Articles

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: นอกรั้วโรงเรียน โดย Color Party

เรื่อง: สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

นอกจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อออกแบบชิ้นงานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้ว หน้าที่สำคัญอีกข้อของงานออกแบบเรขศิลป์ก็คือการสร้างความผูกพัน (Emotional Connection) ให้ผูกติดไปกับแบรนด์เนมด้วย สามชั่วโมงของการเวิร์คชอปครั้งนี้ Color Party ได้มอบข้อคิดเกี่ยวกับการทำงานกราฟฟิก โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ประเด็นหลักๆ คือ การจัดสรรพื้นที่องค์กรที่มีผลต่องานออกแบบ และการเสวนาเรื่อง “วิชาอะไรที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน”


การจัดสรรพื้นที่ขององค์กรที่มีผลต่อการออกแบบ
เนื้อที่กว่า 800 ตารางเมตรกับอาคารสูงสองชั้นของ Color Party คือ แหล่งกำเนิดผลงานอันยอดเยี่ยมของนักคิดสร้างสรรค์ โดยบริษัทแบ่งลักษณะงานบริการลูกค้าออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของงานออกแบบผลิตภัณฑ์ และส่วนของงานออกแบบกราฟฟิก

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร พื้นทำงานจริงๆ ของ Color Party กินเนื้อที่แค่ประมาณ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด พนักงานทุกคนทุกระดับจะนั่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน (ไม่มีห้อง ไม่มีผนังสูง ไม่มีระดับพื้น ฯลฯ มาแบ่งเกรดพนักงานออกจากกัน) สิ่งนี้ทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ใกล้ชิดเป็นกันเอง มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ซึ่งส่งผลทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่สำคัญบริษัทให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความรับผิดชอบในเนื้องานมากกว่าการตอกบัตรเข้า-ออกออฟฟิศ รวมทั้งพยายามไม่ให้พนักงานเข้ามาทำงานในวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้แต่ละคนได้ชาร์ทไฟในวันหยุดกันอย่างเต็มร้อย

นอกจากนี้ Color Party ยังได้จัดสรรพื้นที่อีกประมาณ 20% ไว้เป็นห้องประชุมสำหรับการพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนแนวคิดการออกแบบ รวมไปถึงเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมยามว่างและการพักผ่อน เช่น การเล่นปิงปอง ส่วนบริเวณที่เหลืออีก 60% จะเป็นพื้นที่สีเขียว ห้องเก็บของ และพื้นที่ส่วนกลาง


“วิชาอะไรที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน”
นอกจากการนำเสนอผลงานของทางบริษัทแล้ว สิ่งสำคัญที่ทาง Color Party ได้ฝากไว้ก็คือ การเสวนา Q&A ภายใต้หัวข้อ “วิชาอะไรที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน” ซึ่งเป็นข้อแนะนำสำหรับนักศึกษาที่กำลังก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยให้ได้เข้าใจกับโลกของการทำงานจริง

โดยทาง Color Party ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบทั้งที่สังกัดบริษัทและนักออกแบบอิสระ ซึ่งแต่ละท่านก็มีแนวคิดและมุมมองที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น คุณโอภาส ลิมปิอังคนันต์ นายกสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ ซึ่งได้ให้ข้อคิดไว้ว่า
“นักออกแบบมือใหม่จำเป็นต้องปรับตัวสู่ความเป็นมืออาชีพ เช่น หัดเรียนรู้ในเรื่องของธุรกิจออกแบบ ทั้งในเรื่องของกระบวนการสร้างธุรกิจ การคิดค่าออกแบบ แง่มุมทางการตลาด หรือแม้กระทั่งเรื่องกฏหมายเบื้องต้น พร้อมทั้งต้องเพิ่มความกล้าในการนำเสนอผลงานและการทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ในหลากหลายรูปแบบ”


นอกเหนือจากคำแนะนำของคุณโอภาสแล้วยังมีนักออกแบบอีกหลายท่านที่แนะนำวิชาจำเป็นนอกรั้วโรงเรียนอีก อาทิเช่น วิชาการอยู่รอด ที่สอนให้เด็กหัดศึกษาด้วยตนเองมากกว่าการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว, วิชากำลังภายใน ที่ต้องการให้เด็กเรียนรู้เพื่อเอาชนะตนเอง (แม้ว่างานที่ทำจะซ้ำซ้ำเหมือนเดิม), วิชา ส.ป.ช. ที่สอนเรื่องภาพรวมของสังคมโดยนักออกแบบต้องหัดเรียนรู้ที่จะนำศาสตร์อื่นๆ เข้ามาใช้ร่วมกับการออกแบบ, วิชาความรู้รอบโต๊ะ เป็นการเรียนรู้ในเรื่องวัสดุต่างๆ เพราะงานออกแบบกราฟฟิกนั้นไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่กระดาษเท่านั้น, วิชาการบริหารความรัก ซึ่งสอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลา, วิชาไสยศาสตร์ พูดถึงการนำหลักฮวงจุ้ยมาใช้ผสมกับงานออกแบบ, วิชาศิลปะการต่อสู้ ที่สอนถึงการทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างชาญฉลาด ฯลฯ


แต่สิ่งสำคัญที่ทาง Color Party เน้นย้ำก็คือ นักออกแบบทุกคนควรต้องรู้ถึงหลัก “จริยธรรม” ในการทำงานออกแบบ เพราะเก่งอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่ทุกคนต้องรู้ถูกรู้ผิด รู้จักความรับผิดชอบ และเป็นคนดีของสังคมให้ได้ด้วย และอีกหนึ่งวิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่สามารถสอนได้ก็คือ วิชา “ประสบการณ์” ที่นักออกแบบทุกคนจะต้องสะสมชั่วโมงบินเพื่อพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ



ประเด็นเด็น
- นอกจากพื้นที่การทำงานที่เหมาะสมกับทีมงานแล้ว บริษัทออกแบบควรจะมีพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม ห้องทานข้าว ห้องพักผ่อน พื้นที่สีเขียว ฯลฯ เพื่อให้พนักงานได้ใช้พักผ่อน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด และเสริมสร้างความผูกพันอันดีระหว่างกันด้วย
- การเป็นนักออกแบบที่ดีนอกจากจะต้องมีความสามารถแล้วยังจำเป็นต้องมี “จริยธรรม” ในการประกอบวิชาชีพด้วย

** Creative Space Workshop: นอกรั้วโรงเรียน โดย Color Party เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011

« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-01
  • Resource: www.tcdcconnect.com