Articles

« Back to Result | List

Creative Space Workshop: อินดี้แต่แมส โดย Third Class Citizen

เรื่อง อาศิรา พนาราม

“ลดกำแพงระหว่างหนังสั้นและหนังอินดี้กับคนดูด้วยท่าทีง่ายๆ และสื่อฟรีอย่างอินเตอร์เน็ต”

Third Class Citizen สร้างผลงานการประชาสัมพันธ์หนังนอกกระแส “รักจัดหนัก” ได้อย่างหวือหวาผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต พวกเขาเล่าถึงความสำเร็จในครั้งนั้นว่าเกิดจากการทำงานด้วยใจรัก และไม่ได้อิงกับทฤษฎีการตลาดใดๆ

อย่างไรก็ดี Third Class Citizen ได้นำประสบการณ์การทำงานกับ “หนังสั้นและหนังอินดี้” มาสรุปเป็นข้อๆ เพื่อเป็นแนวทางให้ชาวอินดี้ทั้งหลายใช้สื่อสารกับตลาดแมส

- แก้ปัญหาเรื่องทางเข้า หนังสั้นมักผูกติดอยู่กับภาพลักษณ์ของความ “อาร์ต - อินดี้ - ดูไม่รู้เรื่อง” แต่ในความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ดังนั้นเราสามารถทำ “ทางเข้าใหม่” ให้กับหนังสั้น ด้วยการใช้ภาษาและวิธีนำเสนอที่ง่าย ไม่ดูเป็นศิลปะสูงส่งจนคนเอื้อมไม่ถึง อาทิเช่น การใช้คำพื้นๆ บอกเล่าอย่างตรงไปตรงมา หรือการใช้กราฟฟิกง่ายๆ เป็นต้น

- อินเตอร์เน็ต คือ สื่อฟรีที่มีพลัง บล็อกและโซเชียลเน็ตเวิร์คสามารถสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงผ่านท่าทีง่ายๆ (ต่างจากสื่อกระแสหลักที่ดูเป็นทางการ) ที่สำคัญกลยุทธ์ Viral Clip ที่เป็นไปได้บนแพลทฟอร์มอินเตอร์เน็ต ก็ยิ่งทำให้การกระจายข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

- ทำกิจกรรมที่เป็นมิตรกับคนดู เช่น จัดงานฉายหนังสร้างบรรยากาศเหมือนมาปาร์ตี้บ้านเพื่อน, ช่วงถาม-ตอบหลังหนังจบก็ให้โยนคำถามง่ายๆ นำก่อน (เพื่อให้คนดูไม่รู้สึกกลัวว่าจะตั้งคำถามไม่เข้าท่า), สร้างกิจกรรมน่ารักๆ ให้เข้ากับแนวคิดของงาน ฯลฯ

- จับหนังสั้นมาพบกับสิ่งอื่น เพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันให้มารวมตัวกัน ผลัดกันเสพงาน ขยายฐานคนดู เช่น จัดงานฉายหนังที่ผนวกกับการแสดงดนตรีหรือนิทรรศการศิลปะแขนงอื่น เป็นต้น

- ต่อเนื่อง ยั่งยืน พอเพียง เร่ร่อน การจัดงานฉายหนังสั้นส่วนมากไม่ได้มีองค์กรใดให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเป็นระบบ ผู้จัดมักต้องอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวขอยืมสถานที่จากคนในวงการผู้เอื้อเฟื้อ (เช่น นิตยสารไบโอสโคป ฯลฯ) อย่างไรก็ดี ความต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญที่จะค่อยๆ สร้างฐานคนดูขึ้นมา ซึ่งหากฐานคนดูของเราเหนียวแน่นแข็งแรง เราก็จะต่อยอดไปยังเรื่องอื่นที่ใหญ่ยิ่งขึ้นได้

- เกาะกระแส “มั่นใจคนไทยเกิน 1 ล้าน…” งานอีกด้านของหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Third Class Citizen คือ การเขียนบทและเป็นผู้กำกับ เขาทดลองสร้างโฆษณาให้กับตัวละครตอนพิเศษที่ฉายในรายการโทรทัศน์ ด้วยการทำเพจ “มั่นใจคนไทยเกิน 1 ล้านคนเกลียดเมธาวี” งานนั้นทำให้ตัวละคร “เมธาวี” ดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ ขึ้นมา มีเสียงตอบรับแบบไม่คาดฝันมากมาย ถือเป็นการดึงดูดให้คน “อิน” ไปกับสถานการณ์สมมติ ก่อนที่จะถูกดึงให้ไปดูละครตอนดังกล่าว

- เครือข่ายสังคมช่วยสร้างกระแสให้หนังที่งบโฆษณาน้อยได้ “รักจัดหนัก” เป็นหนังฟอร์มเล็กเรื่องแรกจากค่ายเล็กๆ จึงไม่ได้มีงบโฆษณาในสื่อกระแสหลักมากมายนัก เว็บเครือข่ายสังคมต่างๆ (ซึ่งแพร่ข่าวได้รวดเร็วยิ่งกว่าโทรทัศน์) จึงกลายมาเป็นช่องทางหลักในการประชาสัมพันธ์หนังเรื่องนี้

- พูดจาภาษาเดียวกับกลุ่มเป้าหมาย เพจของหนัง “รักจัดหนัก” ถูกออกแบบมาให้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น ฉะนั้น ภาษาที่ใช้และองค์ประกอบในเพจจึงต้องสวมวิญญาณวัยรุ่นเต็มร้อย นี่เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราวระหว่างหนังและคนดู ช่วยให้เกิดการส่งต่อคลิปตัวอย่างหนัง (Viral Clip) มากขึ้น

- เรียนรู้กับผลลัพธ์เพื่อนำไปแก้ไขและพัฒนาต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหนัง “รักจัดหนัก” คือความแรงของการประชาสัมพันธ์ “สวนทาง” กับเนื้อหาที่ผู้ชมคาดหวังและได้รับจากตัวหนังจริงๆ กลายเป็นความสำเร็จที่มาพร้อมกับความล้มเหลว ซึ่งถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้กับ Third Class Citizen ในพัฒนาผลงานครั้งต่อๆ ไปด้วย

** Creative Space Workshop: อินดี้แต่แมส โดย Third Class Citizen เป็นส่วนหนึ่งของงานการชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2011 จัดโดย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)


« Back to Result

  • Published Date: 2012-02-01
  • Resource: www.tcdcconnect.com