Creative Knowledge

« Back to Result | List

TIDA SALONE 2012 : อีกก้าวย่างสำคัญของ Interior Design ไทย

เรื่องและภาพ : พลอย มัลลิกะมาส

ในปีนี้งานสถาปนิก’55 (หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “งานอาษา”) ดูจะคึกคักกว่าปีที่ผ่านๆ มา โดยธีมหลักของงานเป็นเรื่องที่อินเทรนด์อย่างที่สุด นั่นก็คือ “Water Brick – ก้อนน้ำ” และ “การใช้ชีวิตของคนไทยที่อิงแอบกับสายน้ำมาแต่อดีต” โดยทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ เผยว่า พวกเขาตั้งใจที่จะกระตุ้นเหล่าสถาปนิกไทย (ในบทบาทของผู้สร้างสรรค์สังคม) ให้หันมาใส่ใจกับอิทธิพลของ “น้ำ” ต่อชุมชนในวงกว้าง รวมไปถึงช่วยวางแผนและออกแบบการดำเนินชีวิตร่วมกับสายน้ำให้กับผู้คนในอนาคตด้วย

ความน่าสนใจของงานสถาปนิกฯ ในปีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่มันได้ขยายขอบข่ายไปถึงงานดีไซน์ในแง่มุมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น, กราฟิก, ผลิตภัณฑ์, เฟอร์นิเจอร์, สิ่งทอ, จิวเวอรี่ ฯลฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เรื่องของ “ดีไซน์” กลายเป็นวาระแห่งชาติ

โดยเฉพาะในส่วนของสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (Thailand Interior Designer’s Association – TIDA) ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานสถาปนิก’55 ครั้งนี้อย่างเป็นรูปธรรม บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตรถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่แห่ง “นวัตกรรมความคิด” ภายใต้ชื่อ “TIDA SALONE” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วิชาชีพมัณฑนากร (หรือ Interior Designer) ได้แสดงบทบาทต่อสังคมไทยในระดับที่มีนัยสำคัญมากขึ้น

TIDA SALONE 2012 : “Y2O” สัมพันธภาพที่หลากหลาย เพื่อมิตรภาพที่ยั่งยืน
คุณสมชาย จงแสง อุปนายกฝ่ายวิชาชีพสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย เผยถึงที่มาของโครงการ TIDA SALONE ว่า “ในอดีตที่ผ่านมานั้น งานต่างๆ ของสมาคมมัณฑนากรฯ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของสัมพันธภาพและมิตรภาพในวงการออกแบบ เราจึงตัดสินใจยกประเด็นเรื่อง “ความหลากหลาย” และ “ความยั่งยืน” ของสัมพันธภาพนี้ มาเป็นแนวคิดหลักในการสร้างสรรค์พื้นที่แสดงงาน โดยจะใช้ชื่อว่า TIDA SALONE ครับ”

“ความหลากหลายที่ผมพูดถึงนี้ประกอบขึ้นจากผู้คนหลากอายุหลายเจเนอร์เรชั่น มันจึงเป็นที่มาของหัวข้อ “Y2O” (ย่อมาจาก Why Too Old) ที่พ้องกันพอดีกับ “H2O” (ก้อนน้ำ) ของทางสมาคมสถาปนิกฯ”

นวัตกรรมความคิดที่ปราศจากเส้นแบ่งของวัย
จากแนวคิดที่ต้องการผสานไอเดียและวิธีการทำงานของนักออกแบบต่างรุ่น ต่างสาขาอาชีพ พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ของ TIDA SALONE จึงปราศจากข้อจำกัดทางอายุ มันถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน ดังนี้
1) TIDA HOUSE นำเสนอความก้าวหน้าของไอเดียและนวัตกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องกับ “การอยู่อาศัยสมัยใหม่” ภายใต้แนวคิด “10 Living Space of the Year 2012” ซึ่งงานนี้ทาง TIDA ได้เชื้อเชิญมัณฑนากรและนักออกแบบระดับ Designer of the year ให้มาพัฒนาผลงานร่วมกันกับตัวแทนผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์ และผู้รับเหมาที่มีทักษะเยี่ยมยอด โดยหัวใจหลักคือ การนำเสนอปรากฏการณ์ใหม่ให้กับ “พื้นที่การใช้ชีวิต” ภายใต้โจทย์ “10 + 10 + 10 + 10 = 1” (10 Interior Designers + 10 Designers+ 10 Suppliers + 10 Constructers)

ผลงานที่นำเสนอทั้งหมดภายใต้โครงการ TIDA HOUSE จะแบ่งเป็น 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่
- Sleeping Space : โดยสมชาย จงแสง และ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ร่วมสนับสนุนและพัฒนาโดย Visionax Co.,Ltd. และ China Group Co.,Ltd.
- Bathing Space : โดยวิฑูรย์ คุณาลังการ และ อานนท์ ไพโรจน์ ร่วมสนับสนุนและพัฒนาโดย Bath & Spa Co.,Ltd. และ ADEC – InteriorCo.,Ltd.
- Dining Space : โดย ม.ล.ภาวินี ศุขสวัสดิ์ และ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ร่วมสนับสนุนและพัฒนาโดย HI Ceramics Co.,Ltd. และ CRE – FUL Co.,Ltd.
- Entertainment Space : โดยพงษ์เทพ สกุลคู และ กรกต อารมย์ดี ร่วมสนับสนุนและพัฒนาโดย Builder Smart Co.,Ltd. และ บจ. อำนาจซับก้า กรุงเทพ

2) TIDA TEN PLUS ประกอบไปด้วย
- TOP 10 TIDA AWARD : คือ การมอบรางวัลให้กับธุรกิจรีเทลและโรงแรมที่มีแนวคิดการตกแต่งน่าสนใจ ซึ่งทั้งหมดได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการที่คัดสรรโดยสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทยภายใต้ 4 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ Food & Drink, Retail Design, Lifestyle & Fashion และ Travel & Hotel
- TIDA TOP TALENT : จัดแสดง “ต้นแบบร้านค้าขนาดเล็ก” ที่ได้รับการสร้างสรรค์ใหม่โดยนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง อาทิเช่น ร้านขายกระเพาะปลา, ร้านขายน้ำพริก, ร้านขายพวงมาลัย, ร้านส้มตำ, ร้านซ่อมรองเท้า-กุญแจ, ร้านตัดเสื้อ, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านขายข้าวสาร, ร้านตัดผม ฯลฯ
- VERY TIDA : งานส่วนนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมการบรรยาย, เสวนาเชิงวิชาการ และ สัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการมีส่วนร่วมของวิชาชีพมัณฑนากรกับสังคมไทย

3) TIDA MARKET คือ พื้นที่ขายไอเดียจาก 24 บริษัท และดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศ อาทิเช่น IA49, NIRAT, TIMODE, AUGUST, SPACE MATRIX, กรกต อารมย์ดี, โยธกา ฯลฯ

คุณสมชายในฐานะตัวแทนสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย หรือ TIDA ได้ให้ข้อสรุปเกี่ยวกับภาพรวมของงาน TIDA SALONE ว่า “ผมคิดว่า บทบาทของนักออกแบบต่อวิถีชีวิตและโลกธุรกิจในปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น งานออกแบบที่เรากันทำอยู่ล้วนเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบโดยตรงต่อสังคม มันปรากฏอยู่ตามตรอกซอกซอย ตามหลืบมุมต่างๆ ของเมือง ดังนั้นเมื่อ TIDA มีโอกาสที่จะสื่อสารกับสังคมวงกว้าง เราจึงมานั่งคิดกันว่า อะไรคือสิ่งที่มัณฑนากรอย่างเราต้องการจะบอกกับสังคมมากที่สุด”

“อย่างในกรณีของ TIDA HOUSE เราเลือกที่จะสื่อสารกับคู่ค้าและคู่ธุรกิจ ด้วยการเชิญ Designer of the Year ในสายงานที่ใกล้เคียงกับเรา ให้มาร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาสิ่งที่เป็นนวัตกรรมทางความคิด ขณะที่ TIDA TEN PLUS คือการสื่อสารกับภาคสังคมและธุรกิจขนาดย่อม ส่วน VERY TIDA จะสื่อสารกับบุคคลในวิชาชีพเดียวกัน รวมทั้งนักเรียนนักศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปครับ”

สองคำถามสำคัญ กับ อุปนายกฯ TIDA
T/C : จุดยืนของ TIDA ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยวันนี้
คุณสมชาย : อาชีพมัณฑนากร คือ อาชีพที่อยู่ตรงกลางระหว่างคำว่า “ศิลปะ” และ “วิทยาศาสตร์” เราต้องสร้างสมดุลระหว่าง 2 เรื่องนี้ให้ได้ ทุกวันนี้สิ่งที่น่ากลัวก็คือ ดีไซเนอร์ส่วนมากต้องทำงานภายใต้โจทย์ใหญ่ที่ครอบไว้ด้วยตรรกะและเหตุผล จนบางทีเรื่องของสุนทรียภาพหรือความละเมียดละไมต่างๆ แทบจะไม่มีที่อยู่ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในบ้านเราหรอกครับ มันเป็นกันทั้งโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย ผมคิดว่าเรื่องของประสบการณ์และอารมณ์ความรู้สึกที่คนเราได้จากงานดีไซน์ มันคือสิ่งที่ตอบสนองต่อคุณค่าความเป็นมนุษย์นะ ดังนั้นมัณฑนากรทุกคนควรต่อสู้เพื่อจะสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้”

T/C : บทบาทของมัณฑนากรไทย กับ SME ขนาดเล็ก
คุณสมชาย : ในแง่ของธุรกิจแล้วอาชีพมัณฑนากรกับ SME ค่อนข้างเดินไปด้วยกันยาก แต่ข้อดีก็คือในปัจจุบันร้านค้าต่างๆ เริ่มหันมาใส่ใจกับดีไซน์มากขึ้น สำหรับพวกเรามันคงเป็นเรื่องน่ายินดีมากหากการจัดแสดงร้านค้าต้นแบบครั้งนี้ (TIDA TEN PLUS) จะสามารถจุดประกายเรื่องดีไซน์ให้กับ SMEs ไทยได้ เพราะผมมองว่ามันคือโอกาสที่เราจะได้คืนคุณค่าอะไรบางอย่างให้กับสังคม โดยปราศจากเงื่อนไขของธุรกิจหรือตัวเงิน ดีไซเนอร์ในโครงการนี้ทุกคนเพียงหวังว่าสิ่งที่เขาทำจะเป็นประโยชน์กับคนตัวเล็กๆ ได้บ้างไม่มากก็น้อย”



« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-20
  • Resource: www.tcdcconnect.com