Articles

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: เล็กกำลังดี โดย Smallroom

เรื่อง : กมลกานต์ โกศลกาญจน์

“ทุกวันนี้ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการขายเพลงอย่างเดียว แต่จะต้องขายคอนเสิร์ต ขายโฆษณา ขายศิลปินไปเล่นหนังเล่นละคร ฯลฯ แม้จะฟังดูลำบาก แต่นี่คือ ความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับให้ได้”

ภายในระยะเวลา 12 ปีของค่ายเพลงเล็กๆ แสนอบอุ่นอย่าง Smallroom พวกเขาได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงที่ถือเป็น “ปรากฏการณ์” ให้กับวงการเพลงไทย ทั้งยังได้สร้าง “รสนิยมใหม่” ให้เกิดขึ้นกับวัยรุ่นมากมาย การเวิร์คชอปในหัวข้อ “เล็กกำลังดี” รอบนี้ ถือเป็นอีกครั้งที่ Smallroom จะได้เปิดบันทึกหน้าต่างๆ ให้ผู้คนที่สนใจได้รับรู้เรื่องราวการเดินทางของพวกเขาอย่างครบครันทุกมิติ


เวิร์คชอปขนาดเล็กเริ่มต้นขึ้นด้วยการพูดคุยกันอย่างสบายๆ มีหลากหลายคำถามจากผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปที่ดูจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย อาทิ คำถามเรื่องการหาจุดร่วมระหว่างความฝันกับธุรกิจ ซึ่งคุณรุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ หนึ่งในสามผู้บริหารของ Smallroom ก็ได้ไขข้อข้องใจนี้ด้วยการอธิบายถึง “ระบบวิธีคิด” ที่เขาประยุกต์เอาความต้องการส่วนตัวในการทำอัลบั้มรวมเข้ากับประสบการณ์จากการทำเพลงประกอบโฆษณา จากนั้นก็ลงมือปั้นความต้องการนั้นให้กลายเป็นจริง

ผู้บริหารอย่างรุ่งโรจน์เชื่อเสมอว่าเขาต้องรับรู้ในทุกขั้นตอนของการผลิต แม้จะเป็นสิ่งที่ผิดครรลองสำหรับการบริหารจัดการค่ายเพลง (ที่บุคลากรในตำแหน่งบริหารจะก้าวลงมารับรู้รายละเอียดปลีกย่อยทุกอย่าง) เขาเล่าต่อถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากอาชีพคนทำเพลงเบื้องหลังมาสู่การผลิตศิลปินแถวหน้าเข้าสู่วงการเพลงไทย โดยในตลอดเส้นทาง 12 ปีนั้น ครอบครัว Smallroom ได้เรียนรู้ที่จะก้าวข้ามความผิดหวังมากมาย แต่พวกเขาก็ยึดคติ “ฮึด” แล้วเริ่มใหม่ได้เสมอ


หัวใจในการบริหารงานของค่าย Smallroom คือการให้ความรักกับศิลปินทุกคนทุกวงโดยเท่าเทียมกัน เคียงคู่ไปกับคติในการทำงานของเหล่าศิลปินอีก 4 ข้อ อันได้แก่
หนึ่ง ต้องอย่าคิดว่าตัวเองเก่ง
สอง เมื่อรู้ตัวว่าไม่เก่งแล้วก็ต้องขยัน
สาม มีอะไรสงสัยให้ถาม
สี่ หากหาข้อยุติไม่ได้ให้ปรึกษาผู้ใหญ่ (เพราะหมู่คนที่คิดกันเองแล้วไม่ถามมักจะแตกแยกกันเสมอ)

สร้างตลาดของตัวเองด้วย Creative Uniqueness
แม้ในปัจจุบัน การเกิดขึ้นของวงดนตรีหน้าใหม่จะไม่ใช่เรื่องยากอย่างในอดีต แต่สิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Smallroom ยังคงสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าคนฟังได้ทุกครั้งที่เปิดตัวเพลงหรืออัลบั้มใหม่ก็คือ การสังเกตผู้เล่นหรือคู่แข่งในตลาด รุ่งโรจน์กล่าวว่า “เราต้องศึกษาตลาดให้ดีก่อนว่ามีผู้เล่นคนไหนลงเล่นอยู่แล้วบ้าง และเราจะไม่ลงไปเล่นซ้ำกับเขาเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร ต่อให้เป็นศิลปินในค่ายเดียวกันทุกคนก็ควรค้นหาจุดยืนและเอกลักษณ์ให้ตัวเอง เพราะผู้บริหารค่ายเพลงมีหน้าที่เพียงแค่ช่วยลับคมให้คุณเท่านั้น”


คิด คุย ถก ก่อนทำโปรดักชั่น
ช่วงกลางของเวิร์คชอปนี้มีประเด็นคำถามเกี่ยวกับเรื่อง “โปรดักชั่น” ซึ่งวิธีการที่ Smallroom เลือกใช้นั้นมีเพียงวิธีเดียวคือ การพูดคุยถกเถียงกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด ซึ่งหากศิลปินและทีมงานแก้โจทย์ตรงนี้ได้เวลาเข้าห้องอัดทุกอย่างจะเป็นเรื่องง่ายและเร็วมาก ส่วนเรื่องของการส่ง “เดโม” มาให้ค่าย Smallroom พิจารณานั้น รุ่งโรจน์บอกชัดว่า “อยากเป็นศิลปินต้องขยันและอย่าคาดหวังว่าส่งมาครั้งเดียวแล้วจะผ่านเลย ศิลปินดังๆ อย่างวงสเลอก็ส่งเดโมไม่ผ่านมาเป็น 20 เพลง หรืออย่างวงโลโมโซนิกก็ใช้เวลากว่า 4 ปี ทำเดโมกันกว่า 50 เพลงถึงจะได้ออกอัลบั้มจริง”


ซีดี VS ไฟล์ดิจิตอล
ประเด็นช่วงโค้งท้ายสุดก่อนจบเวิร์คชอปคือเรื่อง “สงครามระหว่างซีดีกับไฟล์เพลง” ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกที่ทุกค่ายไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ตรงนี้รุ่งโรจน์แนะว่า “ค่ายเพลงจะต้องเปิดหน้าต่างทุกบานเพื่อให้เพลงบินออกไปไกลมากที่สุด ผมไม่เชื่อเรื่อง one-ticket ว่า ขอให้ดาวน์โหลดหนึ่งครั้งแล้วจบ คุณค่าในเพลงๆ หนึ่งมันมีมากกว่านั้น”


ก่อนจะลาจากกัน ผู้บริหารหนุ่มแห่ง Smallroom ได้ฝากข้อคิดปิดท้ายเพื่อเป็นการให้กำลังใจว่า “ในที่สุดแล้ว ดนตรีมัน คือ เรื่องของการสื่อสาร เป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นเรื่องความรู้สึก ขอแค่ศิลปินขยันทำงานออกมาเรื่อยๆ เชื่อเถอะว่า มันไม่ใช่เรื่องของธุรกิจทั้งหมดหรอก”

** Creative Space Workshop: เล็กกำลังดี โดย Smallroom เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011


« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-13
  • Resource: www.tcdcconnect.com