Articles

« Back to Result | List

นิทรรศการปกติศิลป์ (ART Normal) : งานศิลป์ระหว่างโดยสาร โดย “ส้ม อ้นพันธุ์”

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

ปกติศิลป์ (ART Normal) คือ นิทรรศการศิลปะที่เลือนเส้นขอบเขตระหว่างศิลปะและชีวิตธรรมดาเข้าหากันด้วยแนวคิดที่ว่า “ทุกบ้านคือแกลเลอรี่ ทุกที่คือหอศิลป์” และเมื่อทุกที่เป็นหอศิลป์ได้…ความสนุกครั้งนี้จึงอยู่ที่การ “แกะรอยตามดูงานศิลป์” ที่แทรกตัวอยู่อย่างแนบเนียนตามร้านรวง บ้านช่อง หรือแม้กระทั่งบนรถโดยสารท้องถิ่นสายราชบุรี - โป่งกระทิง - สวนผึ้ง ที่ก็มีการจัดแสดงผลงานภาพถ่าย จากฝีมือการกดชัตเตอร์ของโชเฟอร์หนุ่มใหญ่ประจำรถ “น้าส้ม อ้นพันธุ์”

แม้ว่าตลอด 56 ปีในชีวิตของน้าส้ม เขาจะไม่เคยได้ “จับกล้อง” มาก่อน แต่ด้วยคำชักชวนของคุณติ้ว วศินบุรี (หรือที่น้าส้มเรียกว่า “อาจารย์ติ้ว”) เขาก็จับพลัดจับผลูได้มาเป็น “ช่างภาพจำเป็น” ที่ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการ เนื่องจากจุดพักรถของน้าส้มนั้น…อยู่ใกล้หอศิลป์ Tao Hong Tai D Kunst เพียงไม่กี่ก้าว

“ตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่าตรงนี้เป็นอะไร ผมเป็นคนพูดน้อย ก็ไม่เคยถาม (หัวเราะ) พอเข้ามาคลุกคลีถึงได้รู้ว่าอาจารย์ติ้วเขาเป็นศิลปิน ซึ่งตอนที่เขามาชวนให้ถ่ายรูป ผมก็คิดว่า เอ่อ…ผมจะถ่ายเป็นเหรอ พอตกปากรับคำไป อาจารย์ติ้วเขาก็ให้อาจารย์จากกรุงเทพมาช่วยสอน เขาเอาคอมมาเปิดให้ผมดู ผมก็ดูภาพไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก” น้าส้มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมนิทรรศการ

จากมุมมองของคนขับรถเมล์ในเส้นทางระหว่างอำเภอ (ระยะหลายสิบกิโล) ภาพสะท้อนจากสายตาของน้าส้มคือ ศิลปะที่อยู่ในความธรรมดาของวิถีคน หากแต่ความธรรมดานั้นได้กลับกลายเป็นความ “ไม่ธรรมดา” เมื่อวันที่น้าส้มจับกล้องและสะกดภาพที่แสนคุ้นชิน “ใส่กรอบประดับ” ไว้ ณ ด้านหลังของเบาะนั่งรถเมล์ของเขา

ผลงานภาพถ่ายของน้าส้มมีทั้งที่ถ่ายตามตัวอย่าง และที่ทดลองถ่ายตามความนึกสนุกของตัวเอง
“ผมก็ไม่คิดอะไรหรอก อาจารย์ให้ถ่ายรูปก็ถ่าย แต่พอถ่ายมากๆ เข้าก็ชักติดใจ แรกๆ ผมไม่กล้าถ่ายบนรถเมล์นะ ผมอายเขา แต่พอนานๆ เข้าก็เริ่มไม่อายแล้ว (หัวเราะ)”

ชีวิตหลังพวงมาลัยบนเส้นทางไปกลับ อำเภอเมือง - โป่งกระทิง - สวนผึ้ง ทำให้น้าส้มได้เห็นความเป็นไประหว่างเมืองและชนบทมากกว่าใครอื่น ซึ่งพอมารับบทบาทช่างภาพ น้าส้มก็ยิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดปลีกย่อยที่มากขึ้น จนบางครั้งถึงกับต้องจอดรถเพื่อลงไปเก็บภาพโดยเฉพาะ

“เห็นแล้วต้องถ่ายเลยครับ ไม่งั้นมันจะพลาดไป เวลาที่ผมชอบคือช่วงเช้ากับช่วงเย็นเพราะบรรยากาศมันดี เช้าตื่นมาอากาศสดใส บางที่ก็มีหมอก ส่วนช่วงเย็นตอนอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงสวยมาก” ช่างภาพมือใหม่อย่างน้าส้มดูจะสนใจเรื่องแสงเป็นพิเศษ

ภาพถ่ายทั้งหมดจากฝีมือน้าส้มถูกคัดเลือกโดยคุณวศินบุรี (อาจารย์ติ้ว) ก่อนที่จะนำไปจัดแสดงบนรถเมล์ ในจำนวนนั้นหลายภาพให้ความรู้สึกสดใหม่ใสซื่อ ในขณะที่อีกหลายภาพก็มีมุมมองดุจช่างภาพมืออาชีพ การให้เครดิตใต้ภาพ (ตามหลักนิทรรศการ) ทำให้ผู้โดยสารซึ่งเป็นคนพื้นที่รู้ว่าผลงานเหล่านี้มาจากฝีมือคนขับ และเกิดความสนใจถามไถ่กันอย่างมาก

ก่อนจบการสนทนา เราถามน้าส้มว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดตามมา (หลังร่วมงานกับนิทรรศการนี้) มันเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตน้าส้มไหม

“เปลี่ยนครับ อย่างแรกคือมันตื่นเต้นดี จากที่กล้าๆ กลัวๆ กับการถ่ายรูป พอผ่านไปหลายเดือนเข้าก็เริ่มคุ้นชิน ความคุ้นก่อเกิดเป็นความกล้า ความชินเปลี่ยนไปเป็นความชอบ ทุกวันนี้ผมก็ยังถ่ายรูปเรื่อยๆ นะ พกกล้องติดตัวทุกวัน ตลอดทางที่ขับรถเมล์ถ้าเจอสถานที่หรือสิ่งของที่สวย ผมก็จะถ่ายรูปเก็บไว้ ผมเข้าใจแล้วจริงๆ ว่าศิลปะมันอยู่ได้ทุกที่ครับ”

We say :
แม้พ่องานอย่างคุณวศินบุรีจะย้ำนักย้ำหนาว่า นิทรรศการนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว แต่เราก็ต้องยอมรับว่า “ความปกติที่ไม่ปกติ” นี้ สามารถเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากทีเดียว วันนี้น้าส้มได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกรายแรกจากวงการรถเมล์ที่ช่วยโปรโมทเส้นทางราชบุรี - โป่งกระทิง - สวนผึ้ง เพราะทุกครั้งที่มีผู้มาชมภาพถ่ายบนรถ เขาเหล่านั้นก็มักจะอยากรู้ว่า โป่งกระทิงอยู่ไหนและอยากเดินทางไปให้เห็นกับตา รถเมล์สายนี้จึงมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นไปโดยปริยาย (ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวน้าส้มเป็นอย่างมาก)

« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com