผลงานต้นแบบร้านตัดผมขนาดเล็ก ที่จะฉีกภาพลักษณ์แสนธรรมดาของ “ร้านทำผมปากซอย” ไปได้อย่างสิ้นเชิงในงบประมาณที่จำกัด

จุดเริ่มต้นของแนวคิด
คุณนุดีและทีมงานได้ออกไปสำรวจร้านตัดผมที่อยู่ตามตึกแถวหลายแห่ง โดยเธอพบว่า 4 จุดหลักที่ทุกร้านมักจะมี (หรือทำ) เหมือนกันหมด ก็คือ
1) สายไฟ ซึ่งอยู่ระเกะระกะตามพื้นและผนัง
2) ชั้นวางอุปกรณ์แบบติดล้อ ส่วนใหญ่จะถูกเลื่อนไปมาภายในร้าน ใช้งานเสร็จก็ยังคงอยู่กลางร้านเช่นเดิม
3) กระจกใสหน้าร้าน ที่มักจะถูกปิดทับด้วยภาพดารายอดนิยม พร้อมราคาที่ติดอยู่บนกระจก
4) เฟอร์นิเจอร์หลักที่ไม่เข้ากัน เช่น เก้าอี้นั่งสำหรับตัดผม เตียงสระผม ตู้เก็บอุปกรณ์ทำผม ฯลฯ ที่มักจะมีรูปแบบแตกต่างไปคนละทิศละทาง

แต่เนื่องจากองค์ประกอบทั้ง 4 ข้อข้างต้น คือ หัวใจหลักที่ร้านตัดผมทุกแห่งขาดมิได้ ดังนั้นทีมงานของ If It Is จึงใช้วิธีคิดทางการออกแบบช่วยปรับเปลี่ยน “ลุค” ให้กับข้าวของต่างๆ แทน โดยมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับประสบการณ์ (และความเชื่อมั่น) ในระหว่างที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ

แรงบันดาลใจในการออกแบบ
คุณนุดีเชื่อว่า แก่นของร้านตัดผมอยู่ที่ความน่าเชื่อถือ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่งานออกแบบช่วยเสริมสร้างขึ้นมาได้ เธอเลือกใช้ “งานศิลปะ” เช่น งานเพ้นท์สี และ Installation Art (ศิลปะจัดวาง) มาเป็นสื่อกลางในการสร้างภาพลักษณ์ความ “Fashionable” พร้อมให้หลักคิดทิ้งท้ายว่า “แต่ละร้านควรสร้างเอกลักษณ์ให้ตนเองผ่านศิลปะในสไตล์ที่ตนชอบหรือถนัด”

รายละเอียดการสร้างสรรค์ + พัฒนา
ทีมนักออกแบบได้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับร้านตัดผมต้นแบบบนพื้นฐานขององค์ประกอบหลัก 4 ข้อ นั่นก็คือ
- การจัดระเบียบสายไฟ : จากสายไฟที่ดูเกะกะรกตา ก็ถูกจัดระเบียบใหม่และปรับเปลี่ยนให้เป็นเสมือนงาน Installation Art (คุณนุดีเลือกใช้การเพ้นท์ภาพลงบนผนังและให้สายไฟเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานเพ้นท์ด้วย)
- ชั้นวางอุปกรณ์แบบติดล้อ : ออกแบบชั้นวางใหม่ให้สามารถเก็บอุปรณ์ทุกอย่างได้ครบถ้วน พร้อมทั้งมีสีสรรและรูปทรงสอดคล้องกับบรรยากาศร้าน ที่สำคัญเมื่อใช้งานเสร็จก็สามารถเลื่อนเก็บไปเป็นส่วนหนึ่งของตู้ภายในร้านได้
- ดิสเพลย์หน้าร้าน : จากกระจกใสถูกเปลี่ยนให้เป็นผนังทึบ โดยคุณนุดีให้เหตุผลในข้อนี้ว่า ในระหว่างการตัดผม (ที่ทรงผมหรือหน้าตาดูไม่เรียบร้อย) ลูกค้าอาจไม่ต้องการให้ผู้คนเดินผ่านและมองเข้ามาดู เธอจึงออกแบบผนังหน้าร้านใหม่ให้เป็นดิสเพลย์สำหรับจัดแสดง Installation Art (ในผลงานต้นแบบ คุณนุดีใช้กระจกส่องหน้าหลากสไตล์มาประดับตกแต่ง) โดยเธอกล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าของร้านอื่นๆ อาจนำอุปกรณ์ทำผม เช่น ที่ม้วนผม ผ้าคลุม ขวดแชมพู ฯลฯ มาจัดวางแทนเพื่อสร้างสีสรรตามสไตล์ของตัวเอง
- เฟอร์นิเจอร์และบรรยากาศ : ทีมงานเลือกใช้สีโทนเดียวทั้งกับผนัง พื้น และฝ้า เพื่อให้ผลงานมีความต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน นอกจากนั้นยังได้ออกแบบเตียงสระผมใหม่ให้มีส่วนเก็บของอยู่ด้านใต้ด้วย

สังเกตว่า ในผลงานนี้นักออกแบบได้พลิกแพลงปัญหาหลักทั้ง 4 ข้อไปเป็นเอกลักษณ์และฟังก์ชั่นใหม่ให้กับร้าน ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งในเชิงประโยชน์ใช้สอยและภาพลักษณ์ความทันสมัย

ข้อคิดฝากร้านค้าขนาดเล็ก
สิ่งสำคัญมากสำหรับร้านค้าขนาดเล็กก็คือการสร้างความสะดุดตา ยกตัวอย่างเช่น รถเข็นขายไอศกรีมคันเล็กๆ ถ้าเราลองติดลูกโป่งสีสันสดใสบนหลังคา ใช้สีโทนเดียวกันทาทับตัวรถเข็น และให้คนขายใส่ชุดสีเดียวกันด้วย รับรองว่าแค่นี้เราก็จะโดดเด่นขึ้นมาจากรถเข็นคันอื่นๆ (ที่ขายไอศกรีมแบบเดียวกัน) และทำให้ลูกค้า “จำเราได้ขึ้นใจ” ในทันที

* TiDA Top Talent เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TiDA TEN PLUS โดยสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย


« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com