Creative Knowledge

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่ ตอน เรียนไปด้วยกัน รู้ไปได้ไกล

เรื่อง : อนุธิดา หงษ์สิบเจ็ด

“โอกาสสำหรับนักออกแบบตัวเล็กๆ” คือ กุญแจสำคัญที่ช่วยจุดประกายให้วงการออกแบบพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต โครงการจับคู่ธุรกิจฯ จังหวัดเชียงใหม่ จึงเป็นเหมือน “เวทีแห่งโอกาส” ที่นักศึกษาแขนงศิลปะและการออกแบบหลายๆ คน จะได้แสดงศักยภาพของตนสู่สายตากลุ่มผู้ประกอบการ

งานนี้ ผู้ประกอบการที่มาร่วมสานต่อโอกาสรายหนึ่งก็คือ คุณเมสิณี เทพดา (หรือ “พี่เม” ของน้องๆ) ปัจจุบัน เธอเป็นเจ้าของร้านลูกปัด (กาดหลวง) ที่รวบรวมอุปกรณ์ร้อยลูกปัดไว้ครบที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ในวันนั้น คุณเมสิณีหอบหิ้วลูกปัดมาเต็มกระบุงเพื่อชวนให้กลุ่มนักศึกษาได้มาเริ่มเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเธอ

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ คุณเมสิณีเพิ่งก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับจากลูกปัดในชื่อ “พิรี้” (Prily) ซึ่งมีความหมายน่ารักๆ ในภาษาเหนือว่า “สวยแรกรุ่น” ซึ่งนี่เองทำให้เธออยากเปิดโอกาสให้แบรนด์น้องใหม่ของเธอได้มี “นักออกแบบรุ่นแรก” มาร่วมงานด้วย

“ที่ผ่านมา เราพยายามที่จะทำงานร่วมกับดีไซเนอร์หลายครั้ง แต่ด้วยความที่ยังไม่เข้าใจกันทั้งในแง่ของการผลิตและการตลาด การทำงานก็เลยไม่ค่อยราบรื่น บางครั้ง เขาผลิตออกมาแต่เราขายไม่ได้ มันก็เป็นปัญหา ไม่ใช่ว่าเขาผลิตแบบไม่ดูตลาดเลยนะ แต่เมว่า เขาอาจจะมองตลาดคนละแบบกับเรา เพิ่งมาช่วงหลังที่เราเข้าร่วมกับหลายๆ โครงการ อย่างเช่น ของ TCDC เมคิดว่า มันทำให้เราสื่อสารกับนักออกแบบได้ดีขึ้นค่ะ”


การจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ทำให้คุณเมได้พบกับสองนักศึกษาจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันได้แก่ บุษบา บุญชวน และ พิชญา รมณีย์จิตโต ปิดท้ายขบวนด้วยสาวน้อยจากคณะคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ คือ พรพิมล โพธิเสาร์ ซึ่งทั้งสามพกความสนใจในงานถักเชือกเทียนและร้อยลูกปัดมาเต็มเปี่ยม

นับจากนั้น “ห้องเรียนเล็กๆ” ในร้านลูกปัดที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศการเรียนรู้และความสัมพันธ์แบบพี่น้องก็เกิดขึ้น คุณเมบอกว่า เธอไม่คิดจะกดดันหรือคาดหวังผลงานที่ดีที่สุดจากนักออกแบบรุ่นแรก แต่สิ่งที่เธอมองหาคือ “ไอเดียสดใหม่” ที่เธอจะนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ในวันหน้า ตลอดกระบวนการทำงานนี้ คุณเมจึงให้อิสระกับการออกแบบและสนับสนุนเรื่องวัสดุอุปกรณ์อย่างเต็มที่

“การทำงานกับน้องๆ มันง่ายตรงที่เรากล้าคอมเม้นท์ กล้าพูดกันแบบเต็มๆ อาจเพราะความที่เขายังอายุน้อย เขาจึงเปิดรับมุมมองของเราเต็มที่ งานนี้พวกเราจึงสนุกกันมาก และความสนุกอันนี้มันก็ถูกถ่ายทอดลงไปในตัวงานอย่างชัดเจน”

ทางฝั่งของนักออกแบบมือสมัครเล่นทั้งสามคน ทุกคนต่างก็ได้แสดงฝีมือและความทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ ความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเธอเผยโฉมออกมาเป็น “ชุดเครื่องประดับจากลูกปัด” ที่มีทั้งสร้อยคอชุดใหญ่ ต่างหู แหวน และสร้อยข้อเท้า ซึ่งคุณเมก็ยินดีนำผลงานของทุกคนบรรจุลงในคอลเล็กชั่น (พร้อมทั้งให้เครดิตกับนักออกแบบแต่ละคนด้วย)

ผู้ประกอบการบางรายอาจคิดว่า การร่วมงานกับนักศึกษาอาจไม่ได้ผลงานที่เป็นรูปธรรม เพราะการทำงานที่ยังไม่เป็นมืออาชีพ แต่สำหรับคุณเมเธอคิดว่าเลือกไม่ผิด

“ครั้งนี้เมคิดว่า เราจับคู่ถูกตัวแล้วค่ะ รู้สึกชอบการทำงานแบบนี้มาก และอยากทำต่อไปอีกเรื่อยๆ ในอนาคตเมคิดว่าจะลองเข้าไปคุยกับพวกอาจารย์ อยากให้มีนักศึกษาวิชาออกแบบมาฝึกงานที่นี่จริงจัง และเมบอกเลยว่าจะเปิดกว้างให้น้องๆ ได้ออกแบบในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ต้องกดดันเพื่อออกแบบให้เป็นตัวเมหรอก”

การเปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาได้ทำงานจริงในแบบของคุณเมสิณีนี้ ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันในขั้นต้นระหว่างนักออกแบบหน้าใหม่กับผู้ประกอบการ นำมาซึ่งไอเดียสร้างสรรค์สดใหม่มากมายที่ฝ่ายผู้ประกอบการไม่เคยคิด ในขณะที่ทางฝั่งนักศึกษานั้นก็ได้รับประสบการณ์การทำงานแบบมืออาชีพ จึงเรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง (หากไม่ตีค่ากันด้วยเงินตรา)

จับประเด็นเด่น
- การทำงานกับนักศึกษาคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผู้ประกอบการอาจได้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ มาต่อยอดในธุรกิจของตนเอง
- นักศึกษาวิชาออกแบบควรขวนขวายหาโอกาสการเรียนรู้โดยการนำตัวเข้าสู่สนามจริง ซึ่งในระยะแรกอาจไม่ต้องคาดหวังผลสำเร็จสูงสุด แต่ให้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มาเติมเต็มเส้นทางสู่อาชีพในวันหน้า

« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-15
  • Resource: www.tcdcconnect.com