Articles

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: Tomorrow’s City – กรุงเทพในปีที่ 300 โดย: Supermachine Studio

เรื่อง : กมลกานต์ โกศลกาญจน์

"วิธีการทำงานของที่นี่คือลองมองไปรอบๆ แล้วตั้งคำถาม ใช้คำถามเหล่านั้นมาสร้างเป็นคำเพราะๆ ที่คนส่วนใหญ่ชอบเรียกกันว่า inspiration แต่เราเรียกมันว่า hunch"

Supermachine Sudio คืออีกหนึ่งดีไซน์สตูดิโอที่ขยันผลิตผลงานไอเดียดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่งานออกแบบผลิตภัณฑ์ งานสถาปัตยกรรม เทศกาลดนตรี ไปจนถึงการวางผังเมือง ในงาน Creative Space Workshop ครั้งนี้พวกเขาได้มาร่วมสร้างอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำหรับงานออกแบบ นั่นก็คือการทำเวิร์คชอป “สร้างโมเดล” ภายใต้หัวข้อ Tomorrow’s City - กรุงเทพในปีที่ 300


How it’s made?
ปิตุพงษ์ เชาวกุล รับหน้าที่เปิดบ้าน Supermachine ต้อนรับผู้เข้าร่วมเวิร์คชอป เขาเริ่มต้นการกะเทาะเปลือกความคิดสร้างสรรค์ด้วยภาพรายการสารคดีวิทยาศาสตร์อย่าง “How it’s made?” ซึ่งปิตุพงษ์บอกว่า เป็นสารคดีที่มีแนวคิดไม่ต่างจาก Supermachine นั่นก็คือเรื่องของความขี้สงสัย กระหายที่จะเรียนรู้ และรู้สึกไม่พอใจว่าโลกนี้มันมีอะไรบางอย่างที่ไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็น สารคดีชุด How it’s made จะนำพาผู้ชมไปล้วงลึกถึงกระบวนการและวิธีการผลิตของใช้ใกล้ตัวต่างๆ ซึ่งนับเป็นการค้นหาคำตอบให้ถึงที่สุดว่า “ทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น”


ต่อจากนั้นปิตุพงษ์ได้ยกตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาของ Supermachine Studio อาทิเช่น ที่เปิดขวดรูปประเทศไทย No Red, No Yellow ที่สามารถใช้เปิดขวดได้ทุกตำแหน่ง (ทุกจังหวัด), Animal Tree ต้นไม้ที่สร้างขึ้นจากตุ๊กตาหมีกว่าร้อยตัว และโปรเจคท์เทศกาลดนตรี Big Mountain Music Festival มัน ใหญ่ มาก ที่ทุกคนรู้จักกันดี


Tomorrow’s City
เมื่อเข้าสู่ช่วงการเวิร์คชอป Supermachine Studio ได้เตรียมภาพกรุงเทพฯ จากมุมสูงที่อยู่บนแผ่นอะครีลิคจำนวน 20 แผ่น (พอดีกับจำนวนผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปทั้ง 20 คน) รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ แผ่นโฟม ไม้เสียบลูกชิ้น ไม้จิ้มฟัน สติ๊กเกอร์ ฯลฯ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปลงมือสร้างโมเดลกรุงเทพฯ หรือ Tomorrow’s City ขึ้นมาภายใต้คำถามต่อไปนี้
- คนเราจะสามารถมองเห็นภาพเมืองของตัวเองในอนาคตได้จากที่ไหน ?

- และทำไมเราถึงให้นักการเมืองเป็นฝ่ายพูดถึงอนาคตของเมืองแต่เพียงฝ่ายเดียว ทำไมไม่ใช้ความร่วมมือของศิลปิน นักเขียน หรือผู้กำกับภาพยนตร์บ้าง ?


ตลอดช่วงของการเวิร์คชอปเต็มไปด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง แม้ว่าผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานทางสถาปัตยกรรมอยู่แล้ว แต่เหล่าทีมงานของ Supermachine Studio ก็ยังคอยให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ทุกคนร่วมกันออกแบบอนาคตของกรุงเทพฯ ผ่านรูปแบบของการสร้างโมเดลที่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ จินตนาการ และความคาดหวังที่ต่างกัน มีการคาดการณ์ถึงอิทธิพลของปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เช่น ทางด่วนซ้อนชั้นกันมากขึ้น, คอนโดพักอาศัยมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปและมีความสูงมากกว่าปัจจุบันหลายเท่า (ด้วยเชื่อว่าอีก 70 ปีข้างหน้าน้ำจะท่วมกรุงเทพบ่อยครั้ง), มีการสร้างเขื่อนสำหรับชุมชนคนรวย, หรือแม้กระทั่งสี่แยกราชประสงค์ที่ถูกเปิดเป็นพื้นที่ชุมนุมโดยเฉพาะ มีที่บังแดดที่หมุนเปลี่ยนองศาตามพระอาทิตย์ มีร้านอาหารรองรับ และไม่สร้างความเดือดร้อนหรือขัดขวางเส้นทางจราจรอีกต่อไป ฯลฯ


ในช่วงสุดท้ายของการเวิร์คชอปเป็นช่วงการนำเสนอผลงาน โดยมีคุณปิตุพงษ์ช่วยสอดแทรกคำถามเป็นระยะเพื่อให้ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปคนอื่นๆ ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน โดยรวมแล้วเวิร์คชอป Tomorrow’s City - กรุงเทพในปีที่ 300 ถือเป็นการเวิร์คชอปที่ช่วยกระตุกต่อมคิด สร้างกระบวนการเรียนรู้จากความสงสัย และพัฒนาการร่างภาพอนาคตจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ที่สำคัญมันไม่ได้เป็นเพียงการตั้งคำถามต่อเรื่อง “ผังเมือง” ในฐานะ “นักออกแบบ” เท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามในฐานะ “พลเมืองคนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร” ด้วย


ประเด็นเด่น :
- Hunch (ลางสังหรณ์) คือ ความคิดเล็กๆ ที่สำคัญมาก เป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสและรู้ให้ทันเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการทำงาน
- นักออกแบบต้องรู้จักตั้งคำถามและหัดมองให้เห็นถึงมิติอื่นๆ ในของสิ่งเดิม
- อยากมีอนาคตที่ดีเท่าไหน ก็ต้องไม่ลืมที่จะสร้างปัจจุบันให้ดีเท่านั้น

« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-12
  • Resource: www.tcdcconnect.com