Creative Knowledge

« Back to Result | List

“Truck” อัตลักษณ์แห่งงานดีไซน์ “บาย…โอซาก้า”

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส / ภาพ : ฮิโรมิ โครัตสึ

62 พิพิธภัณฑ์
62 ร้านกาแฟชื่อดังระดับโลก
636 ทาโกะยากิรถเข็น
1,906 ร้านโอโคโนมิยากิ รสเลิศ
7,753 รางวัลดีไซน์ชนะเลิศ
8,840,027 พลเมืองในเมืองขนาดย่อมที่มีพื้นที่ 1,898.01 ตารางกิโลเมตร


โอซาก้า เมืองหลวงของเขตคันไซ คือ จังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นที่ 2 ของญี่ปุ่น แต่กลับมีจำนวนประชากรเป็นที่ 2 ของประเทศ (รองจากมหานครโตเกียว) โอซาก้าได้ชื่อว่า เป็นบ้านเกิดของสถาปนิกชื่อดังอย่าง “ทาดาโอะ อันโดะ” (Tadao Ando), เป็นต้นกำเนิดของอาณาจักรขนม “กูลิโกะ” (Glico) และกางเกงยีนส์ “เอวิสุ” (Evisu) รวมทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของสุดยอดพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง "พานาโซนิค" ด้วย

ว่ากันว่าคนโอซาก้ารักความสนุกสนาน เฮฮา ร่าเริง เสียงดัง จนมักถูกคนโตเกียวค่อนขอดว่า เป็น “พวกบ้านนอก" แต่ถึงกระนั้น พวกบ้านนอกอย่างโอซาก้านี่แหละที่ได้สร้างสรรค์หลายสิ่งหลายอย่าง จนคนเมืองหลวงอย่างโตเกียวยังต้องยอมก้มหัวให้ ยกตัวอย่างเช่น นิตยสารเชิงวัฒนธรรมที่ว่าด้วยเรื่องของการกินในแบบท้องถิ่น (ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ทำยอดขายถล่มทลายทั่วประเทศ), ยากันยุงชนิดจุด, ราเมงหน้าเต้าหู้ทอดรสเด็ด, ข้าวแม่ลูก (ข้าวหน้าไก่และไข่), ข้าวหน้าไข่ออมเล็ต, หนังสือพิมพ์กีฬาฉบับแรกของประเทศ, ป้ายโฆษณาไฟนีออนหลากสี, น้ำดื่มโซดาสุดซ่า, เบียร์การ์เด้นชั้นดาดฟ้า, รถไฟประตูอัตโนมัติ, คาราโอเกะ รวมไปถึง “เฟอร์นิเจอร์แฮนด์เมด” ที่โด่งดังไปทั่วโลก !


ความเรียบง่าย เข้าถึงง่าย และเป็นธรรมชาติ ของคนโอซาก้า คือ อัตลักษณ์สำคัญของเมืองที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในงานออกแบบสร้างสรรค์ต่างๆ หนึ่งในตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด ก็คือ ผลงานสถาปัตยกรรมของ ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) ที่ทุกชิ้นล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย ความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว และความสัมพันธ์ที่แยกกันไม่ขาดระหว่าง "ธรรมชาติกับสถาปัตยกรรม"

นอกเหนือจากงานสถาปัตยกรรมแล้ว แนวคิดเรื่องการเคารพและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติของคนที่นี่ยังถูกถ่ายทอดผ่านผลงานออกแบบแขนงอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร ยารักษาโรค เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงเรื่องของการออกแบบโต๊ะ โซฟา เก้าอี้ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้าน

วันนี้เรามีเรื่องราวน่าประทับใจของ “ร้านเฟอร์นิเจอร์แฮนด์เมด” ในเมืองโอซาก้ามาเล่าให้คุณฟัง ร้านเล็กๆ แห่งนี้มีชื่อสั้นๆ ว่า "Truck" และมันกำลังโด่งดังข้ามทวีปไปยังฝั่งอเมริกาและยุโรป


ดีไซน์บาย "Truck"
ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน โทคุฮิโกะ คิเสะ และ ฮิโรมิ โครัตสึ สองสามีภรรยานักออกแบบชาวญี่ปุ่น ท้าทายความหวังของใครหลายคนด้วยการใช้ถนนหน้าบ้านเปิดเป็น “โชว์รูมแสดงเฟอร์นิเจอร์แฮนด์เมด” ของตัวเอง พวกเขาไม่สนว่า ในช่วงเวลานั้นไม่มีดีไซเนอร์หน้าใหม่คนไหนที่จะกล้าเริ่มต้นแบบนี้ ทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักจากในเมืองหลวง แต่คิเสะเองกลับยืนยันหนักแน่นว่า

"ผมไม่เคยมีความคิดจะไปเปิดร้านที่โตเกียวเลยสักนิด เพราะที่ของผมคือที่นี่ ที่โอซาก้า เราผลิตที่นี่ ขายที่นี่ และนี่ก็คือสไตล์ของเราที่ทำมาโดยตลอด”


คิเสะเล่าให้ฟังว่า เขาและภรรยาต้องการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่พวกเขาเองอยากได้และต้องการใช้งาน โดยมุ่งมั่นให้เฟอร์นิเจอร์แต่ละตัวค่อยๆ เติบโตขึ้นไปพร้อมกับเจ้าของของมัน และเขาไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องของเทรนด์และแฟชั่นเลยสักนิด เฟอร์นิเจอร์แต่ละตัวของ Truck ถูกผลิตขึ้นภายใต้ความเคารพใน “สัจจะ” ของวัสดุที่ใช้ในการผลิต โดยมันจะค่อยๆ พัฒนาคาแรคเตอร์ของมันไปตามวันเวลาที่ผ่านพ้นไป

“เราเคารพในลักษณะของความเป็นไม้ หนัง เหล็ก และทุกวัสดุที่ใช้ในการผลิต และให้ความใส่ใจมากในการนำเสนองานแต่ละชิ้นให้กับลูกค้า เช่นเดียวกันกับการออกแบบร้านที่เราก็ทำเองตั้งแต่พื้น ผนัง ฝ้า เพดาน ฯลฯ เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมในแบบที่เราต้องการ และนี่ก็คือเหตุผลสำคัญที่คุณจะไม่มีทางได้พบกับเฟอร์นิเจอร์ของ Truck ในร้านอื่นๆ เลย”

ในปี 1997 คิเสะเริ่มกิจการเฟอร์นิเจอร์ของเขาด้วยการใช้ถนนสายเล็กๆ ที่ทอดตัวอยู่หน้าบ้านเป็นโชว์รูม ต่อมาในปี 1999 เขาเริ่มขยับขยายพื้นที่จากถนนหน้าบ้าน เปิดตัวเป็นหน้าร้านที่มีชื่อว่า Area2 และค่อยๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น จนกระทั่งที่พวกเขาตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ Asahi Ward และสร้างอาณาจักรเล็กๆ ของ Truck พร้อมเปิดตัวคาเฟ่แสนเก๋ Bird Café ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จาก Truck ทั้งหมดในปี 2009


ความแน่วแน่ในการไม่แยกร้านออกห่างจากบ้านที่อยู่อาศัย ไม่ขยายสาขามากไปกว่านี้ และไม่มีความคิดจะเปิด Flagship Store ที่กรุงโตเกียวอย่างที่คนอื่นทำ ทำให้คิเสะตัดสินใจจัดทำหนังสือแคตตาล็อกสุดเท่ที่มีชื่อว่า TRUCKWORKS เพื่อรวบรวมสินค้าของ Truck แทบทุกชนิด (ยกเว้นสินค้าที่เพิ่งผลิตใหม่) และออกวางขายในราคา 25 เหรียญ ทั้งนี้เพื่อให้คนที่อยู่ไกลห่างจากโอซาก้าได้รู้จักและใกล้ชิดกับเฟอร์นิเจอร์ของเขามากขึ้น นี่คือการตลาดในรูปแบบของ Truck ที่ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจไม่ผิด

ด้วยว่า TRUCKWORKS สิ่งพิมพ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดของ Truck เล่มนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในโตเกียวและได้ถูกส่งต่อไปทั่วโลก ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ของ Truck เป็นที่รู้จักและยอมรับทั้งในอเมริกาและยุโรป หนึ่งในลูกค้าขาประจำของร้านคือ ช่างภาพชื่อดังระดับโลกอย่าง แอนนี่ เลโบวิตซ์ (Annie Leibovitz) ซึ่งติดอกติดใจใน TRUCKWORKS ถึงขนาดสั่งเฟอร์นิเจอร์ของ Truck หลายชิ้นไปประดับห้องชุดของเธอที่นิวยอร์ค

“เราทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบสินค้า ออกแบบหนังสือ ไปจนถึงการถ่ายรูป เราถ่ายมันในบ้านและร้านที่เราอยู่ และในห้องที่เราทำงานกันทุกวัน โดยใช้ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่เราใช้งานมันจริงๆ คุณจึงมั่นใจได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นของเราทนทาน ใช้งานได้นาน เพราะเราได้ทดลองใช้มันในชีวิตจริงของเราแล้วจนรู้สึกเป็นที่น่าพอใจ”

Our Thought :
“Rustic Style” หรือ การเคารพในสัจจะของวัสดุ คือ หัวใจในงานออกแบบของ Truck มันเรียบง่าย ใช้งานได้ดี คลาสสิก และทนทานที่สุด ก็ไม่น่าแปลกใจว่าเพราะอะไรแอนนี่ เลโบวิตซ์ และใครต่อใครอีกหลายคน ถึงได้ยอมต่อคิวยาวนานถึง 6 เดือน เพื่อที่จะได้เป็นเจ้าของเฟอร์นิเจอร์แฮนด์เมดจากร้านเล็กๆ แห่งนี้ เหตุก็เพราะมันเป็นงานสร้างสรรค์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยตัวตนความจริงใจ และสัมผัสอันตรงไปตรงมาแบบไม่เหมือนใครของ “คนโอซาก้า” นั่นเอง

« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com