Creative Knowledge

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: Crack da Code - ถอดรหัสเทรนด์ โดย COTTO

เรื่อง: ปิยาพร อรุณเกรียงไกร

“เราทำเทรนด์จนถึงสุดทางตันจนต้องก้าวออกนอกเส้นทางนั้น และนั่นเองทำให้เราได้พบกับบางสิ่งที่ใช้ได้มาจนถึงทุกวันนี้”

การก้าวทันเทรนด์โลกนับเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจอย่างหนึ่ง แต่การว่ายวนตามกระแสในทุกระยะทางนั้น ก็ไม่อาจสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้อย่างแท้จริง ผู้ผลิตสุขภัณฑ์และกระเบื้องรายใหญ่อย่าง COTTO ได้เสนอเคล็ดลับการ “ถอดรหัสความนิยม” เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ผันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย


เทวินทร์ วรรณบำรุง ดีไซน์ไดเร็กเตอร์แห่ง COTTO เปิดม่านเวิร์คชอปด้วยคำนิยามและการกำหนดเทรนด์ โดยเขายกกระบวนการทำงานของ COTTO มาใช้เป็นกรณีศึกษา COTTO เริ่มต้นจากการสืบหาข้อมูลตามนิตยสารและเอเจนซี่ระดับโลกควบคู่ไปกับการสำรวจความต้องการของลูกค้า แต่เมื่อผลการวิจัยที่ได้ไร้ซึ่งความสดใหม่ COTTO จึงเบนเข็มไปศึกษาแวดวงอื่นๆ อาทิเช่น แฟชั่น การตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรม ฯลฯ จนได้พบกับ “จุดเชื่อมโยง” ที่นำไปสู่การต่อยอดพัฒนาสินค้าได้


จากนั้น คุณมกร เชาวน์วาณิชย์ นายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์แห่งประเทศไทย ได้นำเสนอเทรนด์ในรูปแบบของ “ความเชื่อ” ซึ่งหล่อหลอมขึ้นจากแง่มุมทางสังคม วัฒนธรรม ปัญหารอบตัว ฯลฯ โดยมีนักออกแบบเป็นผู้แก้ไขและบริหารความเชื่อของกลุ่มลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ มกรเน้นย้ำว่า การถอดรหัสเทรนด์นั้นต้องอาศัยทักษะ 3 ข้อ อันได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูล (Analyze) การสังเคราะห์ข้อมูล (Synthesize) และการถ่ายทอดเป็นภาพที่เข้าใจได้ง่าย (Visualize) โดยผู้ถอดรหัสเทรนด์จะต้องเปลี่ยนความคิดเชิงนามธรรมให้กลายเป็นคอลเล็กชั่นที่ผลิตได้จริงผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า Mood Board


ทีมงาน COTTO ขอให้ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปร่วมทดลองถอดรหัสเทรนด์โดยแบ่งกลุ่มเป็น 10 กลุ่ม สมาชิกแต่ละกลุ่มจะมีกระดาษสีที่บันทึกคำสำคัญ (keyword) แตกต่างกันไปตามลักษณะของบุคคล เช่น Open to newness, Luxury, Lively ฯลฯ โจทย์ก็คือ แต่ละกลุ่มจะต้องนำ keyword ของสมาชิกมาสร้างเป็นคอลเล็กชั่น และนำเสนอผ่าน Mood Board โดยใช้รูปภาพ ตัวอย่างวัสดุ สี ข้อความ และไอเดียสร้างสรรค์เป็นตัวสื่อสาร จากนั้นก็ให้นำเสนอคอนเซ็ปท์ของคอลเล็กชั่นให้กรรมการและผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปกลุ่มอื่นๆ ฟัง (เริ่มตั้งแต่ โทนสี วัสดุ อาหาร ที่อยู่อาศัย การแต่งกาย ไปจนถึงรูปแบบการดำเนินชีวิต ฯลฯ)


COTTO ปิดท้ายเวิร์คชอปด้วยบทสรุปเทรนด์ปี 2013 ที่จะส่งอิทธิพลต่อโลกในภาพรวม อาทิเช่น เรื่องภัยพิบัติ โลกออนไลน์ ปัญหาพลังงาน เทคโนโลยี ฯลฯ พร้อมฝากข้อคิดในการตามเทรนด์อย่างรู้เท่าทันว่า “ในการทำงานออกแบบเราต้องไม่สูญเสียตัวตนหรือคาแร็กเตอร์ของเรา เทรนด์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่คาแรกเตอร์จะยังคงความร่วมสมัยเอาไว้”



ปลดล็อคการถอดรหัสเทรนด์
- ทางตันไม่ใช่จุดสิ้นสุดแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินออกนอกเส้นทางเพื่อค้นหาสิ่งใหม่
- การศึกษาเทรนด์จำเป็นต่อกระบวนการออกแบบและผลิตสินค้า เพราะมันทำให้เราเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงและรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ในธุรกิจ
- เทรนด์คือ การสืบหาและระบุถึง “ความต้องการแฝง” ของลูกค้า ซึ่งนักออกแบบจะต้องติดตามและทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง (เพื่อจะได้สร้างสรรค์สินค้าหรือบริการขึ้นมารองรับกับความต้องการดังกล่าว)
- Mood board คือ เครื่องมือชั้นยอดของนักออกแบบ มันไม่เพียงแต่จะช่วยสรุปความคิดให้ออกมาเป็นรูปธรรม แต่ยังช่วยอธิบายถึงแรงบันดาลใจของผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารทางธุรกิจด้วย

** Creative Space Workshop: Crack da Code - ถอดรหัสเทรนด์ โดย COTTO เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011

« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-06
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป