Articles

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่ ตอน จับไฟเบอร์กลาสใส่ผ้าชนเผ่า

เรื่อง: อนุธิดา หงษ์สิบเจ็ด

กิจการครอบครัวที่อยู่มานานแสนนานนั้น เมื่อถึงเวลา “เปลี่ยนผ่าน” สู่คนรุ่นหลัง ย่อมต้องมีการ “เปลี่ยนแปลง” บางอย่างเพื่อต่อลมหายใจของธุรกิจออกไป เช่นเดียวกับเรื่องราวของคุณจาวรี ทองดีเลิศ ผู้ประกอบการน้องใหม่จากร้านปากะญอ (ย่านไนท์บาซาร์ จ.เชียงใหม่) ที่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อ “กิจการร้านขายของเก่า” อายุร่วม 25 ปีจากคุณแม่ (สินค้าในร้านเป็นจำพวกเครื่องเงิน งานผ้า และเฟอร์นิเจอร์)

คุณจาวรีถือเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ยังมีไฟ เธอกำลังต้องการ “ความแปลกใหม่” เพื่อพัฒนาธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวเธอจึงสมัครเข้าร่วมโครงการจับคู่ธุรกิจฯ ของ TCDCCONNECT เพราะหวังว่าจะได้ “ไอเดียเด็ด” นำไปต่อยอดงานดีไซน์ให้กับวัสดุที่มีภายในร้าน (ผ้าชนเผ่าและผ้าแปลกๆ จากต่างประเทศ)

คุณปูรณ์ นิลเจริญ ดีไซเนอร์และผู้ประกอบการรุ่นใหม่เจ้าของแบรนด์ ID-act (ผลิตสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง) ได้อาสามาเป็นนักออกแบบให้กับคุณจาวรีในโครงการนี้ โดยเขาตั้งใจจะนำงาน “ไฟเบอร์กลาสสไตล์โมเดิร์น” (งานถนัดของคุณปูรณ์) มาทดลองใช้กับวัสดุสิ่งทอของคุณจาวรี ผลงานที่ทั้งสองร่วมกันสร้างสรรค์ในโครงการฯ เป็นงานเฟอร์นิเจอร์ไฟเบอร์กลาสที่ผสานงานผ้าในส่วนของการหุ้มบุ

ปูรณ์ทำม้านั่งและโต๊ะกลางไฟเบอร์กลาสขึ้นใหม่จากแนวคิด “Tribal Art and North–equipment” เขานำความเป็นชนเผ่าผสานเข้ากับลักษณะเครื่องใช้ของคนพื้นเมืองภาคเหนือ เช่น กระติ๊บข้าวเหนียว โดยปรับรูปทรงเป็นม้านั่งขนาดกะทัดรัด ส่วนโต๊ะกลางตัวใหญ่ปูรณ์ได้แนวคิดมาจาก “ขันโตก” (ภาชนะวางสำรับอาหารของชาวล้านนา) ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ (ใช้เป็นโต๊ะหรือที่นั่งก็ได้)

ปูรณ์เล่าว่า เขาได้ลดทอนความโมเดิร์นของเฟอร์นิเจอร์ไฟเบอร์กลาสลงเล็กน้อย แล้วเลือกใช้สีที่อิงมาจากข้าวของของคนโบราณ เช่น สีดำและสีแดงหม่น จากนั้น ค่อยเพิ่มสีขาวเข้าไปเป็นลูกเล่น พร้อมเติมฟังก์ชั่นที่เก็บของไว้ใต้เบาะ (เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า) ส่วนเบาะนั่งสีสดใสนั้นเป็นไอเดียของฝ่ายคุณจาวรีที่ลงมือออกแบบและผลิตเองกับมือ

งานนี้ นักออกแบบและผู้ประกอบการตกลงที่จะแบ่งงานกันทำอย่างลงตัว เนื่องด้วยฝั่งคุณปูรณ์นั้นเชื่อมั่นในประสบการณ์ของผู้ประกอบการ (โดยเฉพาะคุณแม่ของคุณจาวรี) ที่คร่ำหวอดกับงานผ้ามานาน ยิ่งเมื่อได้ไอเดียสดใหม่ของตัวคุณจาวรีเข้ามาช่วย เบาะนั่งธรรมดาในตอนแรกจึงกลายเป็น “งานปักเบาะผ้าสไตล์ชนเผ่า” ที่แปลกตาไม่เหมือนใคร มีการร้อยโยงเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ ทั้งเผ่าเย้า ม้ง ปกากะญอ ฯลฯ มารวมไว้ด้วยกัน (ดังความตั้งใจของคุณจาวรีและคุณปูรณ์ที่ต้องการนำเอกลักษณ์ของภาคเหนือมาเสนอผ่านชิ้นงานด้วย)

จาวรีเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า คุณปูรณ์ได้ให้คำแนะนำกับเธอหลายอย่าง การทำงานของทั้งคู่เป็นไปอย่างสนุกสนาน ช่วยกันคิดช่วยกันทำและปรับแก้ไปทีละอย่าง แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเรื่องราคาผ้าบางชิ้น แต่ทั้งคู่ก็หาวัสดุทดแทนที่ราคาถูกกว่าได้ในที่สุด

“เราวางคอนเซ็ปท์ไว้ตั้งแต่แรกว่าจะนำศิลปะของชนเผ่ามาผสานเข้ากับข้าวของเครื่องใช้ของคนเหนือ พอดีโครงการจับคู่ธุรกิจฯ มาทำที่ภาคเหนือพอดี ก็เข้าทางเลย”

ในที่สุด ผ้าชนเผ่าที่แสนคุ้นตาของร้านปากะญอก็ถูกปรับโฉมให้พ้นจากการรับรู้เดิมๆ ได้สำเร็จ ที่สำคัญการร่วมงานกันระหว่างผู้ประกอบการชาวเชียงใหม่และนักออกแบบจากกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ถือว่าได้ผลลัพธ์ที่เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ เพราะทั้งสองได้สร้าง “มิตรภาพอันดี” ระหว่างกัน และมองตรงกันว่าในอนาคตหากมีออร์เดอร์สินค้าเข้ามา พวกเขาอาจจะได้ร่วมงานกันอีกในลักษณะของ “คู่ค้า”

จับประเด็นเด่น
- การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบให้ชัดเจนตาม “ความถนัด” เป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการและนักออกแบบที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
- การพัฒนาสินค้าดีไซน์ใหม่คือทางเลือก(และทางรอด)สำหรับกิจการครอบครัวที่อยู่มานานแล้ว

« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-17
  • Resource: www.tcdcconnect.com