Creative Knowledge

« Back to Result | List

โครงการ TIDA Top Talent : ช่องทางใหม่ของ “ร้านขายข้าวสาร” กับชุมชนแนวสูง

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

คุณเคยเห็นร้านขายข้าวสารโดยเฉพาะแบบที่มีกองกระสอบข้าวเป็นตั้งๆ ไหม? แต่อดีตนั้นร้านแบบนี้ถือเป็นศูนย์กลางปากท้องของชุมชน แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ครัวเรือนส่วนใหญ่หันมาซื้อข้าวจากในซุปเปอร์มาร์เก็ตแทน โดยมีเหตุผลว่า สะดวกกว่า, หลากหลายกว่า, หีบห่อดูสะอาดดี ฯลฯ แล้วทีนี้ร้านข้าวสารเล็กๆ จะลุกขึ้นสู้กับซุปเปอร์มาร์เก็ตได้อย่างไร? คุณวิสูตร สุขพงษ์ แห่งบริษัท Orbit ไม่เชื่อว่า “ดีไซน์ที่สวยงาม” เพียงอย่างเดียวจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เขามองว่า ดีไซน์นั้นจะต้องถูกตีความควบคู่มากับโมเดลธุรกิจตั้งแต่แรก

จุดเริ่มต้นของแนวคิด
“ขนาดและน้ำหนัก” คือ ประเด็นที่คุณวิสูตรตั้งข้อสังเกตจากวิถีชีวิตยุคปัจจุบันที่ครัวเรือนมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จากอดีตที่หนึ่งครอบครัวเคยซื้อข้าวสารกันเป็นกระสอบ ปัจจุบันก็ลดขนาดลงเหลือถุงละ 5 กก. (แต่ก็ยังถือว่ามากเกินไปอยู่ดีสำหรับบางครอบครัว) อีกทั้งเขายังมองว่า พฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนเมืองกำลังเปลี่ยนไปเป็นชุมชนแนวสูง มีผู้คนกว่า 400 – 500 ครัวเรือนที่อาศัยอยู่รวมกันในคอนโดมิเนียมเลาะแนวรถไฟฟ้า ซึ่งจำนวนดังกล่าวอาจเทียบได้กับ “หนึ่งตำบล” ของบางจังหวัดเลยทีเดียว

“แล้วทำไมไม่ทำร้านขายข้าวเล็กๆ ขึ้นในคอนโดมิเนียม หรือ เป็นบูธตามสถานีรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ชุมชนเมืองแนวสูงนี้ไปเลยล่ะ” คุณวิสูตรเลือกแนวคิดนี้มาพัฒนาร้านต้นแบบเพื่อเจาะตลาดคนเมืองโดยเฉพาะ เขาปรับลด “ขนาดและน้ำหนัก” ของข้าวลงให้พอดีกับความต้องการ พร้อมแถมไอเดียเรื่อง “ข้าวเพื่อสุขภาพ” ลงไปด้วย

แรงบันดาลใจในการออกแบบ
เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ซื้อข้าวในปริมาณที่พอดีกับตัวเอง คุณวิสูตรหยิบยกไอเดียของ “สลัดบาร์” มาประยุกต์ใช้ โดยเขาออกแบบ “บาร์ข้าว” ให้มีช่องใส่ข้าวสารหลายประเภท มีธัญพืชหลากชนิดให้ลูกค้าตักเองตามต้องการ พร้อมกันนั้นก็หยอดลูกเล่นให้ลูกค้าผสมสูตรข้าวกับธัญพืชต่างๆ เพื่อเป้าหมายทางสุขภาพที่ต่างกันได้ด้วย

ร้านข้าวต้นแบบนี้มีกำหนดราคาตายตัว คิดเงินตามน้ำหนักและขนาดบรรจุภัณฑ์ ส่วนการแก้ปัญหาทั่วๆ ไปภายในร้านข้าวสาร อาทิเช่น พื้นที่เก็บข้าว ความชื้น ความสะอาด ฯลฯ คุณวิสูตรได้นำเครื่องปรับอากาศเข้ามาช่วยในการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น และสร้างพื้นที่สต็อคข้าวไว้กับผนังโดยรอบ จัดแบ่งเป็นชั้น มีบานประตูปิดมิดชิด ดูเรียบร้อยสะอาดตา

รายละเอียดการสร้างสรรค์ + พัฒนา
- พื้นที่ใช้สอย : จัดร้านในพื้นที่ขนาดเล็กให้เรียบร้อยลงตัว มีเพียงบาร์ข้าวตรงกลาง (ปรับเปลี่ยนรูปทรงได้) ส่วนสต็อคข้าวจัดให้อยู่ในผนังโดยรอบ และมีเคาน์เตอร์ชั่งน้ำหนักกับแคชเชียร์อยู่ด้านในสุด (ใช้พนักงานเพียงคนเดียวในการดูแลร้าน)
- เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ : บรรจุภัณฑ์ ที่ตักข้าว และบรรยากาศโดยรวม ถูกออกแบบในโทนสีอิงธรรมชาติ ในขณะที่ตัวบาร์ข้าวเองก็ถูกออกแบบให้เป็นชั้นๆ เพื่อสื่อถึงการเล่นระดับของนาขั้นบันได

ด้วยกระบวนการคิดที่มีโมเดลธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น ส่งผลให้งานออกแบบครั้งนี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในระดับพฤติกรรม จากกระสอบข้าวสารที่เคยกองระเกะระกะทั่วร้าน ตักขายกันเป็นหน่วยใหญ่ๆ คุณวิสูตรได้พลิกระบบการจัดการภายในร้านใหม่ จนกลายเป็นบาร์ข้าวและธัญพืชหน้าตาทันสมัย เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกตัก-เลือกซื้อ- เลือกผสมได้เองตามแต่ใจต้องการ ที่สำคัญที่สุด ลูกค้าไม่ต้องถูกบังคับให้ซื้อทีละหลายๆ กก. ตามขนาดข้าวถุงที่นิยมขายกันด้วย

ข้อคิดฝากร้านค้าขนาดเล็ก
แนวคิดร้านข้าวรีเทลลักษณะนี้ไม่เพียงแต่จะเหมาะกับชุมชนแนวสูงของเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังอาจต่อยอดไปสู่การทำรีเทลในต่างประเทศได้ สังเกตว่า ผู้คนในมหานครใหญ่ๆ ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเรื่องสุขภาพ หากเราโปรโมทพันธุ์ข้าวและธัญพืชที่มีคุณสมบัติบำรุงร่างกาย, ลดน้ำหนัก, ฯลฯ แล้วนำเสนอในรูปแบบที่สร้างสรรค์ เปิดให้ลูกค้าเลือกผสมสัดส่วนได้เองโดยอิสระ โมเดลธุรกิจนี้ก็น่าจะเป็นอีกช่องทางในการเปิดแบรนด์ไทยสู่สากล

* TiDA Top Talent เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TiDA TEN PLUS โดยสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย




« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com