Articles

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่ ตอน “ดีไซเนอร์”ตัวแปรหลักผลักดันธุรกิจ

เรื่อง: อนุธิดา หงษ์สิบเจ็ด

“การทำงานตามออร์เดอร์มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ มันทำให้เราเคยตัว ลูกค้ามี Demand อย่างไรเราก็ทำไปตามนั้น นานเข้ามันจะทำให้เราขาดจินตนาการที่จะทำของใหม่ขึ้นมา”

คำกล่าวข้างต้นคือ ปัญหาที่เราเชื่อว่า ผู้ประกอบการไทยหลายคนกำลังประสบ ไม่ต่างจากคุณประกิตต์ โกสุรัตน์ศุภสิน เจ้าของกิจการรับผลิตบรรจุภัณฑ์และกล่องผ้าไหม คุณประกิตต์นั้นรับผลิตงานตามออเดอร์มากว่า 19 ปีแล้ว จุดเด่นของเขาคือ “ความประณีต” ที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง

หากมองกันที่ตัวเลขการผลิตแล้ว ดูเหมือนว่า ธุรกิจนี้จะยังเดินหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ แต่เจ้าของกิจการอย่างคุณประกิตติ์ไม่คิดเช่นนั้น เขาต้องการจะสร้างอนาคตใหม่ๆ โดยการก้าวเข้าสู่ธุรกิจ ODM เต็มรูปแบบ ซึ่งต้องอาศัย “ดีไซน์” เป็นกลไกผลักดันธุรกิจ สิ่งที่ธุรกิจของคุณประกิตติ์ต้องการอย่างมาก ณ ตอนนี้คือ “ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่” ที่จะมาช่วยฝ่าทางตันทางด้านดีไซน์ พอได้ยินข่าวว่าจะมีโครงการจับคู่ธุรกิจ จังหวัดเชียงใหม่ เขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะกระโดดเข้าร่วม เพื่อตามหา “ดีไซเนอร์ในฝัน” มาช่วยพัฒนาผลงาน

“ถ้าผมเริ่มต้นเองทั้งหมด คือ ออกไปหาดีไซเนอร์เองอะไรเอง มันก็เป็นการลงทุนที่เสี่ยงเหมือนกันนะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้ว่าดีไซเนอร์คนไหนมีศักยภาพเหมาะสมกับธุรกิจเรา ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นเหมือนโอกาสของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายดีไซเนอร์มีโอกาสได้โชว์ศักยภาพ ส่วนฝ่ายผู้ประกอบการก็สามารถคาดหวังถึงการผลิตที่เป็นจริงได้”

คุณประกิตต์ได้จับคู่ทำงานกับนักออกแบบต่างประสบการณ์และความถนัดสองท่าน คนแรกคือ ผศ.อาชัญ นักสอน อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ผศ.อาชัญเล่าว่า การที่เขาจับคู่กับคุณประกิตต์เป็นเพราะชื่นชมในฝีมือการผลิต รวมถึงเล็งเห็นว่าตัวกล่องผ้าไหมเดิมนั้นมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก ซึ่งภายในกรอบระยะเวลาของโครงการนี้ เขาสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นได้ถึง 2 ชิ้น อันได้แก่ ตู้ยาสามัญประจำบ้าน และตู้เก็บซีดี

กล่องผ้าไหมถูกแปลงโฉมและเปลี่ยนฟังก์ชั่นใหม่ (บนเทคนิคเดิม) กลายเป็นทั้งตู้ยาและของแต่งบ้านในขนาดกระทัดรัด ส่วนตู้เก็บซีดีนั้นได้แรงบันดาลใจจาก “ตู้พระไตรปิฎก” ซึ่งเป็นตู้โบราณที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยชัดเจน เมื่อถูกผสานเข้ากับงานผ้าสำหรับหุ้มบุลายโขมพัสตร์ (ใช้เทคนิค Silk Screen) จึงเหมาะแก่การใช้เก็บ “ซีดีธรรมะ” ซึ่งปัจจุบันมีผู้นิยมฟังมากขึ้น

“ผมคิดว่า งานสองชิ้นนี้ถ้าออกขายจริงน่าจะ make impact ได้พอสมควร เพราะแนวคิดการดีไซน์มันเข้าไปขับเน้นคุณค่าของตัวสินค้า หนึ่งคือ ความปราณีตซึ่งเป็นคุณค่าพื้นฐานของทางผู้ผลิต และสองคือ คุณค่าเชิงภาพลักษณ์จากเรื่องราวทางวัฒนธรรมครับ”

การทำงานร่วมกันระหว่างคุณประกิตต์และ อ.อาชัญส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความราบรื่น มีปัญหาบ้างในช่วงการขึ้นงานต้นแบบ แต่ทั้งสองก็แก้ไขได้ด้วยการปรึกษากันอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้น อ.อาชัญยังได้ให้คำแนะนำกับคุณประกิตติ์ในส่วนของการตลาดและการพัฒนาธุรกิจ ODM ในระยะยาวด้วย

“เดิมนั้น ทางฝ่ายผู้ประกอบการเขาไม่มีนักออกแบบเลย สินค้าที่ผลิตออกมาจึงเป็นแบบเดิมๆ ตลอด ผมคิดว่า การที่ผมเข้าไปช่วยทำดีไซน์ครั้งนี้ได้ผลลัพธ์ชัดเจนในเรื่องความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญ มันทำให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ถึงกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับนักออกแบบครับ”

“เราปรึกษาแลกเปลี่ยนกันตลอดว่าอะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ในเชิงการผลิต ฉะนั้น แบบที่ผมทำออกมาก็จะสอดคล้องกับศักยภาพทางการผลิตของเขา แต่ปัญหาต่อไปที่ผมห่วงคือ เรื่องของการตลาด เพราะเขาต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่เป็นแบบ OEM มาเป็น ODM เต็มตัว จากที่ไม่เคยมีแบรนด์ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะสร้างและพัฒนาแบรนด์ของตนเองด้วย”

อีกหนึ่งนักออกแบบที่คุณประกิตติ์เลือกทำงานด้วยคือ คุณพลอย กาสม นักศึกษาปริญญาโทสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณพลอยได้นำมุมมองทางศิลปะ (ที่ตัวเองถนัด) มาใช้กับการออกแบบลายผ้าเพื่อพัฒนาเป็น “กล่องเก็บเครื่องประดับสำหรับผู้หญิง”

เพราะต้องคำนึงถึงเรื่องการผลิตซ้ำในปริมาณมาก งานนี้เธอจึงเลือกใช้เทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ (Woodcut) มาใช้ในการกระบวนการออกแบบ เธอลงมือแกะพิมพ์ด้วยตนเองก่อนจะส่งให้คุณประกิตติ์นำไปทดลองพิมพ์ลงบนผ้าไหม (เพื่อใช้หุ้มกล่องต่อไป)

ลวดลายที่เธอออกแบบนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากการสังเกตผู้คน สังคม และประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของเธอเอง โดยคุณพลอยกล่าวว่า เธอเน้นที่กลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ การออกแบบครั้งนี้ทั้งสองฝ่าย (นักออกแบบและผู้ประกอบการ) มีมุมมองที่ค่อนข้างแตกต่างกัน แต่ทางผู้ประกอบการก็เปิดใจให้อิสระกับนักออกแบบอย่างเต็มที่ และยินดีที่จะนำแบบไปพัฒนาต่อ

ตัวผมมองไปในทางการค้า แต่เขาจะมองไปในทางศิลปะ บางทีผมเข้าไม่ถึงก็จริง แต่ถ้ามันมีคนซื้อมีคนชมก็แสดงว่าใช้ได้ เรียกว่า เขาได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ผมเองไม่เคยสัมผัสมาก่อน”

ท้ายสุด ทั้งนักออกแบบและผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ต่างก็รู้สึกพอใจกับผลงานที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ แม้ในรายละเอียดจะยังมีความไม่เรียบร้อยอยู่บ้าง แต่ทุกฝ่ายก็ยินดีที่จะพัฒนางานร่วมกันต่อไป

จับประเด็นเด่น
- การทำงานกับนักออกแบบ คือ กุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจ OEM สู่ ODM
- การจะผลักดันธุรกิจให้ก้าวหน้านั้น ฝ่ายผลิตและฝ่ายออกแบบจำเป็นต้องเปิดใจรับฟังความเห็นของกันและกัน

« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com