Creative Knowledge

« Back to Result | List

Creative Space Workshop โฆษณา…โคตรสนุก โดย: Phenomena

เรื่อง: ปิยพร อรุณเกรียงไกร และ ศุภกัญญา ฉันทวิลาศ

“เชื่อไหมว่าภาพยนตร์โฆษณาสนุกๆ สามารถเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสังคม หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนโลกได้”

หิมะตกในเมืองไทย, จุ๋ม-สมูทอี, เลิกเหล้าเลิกจน, เนเจอร์กิฟท์, ไทยประกันชีวิต, ขอโทษประเทศไทย ฯลฯ คือผลงานของ ฟีโนมีนา (Phenomena) โปรดักชั่นเฮ้าส์ชั้นนำของไทยที่ผลิตโฆษณาแบบไทยๆ ได้ไม่ซ้ำใครและกระทบใจผู้ชมเสมอ ตัวอย่างผลงานที่ยกมาข้างต้นน่าจะบ่งบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าพวกเขาคือใคร ทำอะไร และเพราะเหตุใดทาง Gunn Report จึงประกาศให้ Phenomena เป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก (115 รางวัล) รวมทั้งยกให้ ธนญชัย ศรศรีวิชัย เป็นผู้กำกับอันดับหนึ่งของโลกที่ได้รางวัลมากที่สุดจากการประกวด Cannes Lions ประเทศฝรั่งเศส

กิจกรรม Creative Space Workshop ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ฟีโนมีนาเปิดบ้านให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้วิธีการทำงาน ของพวกเขาแบบเต็มๆ ที่สำคัญการทำเวิร์คชอปสไตล์ “ฟีโนมีนา” นั้น ย่อมไม่ยึดติดอยู่กับคำว่า “ธรรมดา” แน่นอน

Day 1: เปิดบ้านโปรดักชั่นเฮ้าส์สัญชาติไทยที่ทั่วโลกยอมรับ
วันแรกของเวิร์คชอป “โฆษณา...โคตรสนุก” เริ่มต้นด้วยการ “ทักทาย” จากทีมผู้กำกับฟีโนมีนา ผ่านพรีเซนเทชั่นคลิปสุดเท่ที่รวมเอาผลงานโฆษณาของแต่ละคนไว้ด้วยกัน จากนั้น สาธิต กาลวันตวานิช หัวเรือใหญ่ของบริษัทก็ได้พาทุกคนไปทำความรู้จักกับความเป็นมาและการทำงานในแบบฉบับของ “ฟีโนมีนา” ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “ข้อจำกัดและความตึงเครียดจะนำไปสู่ปลายทางของความคิดสร้างสรรค์และไอเดียชั้นยอดเสมอ”


จากนั้น “ต่อ” ธนญชัย ศรศรีวิชัย ได้เข้ามาบอกเล่าถึงขั้นตอนการ “กำกับ”โฆษณาในแบบฉบับของเขา โดยใช้ภาพเบื้องหลังผลงาน “Silence of Love” (ไทยประกันชีวิต) เป็นกรณีศึกษา ซึ่งนอกจากการบรรยายของธนญชัยจะเรียกเสียงหัวเราะได้ไม่ขาดแล้ว ผู้ฟังยังได้เรียนรู้หลักการสำคัญในการทำโฆษณาของฟีโนมีนา อันประกอบไปด้วย
1. ทำในสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำเป็นคนแรก (First)
2. คิดให้ต่างจากคนอื่น (Different)
3. ทำออกมาให้ดีที่สุด (Best)


ในช่วงบ่าย เวทีตกเป็นของทีมงานจากฝ่ายต่างๆ ที่ออกมาเล่าถึงกระบวนการทำงานซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทั้งหมดของโปรดักชั่นเฮ้าส์ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ส่วนของ Back Office ที่ดูแลด้านการจัดการ/บัญชี ฝ่ายโปรดักชั่น (Production) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังจากฝ่ายต่างๆ เช่น แคสติ้ง คอสตูม โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ ฯลฯ ไปจนถึง โพสต์ โปรดักชั่น (Post Production) ที่ต้องอาศัยฝีมือการตัดต่อชั้นเยี่ยม (Editor)

ร้อยคำพูด ไม่เท่าหนึ่งมือทำ เมื่อการเรียนรู้เชิงทฤษฎีสิ้นสุดลง ทีมงานก็ไม่รอช้าที่จะให้ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปได้สัมผัสกับ “รสชาติความสนุกของโฆษณา” ด้วยการลงมือทำจริง! เริ่มจากการแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่มแล้วให้ตัวแทนกลุ่มออกมาจับฉลากเลือกโจทย์โฆษณา อาทิเช่น โฆษณาถุงยางอนามัยที่เกี่ยวกับสงคราม โฆษณาผ้าอนามัยที่มีสระว่ายน้ำ โฆษณายาสระผมที่มีผีหัวขาด โฆษณาไก่ทอดที่มีก๊อซซิลล่า โฆษณาชาเขียวที่มียูเอฟโอ และโฆษณาน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีซอมบี้


แม้ว่าแต่ละโจทย์จะทั้งฮาและทั้งหิน แต่ทุกกลุ่มก็เร่งระดมสมอง ร่างสตอรี่บอร์ด พร้อมคิดคำก๊อปปี้กันอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนที่ทีมงานฟีโนมีนาจะสวมรอยมาเป็นลูกค้าและเอเจนซี่เฉพาะกิจ ช่วยกันยิงจุดบกพร่องของสตอรี่บอร์ด ฯลฯ ซึ่งงานนี้ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปแต่ละกลุ่มก็เร่งอุดช่องโหว่ ปรับแก้บอร์ดกันใหม่จนแข็งแรง ไม่ให้ถูกโจมตีได้ในท้ายที่สุด หลังจบกิจกรรมวันแรก ทั้ง 6 กลุ่มกลับบ้านไปพร้อมกับโจทย์โฆษณาที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ และแม้ว่าทางทีมงานจะบอกว่าทุกคนสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ในห้องอุปกรณ์ประกอบฉาก (Props) ได้ แต่ก็ไม่รับประกันว่าในนั้นจะมีอะไรให้ใช้จริงบ้าง

Day 2: วันถ่ายทำ จุดพลิกผัน



ชะตากรรมของคนทำโฆษณา ความสนุกในวันที่สองถูกจุดติดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ห้อง Props ของฟีโนมีนาเปิดต้อนรับผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปให้เข้าไปเลือกหยิบ “อุปกรณ์ประกอบการถ่ายทำ” ได้ในเวลาจำกัด และเมื่อแต่ละกลุ่มเตรียมพร้อมจะออกโรงทำงานแล้ว ทีมงานก็ประกาศข่าวร้ายสุดขีดให้ทุกกลุ่มสลับสตอรี่บอร์ดกันทันที (!)


ปัญหาที่ตามมาก็คือ พวกเขาต้องกำกับและตัดต่อโฆษณาตามโจทย์ใหม่ให้เสร็จภายในวันเดียว หลายกลุ่มใช้เวลานานในการระดมความเห็น ปรับสตอรี่บอร์ด และพยายามทำงานให้ออกมาในแบบฉบับของตนเอง ในขณะที่บางกลุ่มก็ร่างสตอรี่บอร์ดขึ้นใหม่ ใช้อุปกรณ์ที่มีให้เป็นประโยชน์ (หรือตัดปัญหาด้วยการไม่ใช้ของบางอย่างไปเลย) และลงมือถ่ายทำทันที ไม่นานนักโปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งนี้ก็ค่อยๆ กลายสภาพเป็นสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาถึง 6 เรื่องด้วยกัน ด้วยบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ ทุกกลุ่มต่างทำงานแข่งกับเวลาเพื่อที่จะผลิตโฆษณาออกมาให้ดีที่สุด โดยไม่ลืมที่จะใช้คำแนะนำของพี่ๆ ทีมงานและสิ่งที่ได้จากการทำเวิร์คชอปในวันแรกมาปรับให้เข้ากับสถานการณ์ ที่สำคัญทุกคนต่างได้เรียนรู้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้คือ สิ่งที่คนทำโฆษณาจะต้องเผชิญในชีวิตจริง

Day 3: คำวิจารณ์ กับ การเติบโต
ผลงานของแต่ละกลุ่มถูกฉายขึ้นบนสกรีนในเช้าวันที่สาม บรรยากาศของความตื่นเต้นระคนตึงเครียดเริ่มปกคลุมสตูดิโอไปพร้อมๆ กับเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากทุกคน โดยมีธนญชัยและทีมผู้กำกับฟีโนมีนาช่วยกันออกความเห็นและให้คำแนะนำ (ในฐานะลูกค้าเช่นเคย) เริ่มจากกลุ่มโฆษณาแชมพูที่ต้องเปลี่ยนโจทย์ไปทำโฆษณาน้ำยาปรับผ้านุ่ม (ที่ต้องมีผีดิบอยู่ในเรื่องด้วย) สมาชิกในกลุ่มนี้เลือกที่จะตัดปัญหาด้านการแสดงที่คนในทีมไม่ถนัดด้วยการปรับบทให้เป็นแนวตลกขบขันแทน


ตามมาด้วยกลุ่มที่ได้รับโจทย์ผ้าอนามัย-สระว่ายน้ำ ซึ่งต้องเผชิญกับโจทย์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ คือ การสร้างสิ่งที่ “ไม่มี” อย่างสระว่ายน้ำ ให้ “มี” ขึ้นมา พวกเขาใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้าแก้ไขปัญหาได้อย่างน่าทึ่ง โดยการเทเจลสีฟ้าลงในโถน้ำเลี้ยงปลาแล้วนำมาจัดวางไว้หน้ากล้องในระดับที่พอเหมาะ เทคนิคนี้เมื่อบวกเข้ากับฟุตเทจฉากสระน้ำที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างสถานการณ์จมน้ำกลางสระได้อย่างแนบเนียน

อีกกลุ่มที่มีปัญหาเช่นกันก็คือ กลุ่มโฆษณาชาเขียว-ยูเอฟโอ ซึ่งแทนที่พวกเขาจะใช้เวลาทำ CG ตามที่กลุ่มเดิมวางแผนไว้ พวกเขากลับให้ตัวละครเป็นฝ่ายดำเนินเรื่องแบบง่ายๆ ตบด้วยมุขตลก และเล่นกับมุมกล้องให้ดูเหมือนยานมนุษย์ต่างดาวดูดขวดชาเชียวขึ้นไป ผลที่ได้คือแม้ว่าคนดูจะไม่ได้เห็นภาพของยูเอฟโอหรือมนุษย์ต่างดาว แต่ก็รู้สึกถึง “การมีอยู่” ได้ด้วยการแสดงของตัวละคร

ขณะที่กลุ่มที่ได้รับโจทย์สงคราม-ถุงยาง นั้น ตัดสินใจยุบ 2 สตอรี่บอร์ดที่กลุ่มเดิมร่างไว้ให้เหลือบอร์ดเดียว แล้วเปลี่ยนเรื่องราวใหม่ทั้งหมด โดยให้ทหารซึ่งเป็นตัวละครหลักไปเจอกับ 3 สาว 3 สไตล์ระหว่างทางรบ ก่อนจะลงเอยกับทหารชายในป่าซึ่งเรียกเสียงฮาครืน


ส่วนกลุ่มไก่ทอด-ก๊อซซิลล่า แม้ว่าจะโดดเด่นด้วยไอเดียและก็อปปี้ “ไก่แม่ต้อย กรอบกู้โลก” แต่ก็ยังประสบปัญหาในแง่การเล่าเรื่องที่ใส่ฟุตเทจมากเกินไป และไม่ได้เน้น “ความกรอบ” ของไก่ตามก๊อปปี้จริง

ปิดท้ายด้วยโฆษณาของกลุ่มแชมพู-ผีหัวขาดที่ถูกติงว่า ใช้บทพูดบรรยายเร็วเกินไป และยังขาดความชัดเจนในการเล่าเรื่อง ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปทุกกลุ่มได้รับคำวิจารณ์ติชมแตกต่างกันไปคนละเล็กละน้อย โดยธนญชัยได้กล่าวปิดท้ายเป็นกำลังใจให้ว่า “คนที่ได้รับคอมเมนท์เยอะที่สุดในวันนี้ ก็จะเป็นคนที่พัฒนาได้มากที่สุดเช่นกัน”


นิยามของโฆษณาที่แท้จริง
ก่อนที่เวิร์คชอปครั้งนี้จะปิดม่านลง ทีมงานฟีโนมีนาได้ฝากข้อคิดเป็นที่ระลึกกับทุกคนว่า “หากเราได้ทำในสิ่งที่รัก วันหนึ่งเราก็จะทำมันได้ดี” เหนือสิ่งอื่นใดนั้น ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปยังได้รู้จักกับอีกแง่มุมของการทำงานโฆษณา (ที่ไม่ใช่แค่การส่งเสริมระบบทุนนิยม) นั่นก็คือ โฆษณาจะมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อมันมีประโยชน์กับสังคม ฉะนั้นการทำโฆษณาที่ดีจึงไม่ใช่แค่การขายของให้ได้เท่านั้น แต่ต้องเป็นการส่งเสริมให้คนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น (และโลกก็จะดีขึ้นตามไปด้วย)

“ถ้าเรามีโอกาส เราก็อยากจะเป็นเฟืองเล็กๆ ที่ดีและเปลี่ยนโลกได้” - Phenomena

เข้าไปทำความรู้จักการทำโฆษณาแบบโคตรสนุกสไตล์ Phenomena ได้ที่ www.pheno.com และ facebook/Phenomena-Bangkok

ประเด็นเด่น
- ทำงานด้วยใจรัก ความสนุก และความขยัน จะทำให้เราได้พัฒนาฝีมือและมีคนเห็นคุณค่าในที่สุด
- ความกดดันทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งเรามีข้อจำกัดและปัญหามากเท่าไหร่ สมองเราก็จะยิ่งทำงานมากขึ้นเท่านั้น

** Creative Space Workshop โฆษณา…โคตรสนุก โดย: Phenomena เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011


« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-13
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป