Articles

« Back to Result | List

เมื่อน้ำลด ราผุด ต้องกำจัดให้สิ้นซาก - กลับบ้านอย่างปลอดภัยหลังน้ำท่วม

ภาพประกอบ: วรงรอง เลื่อนลอย

“เชื้อรา” ซึ่งมีสปอร์ขนาดเล็กมากอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง, เด็กเล็ก, คนชรา, และผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ โดยอาจเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ เป็นผื่นค้น เป็นไข้ จาม น้ำมูกไหล ปอดอักเสบ ระคายเคืองตา จมูก หลอดลม หรือเป็นโรคหอบหืดกำเริบรุนแรง

บริเวณที่อาจพบเชื้อราได้ภายหลังน้ำลดก็ได้แก่ ผนัง ฝ้าเพดาน พื้น ห้องน้ำ ห้องครัว ร่องแนวกระเบื้อง ม่านพลากสติก กระจกเงา ม่านซิลิโคน ยาแนวต่างๆ กระเบื้องยาง เสื่อน้ำมัน ผ้าม่าน หนังสือ เครื่องหนัง ฟูก หมอน ฯลฯ

ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านและกำจัดเชื้อรา
1. ทิ้งขยะและสิ่งของที่ไม่สามารถใช้งานหรือทำความสะอาดได้ โดยเฉพาะวัสดุที่มีรูพรุน

2. เก็บของและขนของมาไว้นอกบ้าน (หรือในมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน) เพื่อทำความสะอาด

3. ทำความสะอาดทั่วไปและชะล้างดินโคลนด้วยน้ำสะอาด ห้ามใช้ผงซักฟอกเด็ดขาด เพราะผงซักฟอกเป็นอาหารอย่างดีของเชื้อรา
4. กำจัดเชื้อโรคและเชื้อราด้วยการใช้คลอรีน (คลอรีนผง 90%)

วิธีใช้คลอรีนกำจัดเชื้อรา

1. ละลายคลอรีนผงน้ำหนัก 2 ขีด (หรือประมาณ 11-12 ช้อนโต๊ะ) ต่อน้ำ 1 ถัง (หรือใช้ขวดโค้กลิตรตวง 9-10 ขวด) จากนั้นคนให้กระจายด้วยวัสดุอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โลหะ ทิ้งไว้หลายๆ ชั่วโมงจนผงคลอรีนละลายดี (ปกติจะทิ้งไว้ข้ามคืน)

2. ตักเทราดพื้นบ้านให้ทั่ว ส่วนผนังให้ใช้ฝักบัวรดน้ำ (ที่รดต้นไม้) รดราดผนัง สำหรับฝ้าเพดานให้ใช้สเปรย์ฉีด (เหมือนสเปรย์ฉีดยาต้นไม้)

เตรียมพร้อมลุย

1. ขณะที่ราดคลอรีนควรใส่ถุงมือและร้องเท้าบู๊ทยาง รวมทั้งใส่หน้ากากปิดปากและจมูก เพราะคลอรีนอาจกัดผิวหนังเป็นแผลได้
2. สวมเสื้อผ้าเก่าๆ เพราะคลอรีนจะกัดผ้าเป็นรอยด่าง

3. เมื่อราดคลอรีนจนทั่วแล้วให้ทิ้งไว้ค้างคืน (ไม่ควรอยู่ในบ้านเพราะกลิ่นจะแรงมาก) หลังจาก 10-12 ชั่วโมงก็ให้ใช้น้ำสะอาดฉีดล้างอีกครั้งเพื่อลดกลิ่น
4. ทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมน้ำยาล้างจานอีกรอบหนึ่ง

ประเด็นควรรู้
- คลอรีนเป็นสารเคมีที่ใช้ฆ่าเชื้อโรค ปัจจุบันใช้กันแพร่หลายในระบบบำบัดน้ำและสระว่ายน้ำ
- คลอรีนผง 90% เป็นคลอรีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อ เก็บรักษาได้ง่าย แต่ต้องปิดฝาขวดหรือปากถุงให้แน่น และวางให้ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงและเด็ก
- กรณีต้องการล้างผิวที่โดนคลอรีน ให้ใช้สบู่อาบน้ำ แชมพู หรือน้ำยาล้างจาน
- ส่วนการทำความสะอาดระบบท่อประปาในบ้านที่สกปรกมีขยะหมักหมม ควรใช้ “โซดาไฟ” ซึ่งต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะมีผลเสียต่อต้นไม้และสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลเพิ่มเติม :
สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
เว็บไซต์กรมควบคุมโรค
http://pr.ddc.moph.go.th


« Back to Result

  • Published Date: 2011-11-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com