Creative Knowledge

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: Interpretation Design : ความคิดดี พรีเซ้นท์ได้ โดย DesignLAB

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

“ถ้าเราจะสร้างสิ่งที่น่าสนใจ เราต้องเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น”

ในเวิร์คชอปหัวข้อ Interpretation Design : ความคิดดี พรีเซ้นท์ได้ คุณนพดล ลิ้มวัฒนะกูร Chief Design Director จาก DesignLAB ได้นำหลักการและเคล็ดลับการจัดนิทรรศการให้น่าสนใจมาตีแผ่อย่างหมดเปลือก

เนื้หามาก่อนรูปแบบ
แม้ว่าอันที่จริงการออกแบบนิทรรศการจะไม่มีสูตรตายตัว เนื่องจากนิทรรศการแต่ละประเภทมี “แกนการเล่าเรื่อง” ที่ต่างกัน แต่นิทรรศการที่เน้นเฉพาะรูปแบบอันตื่นตาตื่นใจ ทว่าไร้ซึ่งเรื่องราว (หรือ Story) แล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรจากภาพยนตร์ที่มีสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คท์ทะลุจอแต่บทไม่ได้เรื่อง ดังนั้น กระบวนการออกแบบนิทรรศการจึงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจใน “เนื้อหา” ของสิ่งที่ต้องการนำเสนอ แล้วจึงค่อยนำความเข้าใจนั้นมา “ตีความ” เพื่อออกแบบจัดแสดง

ยกตัวอย่างเช่น การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับถ้วยชาม ผู้ออกแบบจะต้องเข้าใจความสำคัญของถ้วยชามที่จะนำมาจัดแสดงก่อน แล้วจึงค่อยคิดประเด็นว่าควรนำเสนอในรูปแบบใด อาจจะแบ่งตามประเภทของถ้วยชาม ตามยุคสมัย หรือจะเล่าเป็น “เรื่องราว” ด้วยการผูกเรื่องขึ้นมาก็ได้


แต่หากเป็นการออกแบบนิทรรศการที่มีหัวข้อเรื่องเป็นนามธรรม อาทิเช่น นิทรรศการ “ปลดล็อคเอกลักษณ์ไทย” นักออกแบบก็ต้องตีความคำว่า “เอกลักษณ์ไทย” ให้ลึกซึ้งเสียก่อน จึงค่อยนำเสนอมุมมองดังกล่าวออกไป ซึ่งการนำเสนอในเบื้องต้นอาจเป็นบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับ “คำจำกัดความ” ของความคิดที่เรียกว่า “เอกลักษณ์ไทย” จากบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมนิทรรศการมองเห็นภาพ (Visualization) และแนวคิดหลัก (Concept) ของนิทรรศการได้ด้วย

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่นิทรรศการจัดแสดงวัตถุบางประเภทที่มีความน่าสนใจและเป็น “ที่สุด” อยู่แล้วในตัวเอง เช่น นิทรรศการ “เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก” นักออกแบบก็ไม่จำเป็นต้องตีความหรือพยายามทำให้ผู้ชมเห็นแนวคิดหลักเหมือนกับงานที่มีเนื้อหาเป็นนามธรรมก็ได้


เข้าใจประเภทของนิทรรศการ
ปัจจัยสำคัญอีกข้อที่นักออกแบบนิทรรศการต้องคำนึงถึงก็คือ “ประเภท” ของนิทรรศการ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. นิทรรศการประเภทคอลเลกชั่น (Collection) คือ นิทรรศการจัดแสดงของสะสม ซึ่งพระเอกของงานคือ “ชิ้นของ” ที่นำมาจัดแสดง ดังนั้น หน้าที่ของนักออกแบบ คือ การทำให้ตัว “พระเอก” นั้นเด่นที่สุดในงานโดยจัดองค์ประกอบต่างๆ ให้ “ส่งเสริม” มากที่สุด แต่ “รบกวน” น้อยที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ออกแบบให้แสงตกกระทบกับตัววัตถุโดยตรง หรือออกแบบป้ายบรรยายให้มีขนาดเล็ก (เพื่อคงความโดดเด่นของตัววัตถุ) เป็นต้น

2. นิทรรศการประเภทประสบการณ์ (Experience) คือ นิทรรศการที่มีจุดประสงค์ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยตรง ดังนั้น การออกแบบ “สื่อ” (ที่ใช้สร้างประสบการณ์) จึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุด

หลังจากภาคการบรรยาย ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปได้รับโจทย์ให้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมีองค์ประกอบหลัก คือ 1) ความคิด (Idea) ที่ต้องน่าสนใจในตัวเอง 2) แนวคิด (Concept) ที่จะทำให้ความคิดที่ไร้ตัวตนเกิดเป็นรูปร่าง และ 3) การทำให้เห็นภาพ (Visualize) ซึ่งจะช่วยให้ความคิดและแนวคิดกลายเป็นรูปธรรมขึ้นมาโดยอาศัยสื่อต่างๆ เช่น ภาพถ่าย ข้อความ โมเดล ฯลฯ


คุณนพดลได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน โดยแบ่งเป็น 7 ขั้นตอนดังนี้
1. คิดเรื่องราวที่ต้องการบอกเล่า เช่น ต้องการเล่าเรื่องเกี่ยวกับสินค้าที่มีสีแดงทั้งหมดในซูเปอร์มาร์เก็ต, ต้องการนำเสนอสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 30 บาท ฯลฯ
2. คิดพล็อตเรื่อง เมื่อได้เรื่องที่ต้องการเล่าแล้วจึงนำมาผูกเป็นพล็อตเรื่อง เช่น เล่าเรื่องสินค้าที่มีสีแดงโดยใช้พล็อตเรื่องหนูน้อยหมวกแดง
3. หาข้อมูล เมื่อได้พล็อตเรื่องแล้วจึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบต่างๆ ที่จะใช้ประกอบเป็นนิทรรศการ เช่น สีและกราฟฟิก, เวลาในการเล่า ฯลฯ
4. ลงไปซูเปอร์มาร์เก็ต เมื่อกำหนดองค์ประกอบเรียบร้อยจึงลงไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อปฏิบัติงานจริง อาจมีการถ่ายภาพฉลากสินค้าที่มีเจ้าชายเจ้าหญิง กราฟฟิกบนฉลากสินค้า ตรายี่ห้อสินค้า ฯลฯ
5. เริ่มสร้างนิทรรศการ เมื่อได้องค์ประกอบทั้งหมดที่ต้องการแล้ว จึงเริ่มสร้างนิทรรศการโดยใช้วิธีการระดมสมองและอภิปรายภายในกลุ่ม
6. ใส่คำบรรยาย เมื่อได้ “แนวคิด” ที่ชัดเจนแล้ว ให้ใส่คำบรรยายนิทรรศการเพื่อทำให้ผู้ชมเห็นภาพ
7. วาดโครงร่างของนิทรรศการ เมื่อกระบวนการทั้ง 6 ข้อข้างต้นเสร็จเป็นที่เรียบร้อย จึงวาดโครงร่างของนิทรรศการเพื่อเตรียมนำเสนอ (เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเวลา ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปทุกกลุ่มจึงนำเสนอโครงร่างนิทรรศการในรูปแบบภาพสเก็ตช์ แต่หากมีเวลามากกว่านี้อาจนำเสนอในรูปแบบของโมเดลหรือสื่อผสมอื่นๆ ก็ได้


นิทรรศการที่ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปนำเสนอนั้นมีแนวคิดแตกต่างกันมากมาย โดยตัวอย่างที่น่าสนใจก็มีเช่น นิทรรศการ “สีของอาหารกับวัยที่เพิ่มขึ้น” ที่แสดงให้เห็นว่า มนุษย์เรารับประทานอาหารที่มีสี (และรส) เข้มขึ้นตามวัย โดยแรกเกิดเราจะรับประทานแต่นมซึ่งมีสีขาว แต่เมื่อเติบโตขึ้นสีของอาหารก็จะหลากหลายขึ้นและเข้มขึ้นด้วย (นัยว่า ประสบการณ์ชีวิตเพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา), นิทรรศการ “ชีวิตสำเร็จรูป” ที่จัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลร้ายของอาหารสำเร็จรูปที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นต้น


ประเด็นย้ำทิ้งท้ายของการเวิร์คชอปครั้งนี้คือ “ภาพยนตร์ที่มีสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คท์ดีแต่บทไม่ได้เรื่อง ไม่นานผู้ชมก็ลืม แต่ภาพยนตร์ที่มีบทดี แม้ไม่มีสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คท์ ก็จะอยู่ในใจผู้ชมไปนานแสนนาน

ประเด็นเด่น
- “เรื่องราว” คือ หัวใจของนิทรรศการ ดังนั้นนักออกแบบต้อง “ทำความเข้าใจ” กับหัวข้อนิทรรศการก่อน จากนั้นจึงค่อย “ตีความ” เพื่อนำเสนอเรื่องราวในมุมที่น่าสนใจ ส่วนการ “ออกแบบ” นั้นถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย

- นิทรรศการประเภทคอลเลกชั่น (Collection) ต้องเน้นที่ตัววัตถุที่จัดแสดง ส่วนนิทรรศการประเภทประสบการณ์ (Experience) ให้เน้นที่องค์ประกอบของตัวนิทรรศการที่จะสร้างประสบการณ์บางอย่างขึ้นมา

** Creative Space Workshop: Interpretation Design : ความคิดดี พรีเซ้นท์ได้ โดย DesignLAB เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011

« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-06
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป