Articles

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: หลังชนฝา หมาจนตรอก โดย Propaganda

เรื่อง : วราฤทธิ์ มังคลานนท์

“แนวคิดในการออกแบบทั้งหมดคือ Fun Follow Function หมายถึงใช้แล้วอารมณ์ดีมีความสุข”

ที่มาของชื่อเวิร์คชอปแปลกๆ นี้ คุณป๊อป อังกูร อัศววิบูลย์พันธ์ ดีไซเนอร์หัวหอกแห่ง Propaganda บอกว่า “เวลาคิดงานไม่ออกจะออกไปนั่งรถเมล์ ดูหนังฟังเพลง เดินสวนสาธารณะ เพื่อให้อะไรใหม่ๆ มันเข้ามาในหัว ดีไซเนอร์เราต้องช่างสังเกต ต้องมองในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่เห็น”


นอกจากนั้นอังกูรก็ได้ย้ำถึงความสำคัญของ “ความอดทน” ทั้งจากปัญหารอบด้าน จากตัวเอง จากเพื่อนร่วมงาน จากลูกค้า จากกระบวนการผลิต ฯลฯ ซึ่งชาว Propaganda ทุกคนเชื่อว่า “ความกดดัน” ต่างๆ เหล่านี้คือแรงกระตุ้นของความคิดสร้างสรรค์ และมันก็เป็นที่มาของชื่อเวิร์คชอป “หลังชนฝา หมาจนตรอก” ในครั้งนี้ด้วย


Propaganda เปิดตัวขึ้นเมื่อปี 1994 เป็นบริษัทออกแบบที่เกิดจากการรวมตัวกันของ “คนทำโฆษณา” ที่มองเห็นว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์ในบ้านเรายังมีบางอย่างขาดหายไปซึ่งก็คือเรื่องความ “ตลกขบขัน” และ “สัปดนแบบไทยๆ” สำหรับ Propaganda แล้ว การออกแบบผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย 1 ใน 4 ประการ ต่อไปนี้
1. Dirty (ทะลึ่ง) เช่น Mr. Pee Lamp โคมไฟเด็กชายที่มีสวิทช์เปิดปิดอยู่ในตำแหน่งที่สุดเสียวใต้เข็มขัด
2. Stupid (โง่เง่า) เช่น Aha ถังขยะที่ยิ้มยิงฟันก่อนอ้าปากรับขยะได้เสมอ
3. Yacky (น่าขยะแขยง) เช่น สวิทช์ไฟขี้หมา
4. Scary (น่ากลัว) เช่น Help ที่อุดอ่างน้ำรูปคนจมน้ำ


หลังจากช่วงการบรรยายถึงความเป็นมาและแนวทางการออกแบบของ Propaganda ทีมงานก็ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปทุกคนจับฉลากขึ้นมาคนละสองใบ โดยในแต่ละใบจะระบุคำที่แตกต่างกัน เช่น อาม่า เขียง หวย แปรงขัดส้วม การเมือง อ้วก แจกัน ร้อน เกาหลี ฯลฯ จากนั้นก็ให้แต่ละคนนำคำสองคำที่ได้มายำรวมกันเป็น “ไอเดียใหม่” เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นมาหนึ่งชิ้น


ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดในเวิร์คชอปครั้งนี้คือเรื่องของเวลา โดยอังกูรกล่าวว่า “การดีไซน์นั้นไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ มันสามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น” ดังนั้น ในขณะที่ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปทุกคนกำลังสเก็ตช์งานอย่างเอาเป็นเอาตาย อังกูรก็ออกคำสั่งสายฟ้าแลบให้ทุกคน “หยุด” และนำงานที่ทำค้างไว้ไปส่ง แต่ละคนนำงานออกไปส่งด้วยอาการงุนงง และก็ต้องอึ้งกันอีกรอบเมื่อเหล่าทีมงาน Propaganda สลับสับเปลี่ยนงานสเก็ตช์และส่งคืนให้ทุกคนนำกลับไปทำต่อ (โดยไม่รู้ว่าเป็นงานตั้งต้นของใคร) โดยอังกูรอธิบายถึงเหตุผลของการทำเช่นนี้ว่า “มันเป็นชีวิตจริงของนักออกแบบที่ต้องทำงานต่อจากใครก็ไม่รู้อยู่เสมอ ดังนั้นเราต้องฝึกไว้


ในช่วงสุดท้ายของการเวิร์คชอปเป็นช่วงเวลาถาม-ตอบ (Q&A) ซึ่งทางทีมงาน Propaganda ก็ได้มอบแง่คิดที่น่าสนใจไว้หลายข้อ อาทิ
- คนทำอาชีพนักออกแบบไม่จำเป็นต้องเรียนจบมาโดยตรงก็ได้ ขอให้รักที่จะเรียนรู้และตั้งใจจริงก็พอ
- ในยุคสมัยที่การละเมิดลิขสิทธ์เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง การออกแบบผลงานให้มีชิ้นส่วนหลายชิ้น (ที่ผลิตมาจากหลายๆ ที่) ก็เป็นการแก้ปัญหาวิธีหนึ่ง
- สิ่งที่ยากที่สุดข้อหนึ่งในชีวิตนักออกแบบคือการต่อสู้และเกลี้ยกล่อมฝ่ายผลิตให้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ

ประเด็นเด่น
- การทำงานออกแบบนั้นมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ นักออกแบบจึงต้องรู้จักปรับตัวและพร้อมจะแก้ปัญหาใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาแบบ, การส่งต่องานและรับไอเดียของผู้อื่นไปทำต่อ, ปัญหาด้านการผลิตและการทำงานร่วมงานกับแผนกอื่น, หรือแม้กระทั่งปัญหาด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ก็ตาม

** Creative Space Workshop: หลังชนฝา หมาจนตรอก โดย Propaganda เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011

« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-12
  • Resource: www.tcdcconnect.com