Creative Knowledge

« Back to Result | List

โครงการ TIDA Top Talent : แปลงโฉมร้านน้ำพริก พลิกบุคลิกด้วยผ้าขาวม้า

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

คนไทยแท้คงเถียงไม่ได้ว่าแค่มีน้ำพริกหนึ่งกระปุกคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยเหาะอย่าบอกใคร แต่ทั้งๆ ที่เป็นเมนูคู่บ้านคู่เมืองขนาดนี้ น้ำพริกกลับไม่ได้มีพัฒนาการทางด้านการออกแบบมากนัก เท่าที่เห็นคือไม่ว่าจะรสไหน ยี่ห้อใด หรือสูตรใคร ก็มักจะมีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ซ้ำๆ กันไปหมด อีกทั้งลักษณะการวางจำหน่ายก็คล้ายกันไปทั้งประเทศ ทำให้ไม่มีใครสามารถสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นจริงๆ ขึ้นมาได้

ด้วยเชื่อว่า “ดีไซน์” คือ เครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาข้างต้นได้ คุณกรกช คุณาลังการ พร้อมทีมงานจาก Interior Architecture 103 (IA 103) จึงอาสาเข้ามาปรับปรุงภาพลักษณ์บรรจุภัณฑ์ และสร้างสรรค์รูปแบบร้านขายน้ำพริกขึ้นใหม่ โดยพวกเขาตีโจทย์การออกแบบจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และประยุกต์ “สุดยอดความแท้และดั้งเดิม” ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคสมัยใหม่

จุดเริ่มต้นของแนวคิด
เนื่องจากผู้ประกอบการขนาดเล็กมักจะมองว่า งานตกแต่งร้านและการทำบรรจุภัณฑ์เป็นเรื่องที่ต้องเสียเงินเยอะ (แถมเข้าใจยาก) ทำให้เขาเหล่านั้นเดินห่างออกจาก “งานดีไซน์” ไปอย่างน่าเสียดาย ด้วยเหตุนี้ทีมงานจาก IA 103 จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานเพื่อแก้ไขทัศนคติเหล่านั้น และทำให้งานออกแบบเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ง่าย และสื่อความหมายกับคนทั่วไปได้อย่างตรงไปตรงมา ที่สำคัญที่สุดพวกเขาจะทำมันในงบประมาณที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่ตกใจ

แรงบันดาลใจในการออกแบบ
จากการสำรวจและศึกษาบริบทแวดล้อม ทีมงาน IA 103 ค้นพบว่า “ผ้าขาวม้า” ผ้าผืนสารพัดประโยชน์ที่คนไทยใช้นุ่งอาบน้ำ ห่อของ คาดเอว ทำเปล ฯลฯ คือ วัสดุที่มีราคาถูก ให้ความรู้สึกคุ้นเคย แถมยังหาได้ง่ายในทุกท้องถิ่น อีกทั้งลวดลายการทอยังมีเอกลักษณ์โดดเด่น สามารถนำมาปรับรูปแบบหรือจับคู่สีใหม่เพื่อสร้างความโดดเด่นได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว IA 103 จึงตัดสินใจเลือกผ้าขาวม้ามาเป็นวัสดุหลักในการสร้างสรรค์ “บรรยากาศใหม่” ให้กับร้านน้ำพริกของพวกเขา

จากนั้นทีมนักออกแบบได้ทำการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของน้ำพริกในประเทศไทย จนพบว่า น้ำพริกของไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ภาค อันได้แก่ ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคตะวันตก, และภาคตะวันออก โดยในแต่ละภาคก็ล้วนมีเครื่องปรุงตัวเด่นที่แตกต่างกัน อาทิเช่น น้ำพริกหนุ่มและน้ำพริกอ่องของภาคเหนือ, น้ำพริกปลาร้าของภาคอีสาน, น้ำพริกกุ้งเสียบของภาคใต้ ฯลฯ

การศึกษาและคัดเลือกอัตลักษณ์ดังที่กล่าวข้างต้นได้นำไปสู่การพัฒนาแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานลักษณะเด่นของ “ผ้าขาวม้า” เข้ากับ “จุดเด่นของน้ำพริกในแต่ละภาค” ผลลัพธ์จึงเกิดเป็น 6 ลายผ้าขาวม้าคู่สีใหม่ ที่ทำขึ้นเพื่อตกแต่งร้านขายน้ำพริก 6 ภาคโดยเฉพาะ

รายละเอียดการสร้างสรรค์ + พัฒนา
การประยุกต์แนวคิดเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตจริงสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้
- ส่วนโครงสร้างและผนัง IA 103 เลือกใช้ผ้าขาวม้าเป็นวัสดุหลักในการตกแต่ง โดยพวกเขาบุผ้าทับโครงสร้างที่เป็นเสาและผนังทั้งหมดเพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ให้โดดเด่นเตะตา
- ส่วนพื้นที่แสดงสินค้า ส่วนแรกคือ การเพิ่มช่องบริเวณเสาสำหรับวางสินค้าเพื่อการตกแต่ง (และจำหน่ายไปในตัว) ส่วนที่สองคือ พื้นที่ดิสเพลย์หน้าร้านที่ IA 103 เลือกทำเป็นกล่องสี่เหลี่ยมบุผ้าขาวม้า ด้านบนสามารถจัดแสดงเครื่องปรุงที่ใช้ทำน้ำพริก พร้อมๆ กับเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องเคียงเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกชิมน้ำพริกได้
- ส่วนของบรรจุภัณฑ์ ทีมงานพัฒนาตราสัญลักษณ์ขึ้นจากแนวคิดการสานลายผ้าขาวม้า จากนั้นก็ต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ โดยคำนึงถึงเอกลักษณ์ที่ต่อเนื่องเป็นสำคัญ อาทิเช่น แบบใส่กล่องพลาสติก แบบถุง แบบกล่องของขวัญ ฯลฯ

เห็นได้ชัดว่า การทำงานออกแบบทั้งสามส่วนข้างต้นนี้ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย นักออกแบบของ IA 103 เลือกใช้วัสดุใกล้ตัวเป็นวัสดุหลัก สร้างการประยุกต์ใช้ที่ง่าย และพัฒนาอัตลักษณ์ของร้านขายน้ำพริกให้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งหมดนี้ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกิจการจริงได้ในกรอบต้นทุนที่ต่ำ (40,000 บาทต่อพื้นที่ 12 ตารางเมตรโดยประมาณ)

ข้อคิดฝากร้านค้าขนาดเล็ก
การคิดต่างเปรียบเสมือนกับก้าวแรกของการสร้างสรรค์ที่จะทำให้เราฉีกตัวออกจากสิ่งที่เคยทำซ้ำๆ กันมา เช่น ถ้ามีรถขายผลไม้เรียงกันอยู่ 5 คันตามท้องถนน เราจะไม่เห็นความแตกต่างกันเลย แต่ถ้ามีเจ้าของรถคันหนึ่งนำ “สี” มาสร้างความแตกต่าง เช่น ใส่ชุดสีชมพูตั้งแต่หัวจรดเท้า กางร่มบังแดดสีชมพู ทาสีโครงสร้างของรถเข็นผลไม้เป็นสีชมพู ใช้ถุงใส่ผลไม้สีชมพู ฯลฯ แค่นี้เขาก็จะสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเองได้ การออกแบบสิ่งง่ายๆ แค่นี้นี่แหละ ที่เราจะลงมือทำได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินมากมายเลย

* TiDA Top Talent เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TiDA TEN PLUS โดยสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย


« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com