Articles

« Back to Result | List

นิทรรศการปกติศิลป์ (ART Normal) : บริการความงาม-เสริมความสุข โดยสองสาววัยดึก อุบล บัวพุ่มไทยและมณฑา พวงสุด

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส



คุณเข้าร้านทำผมครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?
คุณไปที่นั่นบ่อยครั้งแค่ไหน ?
คุณใช้จำนวนชั่วโมงใน “พื้นที่สี่เหลี่ยมแห่งความสวยงาม” แห่งนั้นยาวนานเพียงใด ?
และคุณจำได้มั้ยว่า ได้อะไรติดมือออกมาบ้าง นอกจากภาพลักษณ์ที่งดงาม ?

ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า “การเข้าร้านเสริมสวยถือเป็นการเสี่ยงโชค”!!! ไม่ต่างอะไรกับชอคโกแล็ตในกล่องของฟอร์เรสท์ กัมป์ ที่เราไม่มีทางจะรู้ล่วงหน้าได้เลยว่า…จะเกิดอะไรขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าในตอนที่เราแหงนหน้ามองดูตัวเอง “คนใหม่” ในกระจกเงา

ว่ากันว่าบางคนชอบเข้าร้านทำผม เพราะชอบเห็นตัวเองสวยงามและดูดีขึ้น บ้างก็ว่าการเข้าร้านทำผมนั้นให้อะไรที่มากกว่าแค่การเสริม – เติม – แต่ง ภาพลักษณ์เปลือกนอก เพราะมันสามารถบำบัดจิตใจข้างใน…ในวันที่หัวใจอ่อนแรง

อาจด้วยเหตุผลข้อนี้ที่ทำให้คนบางคนนิยมเดินเข้าร้านทำผมเป็นประจำ บ้างก็ไปวันเว้นวัน บ้างก็ไปอาทิตย์ละ 2 -3 ครั้ง บ้างก็ไปบ่อย (มาก) จนคุ้นเคยกับเจ้าของร้านและกลายสถานภาพจาก “ช่างทำผมกับลูกค้า” เป็น “มิตรรัก – คนรู้ใจ” บ้างก็ผูกสมัครรักใคร่กันจนนับเป็นความสัมพันธ์ฉันท์ญาติมิตรไปในที่สุด เช่นเดียวกันกับสัมพันธภาพและความอบอุ่นในร้านเสริมสวยเล็กๆ ร้านหนึ่งใจกลางเมืองราชบุรี ที่ร่ำลือกันในหมู่คนเมืองนี้ว่า “ร้านนี้ ฝีมือดี อัธยาศัยเด่น”

“หม่อง” คือ ชื่อร้านเสริมสวยแสนหฤหรรษ์ที่เปิดบริการ “เสริมความงามพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ” มายาวนานหลายสิบปี ดำเนินการโดย ป้าหม่อง - อุบล บัวพุ่มไทย และ ป้าฑา - มณฑา พวงสุด สองสาวโสดสนิท คนเมือง “ราช–รี” แท้ๆ ซึ่งจุดเด่นของที่นี่คือความสวยงามที่เรียบง่าย มุ่งเน้นความ “พอเพียง พอดี และ พอใจ” เป็นหัวใจสำคัญ

“ทำผมมาตั้งแต่วัยสาวจนวัยดึกค่ะ ช่วยกันทำสองคนกับป้าฑา ช่วยกันทำได้หมดทุกอย่างเพราะเรารู้ใจกันอยู่” ป้าหม่อง – อุบล บัวพุ่มไทย เจ้าของร้านกล่าวแนะนำตัวเองและหุ้นส่วนชีวิตได้อย่างอบอุ่น

“ลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ทำกันมานาน เรียกว่าทำกันจนแก่ตายหรือหายไปจากโลกนี้เลยล่ะ หลายคนเป็นลูกค้าเก่าแก่ที่ตามกันมาตั้งแต่ร้านแรก เราย้ายไปที่ไหนเขาก็ตามกันมาตลอด” ป้าฑา – มณฑา พวงสุด สาวโสดคนที่สองของร้านเอ่ยขึ้น

วันนี้ TCDCCONNECT มีโอกาสดีได้พูดคุยกับสองคุณป้า ในฐานะ “ศิลปินชาวบ้าน” ผู้ร่วมแสดงงานในนิทรรศการ “ปกติศิลป์” ของคุณติ้ว วศินบุรี (ผู้ก่อตั้งแกลเลอรี่ เถ้า ฮง ไถ่ ดี คุ้นท์)


สองคุณป้ากับเส้นทางชีวิต “ช่างเสริมสวย”
ป้าหม่อง
: ต้องบอกก่อนว่าแม้ว่าเราทั้งสองจะยังโสดสนิท แต่ก็อายุปูนนี้แล้วเลยไม่อยาก “งก” และไม่ต้องการดิ้นรนอะไรมาก บริการของที่ร้านก็จะมี สระ ไดร์ เซ็ทธรรมดา และทำเล็บ

ป้าฑา : วันดีคืนดีถ้าคิดจะหยุด เราก็หยุด คือ เปิด–ปิดร้านแบบตามใจคนทำมาก (หัวเราะร่วน) ก็บางทีเราก็อยากไปไหว้พระ ทำบุญกันบ้างน่ะนะ ป้าฑาเริ่มต้นอาชีพช่างผมตั้งแต่อายุ 19 ปี โดยแยกสายงานกับพี่สาวที่ตัดหน้าเรียนเย็บผ้าไปก่อน (สาวๆ สมัยก่อนนิยมเรียนเย็บผ้าและทำผม) เมื่อเรียนจบก็พอดีได้มีโอกาสมาเจอป้าหม่องจากการแนะนำของพี่สาว จึงร่วมงานทำร้านด้วยกันมาตั้งแต่สามสิบปีก่อนโน้นนนนนน

ป้าฑา : สมัยสาวๆ เคยเข้าไปเรียนที่กรุงเทพฯ แต่ก็ไม่คิดจะทำงานหรือตั้งรกรากที่กรุงเทพเลยนะ เพราะคนรุ่นป้าเนี่ยพ่อแม่จะสอนอยู่เสมอว่า กรุงเทพอันตรายและน่ากลัว

ป้าหม่อง : ส่วนป้าเริ่มต้นทำผมก็เพราะความรัก คือ เราชอบเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ก็ได้ดีมาอย่างหนึ่ง เราสองคนเป็นคนราชบุรีแท้ๆ อยู่ราชบุรีมาตั้งแต่เกิด ทำงานจนแก่ ไม่เคยคิดจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเลย อีกอย่างการตัดผมมันเป็นอาชีพของเรา เราเริ่มมาจากตรงนี้ ก็คงต้องอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ อันที่จริงคนรุ่นราวคราวเดียวกับป้าหม่องเนี่ยเขาไม่ทำงานกันแล้วนะ แต่พอดีว่า ป้าสองคนโสด ไม่มีภาระ และยังสนุกที่จะทำงานอยู่ ก็เลยจะทำกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ


การตัดสินใจร่วมแสดงงานในฐานะ “ศิลปิน”
ป้าหม่อง
: ป้าเล็งไว้ตั้งแต่ดีคุ้นท์เขามาเปิดใหม่ๆ ตอนจัดงานครั้งแรกป้ายังโมโหเขาอยู่เลยว่า ทำไมไม่เรียกเราบ้าง (หัวเราะสนุก) แต่พอเขามาชวนหนนี้ หัวใจพองโต ดีใจมาก ป้ารีบสมัครเลยล่ะ นี่แสดงว่าคุณติ้วเขาเป็นคนใช้ได้ ยังพอมองเห็นอะไรในร้านเราบ้าง (ยิ้มแก้มตุ่ย)

ผลงานในนิทรรศการนี้
ป้าหม่อง
: ของป้าเป็นรูปวาด “ปลาธงชาติ” กับ “รูปคน” ที่พอวาดไปวาดมา จากหน้าคนกลายเป็นหน้ากระเทยไป (หัวเราะ)

ป้าฑา : ของป้าฑาเป็นรูปเล็บ ไม่เคยวาดเลยนะ ครั้งสุดท้ายที่วาดรูปก็ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนโน่น ทีแรกก็กลัวอยู่เหมือนกัน กลัวจะออกมาไม่สวย แต่พอเห็นผลงานที่ตัวเองวาดออกมาก มันก็พอไปได้ พอไหวอยู่

ศิลปะและความสัมพันธ์กับชีวิตคน
ป้าฑา : มันเกี่ยวโยงถึงกันอยู่แล้วนะ อย่างเวลาทำเล็บบางคนก็อยากทำเป็นรูปวงรี บางคนอยากทำเป็นสี่เหลี่ยม บางคนอยากได้แหลม บางคนอยากได้มน มันก็เหมือนศิลปะอย่างหนึ่งที่เราต้องคอยดูว่ามันจะเข้ากับเขามั้ย เรื่องทรงผมก็ด้วย บางคนอยากได้สั้น บางคนอยากได้ยาว บางคนอยากได้หยิก บางคนต้องการยืด บางคนอยากดัด ป้าว่ามันก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือเวลาทุกคนเดินเข้ามาที่ร้าน เขาก็อยากจะกลับออกไปแบบสวยงามขึ้น ดูดีขึ้น บางคนเดินเข้ามาหน้าตาหดหู่เหมือนคนไม่สบาย แต่พอเสริมสวยเสร็จเขาก็รู้สึกผ่อนคลาย สบายอกสบายใจขึ้น ขากลับออกไปเขากลับดูงดงาม ไม่ป่วยแล้ว ป้าจะบอกว่านี่แหละคือ “ศิลปะแห่งร้านเสริมสวย” มันช่วยให้คนเรารู้สึกปลอดโปร่ง เบิกบาน สดชื่นกับชีวิตมากขึ้น

ป้าหม่อง : ตอนเอารูปที่ป้าวาดมาติดที่ร้าน ลูกค้าชอบใจกันใหญ่ เขาถามแทบทุกคนเลยว่า “หม่อง ! เอารูปนี้มาจากไหน” “หม่อง ! รูปนี้สวย” หรือ “หม่อง ! นี่ปลาอะไร” ป้าเองมองว่าผู้คนเขาพร้อมจะเปิดรับเสมอ

“ราชบุรี” จะเป็น “ศิลปะ” ได้จริงในอนาคต
ป้าฑา
: ทุกวันนี้ราชบุรีเป็นเมืองสงบ เป็นเมืองผ่านที่ต่างคนต่างมาแล้วต่างคนก็ต่างไป แต่ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่คุณติ้วและเราพยายามทำมันเกิดสำเร็จเป็นจริงขึ้นมา หมายถึง บ้านเรากลายเป็นเมืองศิลปะขึ้นมาจริงๆ มันก็คงจะ “ดีมาก” (เน้นเสียง) เพราะมันจะช่วยให้บ้านเราเจริญขึ้น ทำให้คนนอกรู้จักบ้านเรามากขึ้น

« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com