Articles

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่ ตอน ประสบการณ์เท่าเทียม = การทำงานที่ลงตัว

เรื่อง: อนุธิดา หงษ์สิบเจ็ด

ในแวดวงเท็กซ์ไทล์ของเชียงใหม่มีผู้ประกอบการและนักออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์อยู่มาก แต่โอกาสในการทำงานร่วมกันอาจจะยังไม่มากเท่าที่ควร โครงการจับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการชักพาผู้ประกอบการและนักออกแบบให้มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน

ศราวุฒิ นิวัฒนวงศ์ คือ ผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ผลิตเสื้อผ้าจากผ้าฝ้ายและผ้าทอมือ ที่ผ่านมา เขาทำตลาดส่งออกประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก (ภายใต้แบรนด์ Hashi) เสื้อผ้าที่เขาออกแบบจึงเป็นสไตล์ญี่ปุ่น เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบาย ศราวุฒิมองว่า การเข้าร่วมโครงการจับคู่ธูรกิจฯ ครั้งนี้ น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้เปิดรับความคิดใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับแบรนด์ของตน

ณัฐพัชร์ ศิลป์อภิชาติสกุล คือ นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ Simple Ordinary ผลงานของเขาเป็นเสื้อผ้าสไตล์สบายๆ เน้นรูปแบบที่เรียบง่าย เรียกว่าทั้งลักษณะธุรกิจและสไตล์การออกแบบของณัฐพัชร์นั้นมีความใกล้เคียงกับสิ่งที่ฝ่ายผู้ประกอบการ (คุณศราวุฒิ) ทำอยู่อย่างยิ่ง เมื่อทั้งสองตัดสินใจร่วมงานกัน “แนวคิดและสไตล์ที่ตรงกันอยู่แล้ว” จึงถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง

ผู้ประกอบการและนักออกแบบคู่นี้ถือว่ามีต้นทุนที่เท่าเทียมกัน เพราะต่างก็มีพื้นฐานในฐานะนักออกแบบและเจ้าของธุรกิจด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจนี้ทำให้การสร้างสรรค์ผลงานเป็นไปอย่างราบรื่น

ในฐานะนักออกแบบ ณัฐพัชร์เล็งเห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนาสินค้าของผู้ประกอบการ เขาเลือกดึงเอารสนิยมในการสวมใส่ “เสื้อผ้าทรงหลวมๆ” ของคนญี่ปุ่นมาทดลองออกแบบใหม่ โดยเพิ่ม “ลวดลายมัดย้อม” ลงไปตามสไตล์ที่เขาถนัด ผลงานที่ได้ออกมาคือ ชุดเดรสทรงหลวมที่เน้นการมัดและการผูก (มากกว่าการใช้ซิปและกระดุม) ถือเป็นผลงานที่ยังคงความเรียบง่ายอันเป็นเสน่ห์ที่โดนใจชาวญี่ปุ่น และเป็นจุดร่วมอันลงตัวที่ทั้งสองฝ่ายต่างพึงพอใจ


“ลายเกร็ดแก้ว” คือ ลายที่ณัฐพัชร์เลือกมาใช้บนชุดเดรสผ้าฝ้ายครั้งนี้ เขาใช้ความชำนาญในการมัดย้อมมาย้อมลายไล่สี จนเกิดเป็นลาย “เกร็ดแก้วสามสี” ซึ่งไม่ค่อยมีคนทำ (เพราะเป็นเทคนิคที่ยากและซับซ้อน) งานนี้ ณัฐพัชร์อาสาขึ้นต้นแบบเอง โดยมีศราวุฒิร่วมศึกษาวิธีการย้อมเพื่อนำไปปรับใช้จริงในขั้นตอนการผลิต (งานนี้นักออกแบบยินดีถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยปรับลดเทคนิคเพื่อให้ง่ายต่อการผลิตคราวละมากๆ ด้วย)

นอกจากผลงานที่ตรงใจแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบคู่นี้ได้รับจากการร่วมงานกันก็คือ “โอกาสในการร่วมธุรกิจกัน” โดยศราวุฒิเล่าว่า หากมีออเดอร์จากลูกค้าเข้ามาจริงๆ เขาจะส่งงานในส่วนการมัดย้อมไปให้ทางณัฐพัชร์ เพราะอยากจะคงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของนักออกแบบไว้ให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า เขาได้รับอะไรจากการเข้าร่วมโครงการจับคู่ธุรกิจฯ ครั้งนี้ ศราวุธตอบว่า “ที่ชัดที่สุดคือการได้เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ๆ กับดีไซเนอร์ ซึ่งแม้ว่าเขาจะมีแนวคิดที่สอดคล้องกับเรา แต่ในหลายๆ ส่วนก็มีความแตกต่าง เรานำข้อขัดแย้งมาแก้ไขปรับเปลี่ยนจนออกมาเป็นสินค้าตัวใหม่ นอกจากนั้น เรายังได้โอกาสในการต่อยอดธุรกิจจากสิ่งที่มีอยู่ อย่างน้อยตอนนี้เราได้แพทเทิร์นขึ้นมาแล้ว ถึงเวลาเหมาะๆ ก็นำไปพัฒนาต่อได้ เปลี่ยนโน่นนิดนี่หน่อย ดูโทนสีใหม่ๆ ก็น่าจะทำเป็นคอลเล็กชั่นใหม่ได้ไม่ยาก”

จับประเด็นเด่น
ประสบการณ์ที่เท่าเทียมกันของทั้งผู้ประกอบการและนักออกแบบคือต้นทุนที่ดีในการทำงานร่วมกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีความเข้าใจในกระบวนการทำงานที่กำลังจะเกิดขึ้น

« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com