Creative Knowledge

« Back to Result | List

“เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย” ศักยภาพและโอกาสของการ์ตูนลายเส้น

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม


ดังคำกล่าวที่ว่า “ภาพหนึ่งภาพแทนคำได้พันคำ” การสื่อสารในยุคปัจจุบันนอกจากจะคำนึงถึงความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลแล้ว ยังต้องเข้าใจได้ “ง่าย” และ “ทันที” ซึ่งจะช่วยให้การนำเสนอข้อมูลเป็นไปได้อย่างฉับไวและสัมฤทธิ์ผล

นอกเหนือจากกราฟิกที่ใช้ในสื่อจำพวกป้ายสัญลักษณ์ ป้ายบอกทาง แผนภูมิข้อมูล ฯลฯ แล้ว “การ์ตูน” และ “อนิเมชั่น” ยังเป็นอีกสื่อหนึ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในการนำเสนอข้อมูลที่มีความซับซ้อนและเข้าใจยาก อาจกล่าวได้ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศต้นตำรับในการใช้การ์ตูนเล่าเรื่องราวที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นคู่มือการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ (manual) หนังสือภาพอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและเรื่องราวรอบตัวสำหรับเด็ก หนังสือภาพอธิบายกระบวนการขนส่งสินค้า (logistics) ฯลฯ

จนถึงตัวอย่างล่าสุดที่สร้างความประทับใจให้คนทั้งโลกคือ อนิเมชั่นอธิบายเรื่อง การรั่วไหลของเตาปฏิกรณ์ปรมาณูในจังหวัดฟุกุชิมะเปรียบเทียบกับอึและตด (ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งญี่ปุ่น) อนิเมชั่นดังกล่าวนอกจากจะสามารถอธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันทีแล้ว อารมณ์ (mood) และน้ำเสียง (tone) ในการสื่อสารด้วยการ์ตูนยังมีข้อดีที่ช่วยลดความตื่นตระหนก และให้ความรู้สึกอุ่นใจกับผู้ชมมากกว่าภาพจากเหตุการณ์จริง


สำหรับประเทศไทย แม้การใช้การ์ตูนเพื่ออธิบายถึงกระบวนการทำงานของสิ่งต่างๆ รอบตัวยังไม่แพร่หลายนัก แต่ก็มีความเคลื่อนไหวบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่า สังคมไทยเรากำลังก้าวเข้าสู่วัฒนธรรมการให้ความรู้ผ่านสื่อการ์ตูนและอนิเมชั่นเช่นกัน อาทิเช่น การนำเอาวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ (ใช้ชื่อว่า รามาวตาร) มหาภารตะ และ สามก๊ก ของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น มาทำเป็นหนังสือการ์ตูนชุดในช่วงปี 2548 - 2550


งานนั้นถือเป็นการพลิกโฉมการเล่าเรื่องวรรณกรรมระดับ “สุดยอดอภิมหาอมตะ” ด้วยการถ่ายทอด “คาแรคเตอร์” ของตัวละครให้เห็นเป็น “ภาพ” (visual) ก่อนที่จะถูกถ่ายทอดอีกครั้งในรูปแบบของ “อนิเมชั่น” ผ่านซีดีและดีวีดี นับเป็นก้าวย่างที่มีความหมายที่ช่วยดึงดูดเยาวชนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจวรรณกรรมคลาสสิกมากขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน นิทานพื้นบ้านไทยอย่างเช่น ปลาบู่ทอง ไกรทอง สินสมุทร ฯลฯ ก็ได้ถูกหยิบยกมาทำเป็นอนิเมชั่นเผยแพร่ทางโทรทัศน์โดยต่อเนื่อง นัยว่าเพื่อถ่ายทอดคตินิยม ความเชื่อ และวิถีชีวิตแบบไทยที่สืบทอดกันมาแต่อดีต ให้เด็กได้ซึมซับควบคู่ไปกับความบันเทิง

สำหรับการถ่ายทอดเรื่องราวทางวิชาการหรือองค์ความรู้ด้วยการ์ตูนนั้น สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมจากการนำเอาเรื่องราว (narrative) ที่มีความเป็นบทละคร (story) มาเล่าใหม่ ก็คือ การใช้ความรู้เฉพาะทางเป็นบท โดยมีตัวละครที่เป็นตัวการ์ตูนเป็นผู้ดำเนินเรื่อง ซึ่งอาจจะต้องอาศัยผู้สร้างบทละครที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขามาทำงานร่วมกันกับนักวาดการ์ตูน (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขากับนักวาดการ์ตูนนี้อาจจะเป็นบุคคลคนเดียวกันก็ได้ หากมีทั้งองค์ความรู้และทักษะในการสร้างสรรค์ตัวละครครบพร้อมในคนเดียว)

ตัวอย่างอันหนึ่งของการเล่าเรื่องราวกึ่งวิชาการผ่านตัวการ์ตูน คือ เรื่องนักวางแผนกวนตลาด การ์ตูนระดับ bestseller ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตลาดและชีวิตการทำงานในออฟฟิศ จากผู้เขียนนามปากกา Slackaholics (ผู้เขียนเรื่อง “Slackaholics, ออฟฟิศติ๊ดชึ่ง” ในโครงการกองทุนกู้ยืมเพื่อหนังสือทำมือของสำนักพิมพ์ a book)

Slackaholics หรือ “คุณตั้ม” พิริยะ ตันตราธิวุฒิ เศรษฐศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมจาก Harvard University เล่าให้ tcdcconnect ฟังถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์การ์ตูนเรื่องนี้ว่ามีที่มาจากความชอบวาดการ์ตูนบวกกับประสบการณ์ในการทำงานสายการตลาด

“หนังสือการ์ตูนเรื่องนี้เกิดจากบล็อกของผมใน exteen ครับ เมื่อบล็อกได้รับความนิยมและทางสำนักพิมพ์มาพบเข้าจึงติดต่อผมเข้าโครงการฯ ผมชอบอ่านและวาดการ์ตูนตั้งแต่เด็กๆ แต่ดันเรียนมาทางด้านการตลาด เมื่อจบมาผมทำงานเป็นฝ่ายวางแผนการตลาดทั้งในระดับประเทศและอาเซียน มีประสบการณ์การทำงานหลากหลายที่เห็นว่าทั้งสนุกและไม่คาดฝันว่าจะเกิด”

“ผมก็คิดว่า น่าจะเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาเล่าเป็นเรื่องราว จึงทำบล็อกขึ้นมาโดยใช้เกร็ดความรู้ที่จดบันทึกไว้ตลอดมาผูกเป็นเรื่อง แล้วสร้างตัวการ์ตูนขึ้นมาเองจากโปรแกรม illustrator การทำงานของผมจะเริ่มจากการนำเอาสิ่งจดไว้มาทำเป็นสตอรี่บอร์ด แล้วจึงลงในคอมพิวเตอร์ ลงรูป ลงสี จัดองค์ประกอบ แล้วเขียนคำพูด”

คุณตั้มยังเสริมว่า การผสมผสานระหว่างความสามารถในการวาดและสร้างสรรค์ตัวการ์ตูน กับความรู้และประสบการณ์ด้านการตลาด เกิดมาจากความชอบและการฝึกฝนมากกว่าพรสวรรค์

“ทั้งการวาดการ์ตูนและการทำงานด้านการตลาดเป็นความชอบและความสนใจของผมเลยนำมาผสมกัน ผมคิดว่าถ้าเราตั้งใจจริง ทุกอย่างก็สามารถทำได้ การมองว่าคนเราต้องเป็นอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการตีกรอบจากสังคมมากกว่า เช่นว่าถ้าฉันจะเป็นศิลปิน ฉันก็ต้องเป็นแต่ศิลปินอย่างเดียว”

อย่างไรก็ตาม การจะทำหนังสือการ์ตูนที่มีเนื้อหาเชิงความรู้ให้เป็นเรื่องน่าสนุกนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย คุณตั้มเองเน้นว่า “เลย์เอาท์” (layout) และ “การบรรยายเรื่อง” (narrative) คือปัจจัยหลักที่จะทำให้หนังสือออกมา “เข้าใจง่าย”

“การทำหนังสือการ์ตูนลักษณะนี้ความน่าสนใจอยู่ที่รูปแบบของหนังสือ ซึ่งรวมถึงการวางเลย์เอาท์และภาพประกอบที่สวยงาม นอกจากนี้ วิธีการเรียบเรียงบทบรรยายและบทสนทนาก็ต้องทำให้อ่านง่ายด้วย”

“ถ้าให้ผมมองเรื่องการตลาดของหนังสือแนวนี้ เมืองไทยน่าจะยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะคนไทยชอบอ่านหนังสือที่มีภาพประกอบมากกว่าที่มีแต่ตัวหนังสืออย่างเดียว หากมีหนังสือที่มีเนื้อหากระตุ้นความคิด (thought-provoking) อ่านแล้วทำให้คนอยากคิดต่อ หรืออ่านแล้วทำให้คนอยากเป็นนักเขียนขึ้นมาก็จะดีมาก ส่วนตัวผมชอบหนังสือแนว Edutainment Essay ของสำนักพิมพ์ Open Book ครับ”

Our Thought :
ความนิยมที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อ “การ์ตูนเพื่อการศึกษา” นับเป็นนิมิตหมายอันดีของประเทศไทย ด้วยเหตุที่มันสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เยาวชนของเราอยากศึกษาหาความรู้ในระดับที่ สูงขึ้นไป ดังนั้นหากนักวาดการ์ตูนรุ่นใหม่ๆ สามารถจับมือทำงานร่วมกับกูรูหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่อง(ยาก)ต่างๆ มากขึ้น ประชาชนคนไทยก็คงจะมีโอกาสได้เปิดรับองค์ความรู้ดีๆ มากขึ้นอีกมิใช่น้อย

เครดิตภาพ:
http://www.banluegroup.com
http://statics.atcloud.com/files/comments/174/1749817/images/1_original.jpg


« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป