Articles

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: A Night at A Day โดย นิตยสาร a day

เรื่อง: ณัฐพร ศรีศิริรังสิมากุล

“เรื่องที่คุณจะเขียนมีคุณค่าพอที่จะเขียนหรือยัง ถ้ายังก็อย่าเสียเวลา จะได้ไม่เสียเวลาคนอ่าน”

ในยุคที่หลายคนบอกว่า “หน้ากระดาษกำลังจะตาย” การทำนิตยสารดูจะเป็นเรื่องที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ คนทำนิตยสารต้องเผชิญกับโจทย์ใหม่ๆ หลายข้อ อาทิ คนอ่านสมาธิสั้นลง การแทรกแซงของสื่อดิจิตอล ความง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งในเวิร์คชอปยามค่ำคืนความยาวกว่าสี่ชั่วโมงนี้ ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day ได้เผยเคล็ดลับแบบหมดเปลือกว่า “ทุกวันนี้เขาทำอย่างไรให้นิตยสารเล่มหนึ่งมีค่ามากกว่าข้อความบนกระดาษ”

“นักเล่าเรื่อง” คือ คำนิยามที่ทรงกลดตั้งให้กับนิตยสาร a day โดยเขาเชื่อว่างานเขียนที่ดีนั้นมักจะเกิดจากความรู้สึก “อยากเล่าและบอกต่อ” และจะดียิ่งขึ้นไปอีกหากเรื่องที่อยากเล่านั้นมี “คุณค่า” เพียงพอ ทุกวันนี้ทรงกลดในฐานะบรรณาธิการจะคัดเลือกเรื่องเล่าหลักๆ สามอย่างมาบรรจุไว้ในนิตยสาร ได้แก่ 1) ความคิดสร้างสรรค์ 2) แรงบันดาลใจ 3) คนเล็กๆ ที่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่

โดยในแต่ละเดือนกองบรรณาธิการ a day จะออกตามล่าหาเหล่าฮีโร่เล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ในสังคม พร้อมกับดึงแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ของเขาเหล่านั้นมาถ่ายทอดเป็นตัวอักษรเพื่อส่งต่อ “พลัง” ไปยังผู้อ่าน “เมื่อพูดถึงไอดอล ทุกคนจะนึกถึงแต่ดารานักร้อง แต่ผมว่าโลกเราต้องการไอดอลในทุกสาขาอาชีพนะ เราอยากให้โลกเห็นว่าเราก็มีข้าราชการ ครู หมอ ฯลฯ ที่เท่เหมือนพี่ตูน บอดี้สแลมครับ”

จุดมุ่งหมายของ a day คือ การสื่อสารเรื่องราวให้ผู้อ่าน “รู้สึก” (ไม่ใช่แค่ “รู้” เฉยๆ) ดังนั้น ทุกองค์ประกอบของนิตยสารแต่ละฉบับไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา ภาพถ่าย การจัดวางรูปเล่ม จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “บิวท์ความรู้สึก” ของคนอ่านโดยเฉพาะ (ว่าเมื่ออ่านจบแล้วเขาจะอยากทำอะไร) เช่น ฉบับเกี่ยวกับต้นไม้ก็จะแนบซองเมล็ดพันธุ์มาให้ปลูก ส่วนฉบับไปรษณีย์ก็มีกระดาษเขียนจดหมายพร้อมรายชื่อ pen friend แนบไว้ท้ายเล่ม อะไรอย่างนี้เป็นต้น

ถึงรูปลักษณ์จะเป็นนิตยสาร แต่ a day ไม่ได้หยุดตัวเองไว้แค่ที่แผ่นกระดาษ ทรงกลดเชื่อมโยงสื่อและเทคนิคหลายชนิดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับผู้อ่านของเขา เช่น ฉบับลูกทุ่งที่มาพร้อมกับการจัดรายการเพลง “a day เสียงทอง” ผ่าน podcast, การจัดกิจกรรม “ปิดเทอม เปิดโลก” เพื่อเปลี่ยนค่านิยมของวัยรุ่นในการใช้ชีวิตปิดเทอม ฯลฯ

แน่นอนว่าสื่อมืออาชีพอย่าง a day ก็ต้องหาทางปรับตัวเพื่อตอบรับกับยุคสมัยที่สื่อสมัครเล่น (เช่น บล็อกและโซเชียลมีเดียต่างๆ) เข้ามาแย่งตลาดคนอ่าน แต่แทนที่จะแข่งขันหรือขีดเส้นแบ่ง a day เลือกที่จะเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการส่งงานเขียน รูปถ่าย หรือแม้แต่ข้อความทางทวิตเตอร์ เพื่อมาตีพิมพ์เป็นส่วนหนึ่งของนิตยสารได้ โดยทรงกลดได้รวบรวมข้อคิดในการทำนิตยสารยุคใหม่ไว้เป็นข้อๆ ดังนี้

คิดถึงผู้อ่านไว้ก่อน หลายคนทำนิตยสารเพราะ “ฉันอยากทำ” ไม่ได้สนใจคนอ่านเท่าไรนัก แต่ในความเป็นจริงอาชีพสื่อคือเรื่องของการสื่อสาร เราต้องมีผู้รับสาร เราทำหนังสือก็เพื่อให้คนอื่นอ่าน ดังนั้นจึงควรคิดถึงคนอ่านให้เยอะๆ

ทำความรู้จักตัวเอง ก่อนเราจะลงมือทำอะไรก็ตามเราควรต้องรู้จักตัวเองเสียก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าลิมิตของตัวเองคืออะไร ขอบเขตที่เราทำได้อยู่ตรงไหน ฯลฯ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อจะได้รู้ว่าลิมิตนั้นมันไม่มีจริงหรอก เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเองทั้งนั้น

การใช้พื้นที่สื่อ ต้องใช้พื้นที่สื่ออย่างมีคุณค่าที่สุด จากปกนิตยสารถึงหน้าสุดท้าย เราต้องคิดให้หมดว่าจะเอาอะไรมาลงตรงไหนจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด

คุณค่าของเรื่องที่จะเล่า สิ่งที่ต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดีคือเรื่องที่เราจะนำเสนอนั้นมีคุณค่าพอหรือยัง เนื้อหาที่มีดีมีคุณค่าคือแม้เวลาจะผ่านไปอีก 5 ปี แล้วคุณหยิบมาอ่านซ้ำมันก็ยังมีคุณค่าอยู่

นำเสนอความหลากหลาย งานของเราคือการบอกผู้กับอ่านถึงความหลากหลายในโลก เรานำเสนอทางเลือกให้เขาโดยไม่ได้ตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดี ถ้าบางคนไม่ชอบก็ไม่ว่ากัน

ทำหนังสือให้ถึงคนอ่านมากที่สุด หลายคนคิดว่า หากนิตยสารขายดีและมีคนอ่านเยอะมันจะไม่เท่ ซึ่งจะกลัวไปทำไมก็ไม่รู้ หากเราทำหนังสือที่มีเนื้อหาดีมันก็ต้องมีคนอ่านมากขึ้นเป็นธรรมดา”

ย่อยเรื่องยากให้ง่ายด้วยหีบห่อ หากเราเล่าเรื่องยากด้วยท่าทีที่ยาก คนจะไม่อ่านเลย ดังนั้น เราควรหีบห่อเรื่องให้น่าอ่าน น่าสนใจ เข้าถึงผู้อ่านได้ง่าย ที่สำคัญคือเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับทุกคน

รับผิดชอบกับทุกอย่างที่สื่อสารออกไป ถ้าข้อมูลผิดเราต้องขอโทษและลงให้ถูกต้อง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เรื่องทัศนคติ เราต้องดูแลทุกทัศนคติที่ออกไปจากหนังสือเรา ทุกภาพถ่าย ทุกความหมายโดยนัย ว่าเราไปเหน็บหรือส่อเสียดใครรึเปล่า

อย่ายึดติดกับอดีต นิตยสารคือ งานที่เริ่มใหม่ทุกเดือน เราไม่ควรภูมิใจอยู่กับอดีตที่หอมหวาน แต่ควรภูมิใจกับงานชิ้นล่าสุดเพื่อที่เราจะพัฒนาต่อไป

A Night at A Day จบลงแบบเนื้อๆ เน้นๆ เปี่ยมไปด้วยเนื้อหาและแรงบันดาลใจ ซึ่งน่าจะช่วยจุดประกายให้กับ “นักเล่าเรื่อง” รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

** Creative Space Workshop: A Night at A Day โดย นิตยสาร a day เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011



« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-01
  • Resource: www.tcdcconnect.com