Articles

« Back to Result | List

“โลกสดใส ไทยยั่งยืน” วิถีแห่งพลังงานของโลกยุคใหม่

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

“คุณเคยคิดหรือไม่ว่า โฉมหน้าของโลกใบนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไรในวันที่...น้ำมันหมดโลก”

เป็นที่ทราบกันดีว่าความมั่นคงด้านพลังงานของมนุษยชาติกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อ “น้ำมัน” อันเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนอารยธรรมของโลกยุคใหม่กำลังจะเหือดแห้งลงในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้านี้ ขณะที่ชะตากรรมด้านพลังงานของประเทศไทยก็ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมโลก เพราะ “ก๊าซธรรมชาติ” ทรัพยากรล้ำค่าที่ฟ้าประทานให้ดินแดนสุวรรณภูมิ (จนได้ชื่อว่าเป็น “พลังที่ยั่งยืน...เพื่อไทย”) ก็ทำท่าว่าจะไม่ยั่งยืนดั่งสโลแกนเสียแล้ว (ด้วยเหตุผลเดียวกันกับน้ำมัน คือ ก๊าซกำลังจะหมดลง)

เมื่อทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต่างทยอยกันหมด พลังงานหมุนเวียนอย่างเช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ และไฮโดรเจน ก็ดูจะเป็นความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ของมนุษย์ ณ นาทีนี้แนวคิดเรื่อง “โลกที่ปราศจากน้ำมัน” มันชวนให้เราจินตนาการต่อไปว่า “แล้วชีวิตในอนาคตจะมีหน้าตาอย่างไร?” เป็นไปได้มั้ยที่หลังคาของเพื่อนบ้านทุกหลังอาจจะกลายเป็นแผงโซล่าร์เซลเต็มไปหมด? หรือจากที่เราเคยดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนออกจากบ้าน เราอาจจะต้องดึงปลั๊กชาร์จไฟรถยนต์เพิ่มอีกอย่างก็เป็นได้

ในงาน BOI Fair 2011 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธุรกิจหลากหลายประเภทต่างนำเสนอแนวคิดการดำรงชีวิตในโลกอนาคต ภายใต้ธีม “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” ซึ่ง “เทคโนโลยีสีเขียว” (Green Technology) ที่นำมาโชว์กันในคราวนั้น ก็มีตั้งแต่นิทรรศการที่แสดงกระบวนการผลิตและรีไซเคิลขวดพลาสติก, รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ไปจนถึงภาพยนตร์ 4D เกี่ยวกับชีวิตเมืองและไลฟ์สไตล์ของมนุษย์ในอนาคต

ความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตที่น่าสังเกตข้อหนึ่งก็คือ เมื่อแหล่งพลังงานเปลี่ยนไป การออกแบบอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ อาคาร เมือง ฯลฯ ก็ดูเหมือนจะต้องเปลี่ยนไปตามวิถีของพลังงานด้วย

ฉะนั้น สำหรับนักออกแบบทุกคนที่กำลังจะต้องหายใจในยุคโลกร้อนต่อไปนี้คือ โฉมหน้าของ “วิถีแห่งการใช้พลังงานในอนาคตอันใกล้” มันกำลังจะกลายเป็น “เงื่อนไข” ที่คุณจะต้องคำนึงถึงทุกครั้งในกระบวนการออกแบบสร้างสรรค์

แสงแดด...สายลม...สายน้ำ จากบทกวีโรแมนติกสู่พลังงานทดแทน
ในโลกที่ไม่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ จะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักของเรา กระแสไฟฟ้าจะผลิตขึ้นจากแผงโซล่าร์เซล กังหันลม พลังน้ำและพลังนิวเคลียร์ ทั้งครัวเรือน ชุมชน โรงเรียน ธุรกิจขนาดย่อมจะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้โดยแผงโซล่าร์เซลนี้

พลังงานในครัวเรือน
ปัจจุบันหลายๆ ประเทศได้เริ่มหันมาผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับชุมชนด้วยวิธีนี้กันแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศ มาลี อูกานดา แทนซาเนีย และประเทศยากจนในทวีปอัฟริกา มีการใช้แผงโซล่าร์เซลแบบเคลื่อนย้ายได้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและส่งผ่านไปตามสายไฟใต้ดินที่เชื่อมต่อกับบ้านแต่ละหลัง เทคโนโลยีสะอาดชนิดนี้ นอกจากจะช่วยให้พื้นที่ห่างไกลได้มีไฟฟ้าใช้แล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนติดตั้งแผงโซล่าร์เซลแบบถาวรอีกด้วย

ส่วนในรัฐอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา ซึ่งมีอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว (อุณหภูมิเฉลี่ย -33 c) Drake Landing Solar Community (DLSC) ชุมชนต้นแบบที่ใช้แผงโซล่าร์เซลผลิตความร้อนเป็นฉนวนกันความหนาวเย็น ได้ร่วมกันติดตั้งแผงโซล่าร์เซลไว้บนหลังคาบ้านทุกหลังเพื่อเก็บกักและส่งพลังงานจากแสงอาทิตย์ไปยังศูนย์พลังงานรวมของชุมชน ก่อนจะแปรรูปอีกครั้งไปเป็นพลังงานความร้อนเพื่อให้ความอบอุ่นและใช้ทำน้ำอุ่นในฤดูหนาว ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่า สามารถลดการใช้พลังงานจากก๊าซหรือไฟฟ้าได้มากถึง 90%

แม้การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จะยังมีต้นทุนที่สูงอยู่มาก (มากกว่าเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงถึง 5 เท่า) แต่ธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์กลับมีอัตราเติบโตที่สูงถึง 30-40% ต่อปี และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในเชิงเศรษฐศาสตร์แล้ว ผู้คนต่างรู้ว่าการผลิตในปริมาณมากจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตถูกลงได้ ซึ่งก็จะส่งผลให้ทุกครัวเรือนสามารถเป็นเจ้าของพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการคิดค้นพัฒนา “วัสดุก่อสร้างพลังงานแสงอาทิตย์” ด้วยการติดตั้งเซลรับแสงอาทิตย์ลงบนหลังคากระเบื้องและหินชนวนที่ใช้มุงหลังคา ซึ่งคาดว่า ภายในปี พ.ศ.2563 ความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 30,000 เมกะวัตต์ มากพอสำหรับการจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้าน 30 ล้านหลัง

สำหรับในประเทศไทย เราก็มีโครงการวิจัยเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์อยู่หลายโครงการเช่นกัน อาทิเช่น โครงการวิจัยและพัฒนาระบบปรับอากาศด้วยแสงอาทิตย์ ซึ่งได้เริ่มใช้งานแล้วในอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และโรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นต้น

เมื่อข้อจำกัดเรื่องพลังงานในครัวเรือนเป็นสิ่งที่สาธารณชนเริ่มตระหนักถึง การออกแบบ บ้านประหยัดพลังงาน” ก็คงจะเป็นเรื่องที่สถาปนิกยุคโลกร้อนควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน โดยแนวคิดขั้นพื้นฐาน 3 ประการสำหรับการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานในเขตเมืองร้อน ก็คือ 1) ต้องป้องกันความร้อนให้ตัวบ้าน 2) ใช้แสงและลมธรรมชาติ 3) ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า โดยสถาปนิกสามารถออกแบบให้หลังคา ผนัง และประตูหน้าต่าง ถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านน้อยที่สุด ออกแบบชายคาให้ยาวขึ้นเพื่อกันแดด จัดแต่งภูมิสถาปัตย์ด้วยสวนและบ่อน้ำเพื่อช่วยถ่ายเทความร้อน ฯลฯ

พลังงานกับยานพาหนะ



นอกจากการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในครัวเรือนแล้ว “รถยนต์” (ปัจจัยที่ห้าที่จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับต้นๆ จากวิกฤตน้ำมันหมดโลก) ก็ดูเหมือนจะต้องเปลี่ยนสถานะจาก “รถ” มาเป็น “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ชนิดหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เชื้อเพลิงของรถยนต์ในอนาคตอันใกล้จะได้มาจาก “พลังงานไฟฟ้า” ซึ่งก็จะต้องชาร์จไฟเหมือนกับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ ดังนั้น ให้คิดเผื่อไว้เลยว่าที่พักอาศัยในอนาคตก็จะต้องมีการติดตั้งปลั๊กสำหรับชาร์จไฟรถยนต์ด้วย

อย่างไรก็ดี แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะออกวางจำหน่ายในตลาดประเทศอเมริกามาตั้งแต่ปี 2010 แล้วก็ตาม แต่ก็เป็นที่น่าคิดว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของยานพาหนะแห่งอนาคต เพราะ “รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน” (เทคโนโลยีที่ถูกทิ้งร้างมานับร้อยปี) ณ เวลานี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว (ซึ่งคนไทยก็สามารถผลิตเทคโนโลยีนี้ขึ้นเองได้ ตามที่ tcdcconnect เคยนำเสนอไปแล้วในบทความเรื่อง เผยโฉม C-FEE รถพลังไฮโดรเจนฝีมือคนไทย สู่สุดยอดนวัตกรรมยานยนต์สีเขียวแห่งอนาคต) งานนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่าระหว่าง “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” กับ “รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน” ใครจะครองตำแหน่งยานยนต์พลังสะอาดแห่งอนาคตได้ยาวนานและยั่งยืนกว่ากัน

นอกจากเรื่องแหล่งที่มาของพลังงานแล้ว พาหนะในโลกยุคหน้ายังถูกจินตนาการต่อไปอีกหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คือ รถยนต์ระบบอัตโนมัติที่ไม่ต้องใช้คนขับ แต่ใช้การสั่งการผ่านซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (แบบเดียวกับ siri ใน iPhone) โดยมีระบบเซ็นเซอร์ เรดาร์ กล้อง เลเซอร์สแกนเนอร์ ultrasound distance sensors ฯลฯ ที่ช่วยในการจับระยะและรักษาตำแหน่งของรถ ซึ่งหากรถยนต์ชนิด “คอมฯ ขับ” นี้ได้ออกมาโลดแล่นจริงๆ เมื่อไร ปัญหาเรื่องการวนหาที่จอดรถก็คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป บ้านแต่ละหลังก็อาจไม่ต้องเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับจอดรถ แต่สามารถคีย์คำสั่งให้รถวิ่งไปจอดที่อาคารจอดรถแห่งใดแห่งหนึ่ง (เพราะเพียงคุณเรียกรถผ่านโทรศัพท์มือถือ รถของคุณก็จะมาจอดเทียบ ณ จุดที่คุณต้องการได้ด้วยตัวเอง) คุณอาจจะไม่ต้องเสียเวลาไปซูเปอร์มาร์เก็ต (เพราะใช้รถไปรับของที่โทรสั่งไว้ล่วงหน้าได้) คุณอาจส่งรถไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วให้ไปส่งที่บ้านหรือพามาที่ทำงาน ฯลฯ ข่าวดีคือ เราน่าจะได้เห็นรถยนต์เทคโนโลยีคอมฯ ขับนี้ภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นนักออกแบบคงมีเรื่องให้ต้องออกแบบกันอีกมาก

จิตสำนึก VS กฎหมาย
จริงอยู่ว่าการอนุรักษ์พลังงานเป็นเรื่องของจิตสำนึก แต่หากมีตัวบทกฎหมายที่บังคับใช้ได้จริงแล้ว มันย่อมศักดิ์สิทธิ์กว่าการขอความร่วมมือเป็นไหนๆ ซึ่งสำหรับในประเทศไทย กระทรวงพลังงานได้จัดทำ แผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี ขึ้นแล้ว โดยมีกำหนดใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554-2573 สาระสำคัญของแผนอนุรักษ์ฯ ฉบับนี้อยู่ที่การประหยัดหรือการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (ซึ่งหมายถึงการทำงานที่ได้ผลลัพธ์เท่าปกติแต่ใช้พลังงานน้อยกว่าปกติ)

ทั้งนี้ ภาครัฐก็ได้เร่งออกมาตรการต่างๆ มารองรับแผนงานดังกล่าวแล้ว อาทิเช่น กำหนดอัตราส่วนของการใช้พลังงานต่อการเติบโตของ GDP ให้ลดลงจากค่าเฉลี่ยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว (คือ จาก 0.98 เหลือ 0.7) เน้นมาตรการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางตลาดและพฤติกรรมของผู้ใช้พลังงาน (Market transformation) เช่น บังคับให้ผู้ผลิตและออกแบบติดฉลากแสดงประสิทธิภาพพลังงานให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ อาคาร และยานยนต์ รวมไปถึงให้การช่วยเหลือด้านการเงินและเทคนิคกับผู้ประกอบการรายย่อยด้วย

เชื่อแน่ว่า มาตรการต่างๆ ที่กำลังทยอยออกมาบังคับใช้ในอนาคต จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางการออกแบบและผลิตสินค้า รวมไปถึงวิธีการขนส่งและการจัดการทรัพยากรในที่ทำงานด้วย

ประเด็นเด่น
- พลังงานทดแทนในอนาคตคือ พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลม และน้ำ
- การออกแบบขั้นพื้นฐาน 3 ประการสำหรับบ้านประหยัดพลังงานในเมืองร้อน คือ 1) ต้องป้องกันความร้อนให้ตัวบ้าน 2) ใช้แสงและลมธรรมชาติ 3) ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า
- วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในชีวิตอนาคตจะอิงอยู่กับพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก อาทิเช่น หลังคากระเบื้องและหินชนวนติดเซลรับแสงอาทิตย์ ระบบปรับอากาศด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ฯลฯ
- แผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี คืออีกตัวแปรสำคัญที่จะมีผลกระทบต่อทิศทางการออกแบบ (ที่ยั่งยืน) ภายในประเทศ โดยมาตรการต่างๆ ภายใต้แผนนี้จะกำหนดให้การออกแบบเป็นไปเพื่อความประหยัด ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานด้วย

เครดิตข้อมูล:
http://www.dede.go.th/dede/images/stories/NEEP2030_FINAL.pdf http://www.greenpeace.org/seasia/th/campaigns/climate-and-energy/solutions/solar/ http://modi.mech.columbia.edu/2011/09/shared-solar-2/ http://www.chiangmaithailand.tht.in/aticle135.html http://greenbuildingelements.com/2008/06/27/community-solar-power/ http://www.boifair2011.com/view/th/pavilions/detail56.jsf

เครดิตภาพ:
http://www.cndingwen.en.made-in-china.com
http://c1greenbuildingelementscom.wpengine.netdna-cdn.com/files/2008/06/simple-district-loop.gif http://imageshack.us/photo/my-images/38/2boosdt.jpg/
http://www.myinterestingfacts.com/wp-content/uploads/2011/05/solar-energy-facts-solar-panel-diagram.gif
http://www.solarenergyfact.org/images/solar%20energy%20facts.jpg


« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com