Articles

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่ ตอน เรียนรู้กันและกัน วางรากฐานสู่อนาคต

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

ในโครงการจับคู่ธุรกิจฯ เรามักจะเล่านำด้วยเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ “มองหา” นักออกแบบให้มาช่วยพัฒนาสินค้าของตน แต่ในหลายๆ กรณีฝ่ายนักออกแบบก็มีพลังสร้างสรรค์สูง (ทั้งพลังฝีมือและความคิด) จนเป็นฝ่ายผลักดันให้ผลงานสำเร็จเป็นรูปธรรมได้แบบเกินความคาดหมาย

สำหรับ คุณอภิชาติ ศรีจันทร์ นักออกแบบแฟชั่นและแอคเซสซอรี่ส์สำหรับผู้หญิง ผลงานของเขาเป็นงานฝีมือที่มีความโดดเด่นด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและความเป็นชนเผ่า อภิชาติทำงานสั่งสมประสบการณ์อยู่ที่เชียงใหม่มาร่วม 10 ปี มีคอลเลกชั่นที่ไปออกงานแฟร์มากมาย เรียกว่าชั่วโมงบินสูงทั้งในเชิงการออกแบบและการตลาด ปัจจุบัน คุณอภิชาติเป็นดีไซเนอร์ประจำอยู่ที่แบรนด์ Ginger และกำลังเริ่มต้นแบรนด์ของตัวเองในชื่อ Supernova (ปัจจุบันแบรนด์ Supernova ยังไม่มีหน้าร้าน อาศัยงานออกร้านต่างๆ เป็นช่องทางแนะนำตัว)

คุณอภิชาติมองว่า การทำงานในโครงการจับคู่ธุรกิจนั้นมีกรอบของ “ระยะเวลา” มาเป็นตัวกำหนด เขาจึงเลือกจับคู่ทำงานกับ 2 ผู้ประกอบการที่เขาพอรู้จักอยู่แล้ว (แต่ยังไม่เคยร่วมงานกัน) นั่นก็คือคุณเพ็ญนภา ฉัตรตระกูลชัย เจ้าของร้าน “Good Sewing” ธุรกิจแปรรูปผ้าพื้นเมืองเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ (อาทิเช่น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก ของแต่งบ้าน และของที่ระลึกต่างๆ) คุณเพ็ญนภาตั้งใจอยากจะให้ร้าน Good Sewing นี้ มีภาพลักษณ์ที่แตกต่างไปจากหน้าร้านเดิมของครอบครัว เธอจึงมองหานักออกแบบที่จะเข้ามาช่วยสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ตั้งแต่ต้น ซึ่งคุณอภิชาติก็ดูจะเป็นคนที่ “ใช่” สำหรับงานนี้อย่างที่สุด

ผู้ประกอบการอีกรายที่อภิชาติได้เลือกทำงานด้วยคือ กลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านห้วยทราย ซึ่งมีคุณนวลศรี พร้อมใจ เป็นตัวแทนกลุ่ม ตัวคุณอภิชาติเองมีความสนใจในเรื่อง “เส้นใยกัญชง” ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ เมื่อได้มาเจอกับกลุ่มแม่บ้านเกษตรฯ ที่ทำงานกับวัสดุใยกัญชงมาร่วม 8 ปี ทั้งสองจึงตกลงร่วมงานกัน โดยสินค้าเดิมของทางกลุ่มฯ นั้น เป็นสินค้าที่ขึ้นรูปจากการถักใยกัญชง เช่น หมวก เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าม่าน ฯลฯ ทั้งหมดเป็นงานสไตล์พื้นฐานที่ขายดี (มีออเดอร์เข้ามาตลอด) แต่ทางกลุ่มฯ เองก็ยังต้องการขยายไลน์สินค้าเพื่อเจาะกลุ่มตลาดใหม่ด้วย

ในการทำงานครั้งนี้คุณอภิชาติเริ่มต้นโดยให้ผู้ประกอบการทั้งสองเป็น “ซัพพลายเออร์” ด้านวัตถุดิบ เขาเลือกที่จะ “ซื้อขาด” ผ้าพื้นเมืองเส้นใยธรรมชาติจากทั้งสองที่ แล้วนำมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้คอนเซ็ปท์ “กะเหรี่ยง” ที่เขาวางไว้ ซึ่งในกระบวนการทำงานอภิชาติได้แตกคอนเซ็ปท์ดังกล่าวออกเป็นผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่ม (ตามลักษณะวัตถุดิบ)

“การทำงานกับคุณเพ็ญนภา ผมขอให้เขาเป็นซัพพลายเออร์ก่อน อยากให้เขามาดูสไตล์ของเราว่ารับได้ไหม ถ้ารับได้ก็ค่อยนำแบบของผมไปพัฒนาต่อ ผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือนั้นคู่แข่งเยอะ โจทย์เราคือต้องทำให้ร้านเขาดูแตกต่างจากร้านอื่นให้ได้ ซึ่งถ้าจะทำกันจริงๆ ก็คงต้องทำกันตั้งแต่ออกแบบร้านเลยครับ ผมจะไปเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบให้ทั้งหมด
…ส่วนคุณเพ็ญนภาและคุณแม่เขาจะเก่งเรื่องธุรกิจมากกว่าผม เวลาที่เราทำงานร่วมกันเราก็แลกเปลี่ยนความรู้กันเรื่อยๆ”

ด้านงานที่ทำกับเส้นใยกัญชง อภิชาติได้เลือกวัสดุมาใช้ 2 แบบ หนึ่งคือ ใยกัญชงไม่ฟอกสี (เป็นเส้นหนาแข็ง สีเขียวเข้ม) และสองคือ ใยกัญชงฟอกสี (เป็นเส้นนุ่มบาง สีน้ำตาลอ่อน) โดยเส้นใยแบบแรก (ไม่ฟอกสี) อภิชาตินำมาทำเป็นกระเป๋าประดับลูกปัดปัก ส่วนแบบที่สอง (ฟอกสี) เขาลองนำมาทำเป็นเสื้อคลุมและเดรส

“ในอดีตงานถักใยกัญชงธรรมชาติอาจดูซีดๆ จืดๆ ซึ่งผมมองว่า มันสามารถถูกทำให้ดูสนุกสนานและทันสมัยขึ้นได้ เช่น เราเพิ่มลูกปัดหรือสีสันเข้าไป ซึ่งตรงนี้ทางคุณป้านวลศรีเขาช่วยดูแลการผลิตให้ แต่การจบงาน (Finishing) ทั้งหมดจะอยู่ที่ทีมของผม”

เมื่อถามถึงปัญหาในการทำงาน คุณอภิชาติบอกว่า มีเพียงเรื่องการสื่อสารในขั้นตอนการผลิตเท่านั้น เพราะเขาที่เป็นฝ่ายนักออกแบบยังไม่เข้าใจวิธีการผลิต จึงทำให้งานออกมาไม่ตรงตามความต้องการ แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายรู้ปัญหาแล้ว ทุกอย่างก็แก้ไขได้

ส่วนเรื่องผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการฯ ฝ่ายคุณเพ็ญศรี (ผู้ประกอบการจากร้าน Good Sewing) รู้สึกพอใจกับผลิตภัณฑ์ที่อภิชาติออกแบบขึ้น และสนใจที่จะนำไปผลิตจริงในอนาคต แต่สำหรับกลุ่มแม่บ้านฯ แม้งานนี้จะยังไม่มีผลงานชิ้นสำเร็จเป็นของตัวเอง แต่ก็ถือว่า ได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ นอกจากนั้น คุณอภิชาติยังได้เสนอตัวเข้าช่วยทางกลุ่มฯ เพื่อออกแบบสินค้าส่งเข้าประกวดในงาน OTOP ครั้งต่อไปด้วย

คุณนวลศรี (จากกลุ่มแม่บ้านฯ) กล่าวปิดท้ายกับเราว่า “เราได้รับฟังความเห็นต่างๆ จากคุณอภิชาติเขา ซึ่งถือเป็นความรู้ที่นำไปประยุกต์ต่อได้มากมาย ความคิดพวกนี้ บางทีเราคิดยังไงก็คิดไม่ออก แต่พอได้เจอกับเขามันเหมือนว่าเขาจุดประกายให้เราได้ …รู้สึกว่ามันใช่เลย”

ส่วนด้านคุณอภิชาตินั้นแม้จะอยู่เชียงใหม่มาตลอด แต่โครงการนี้ ก็ทำให้เขารู้ว่า “เชียงใหม่มีอะไรอีกมากมายให้เขาค้นหา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกวัสดุผ้าพื้นเมืองต่างๆ นอกจากนั้น เขายังได้รับความรู้และคำติชมจากที่ปรึกษาโครงการฯ และได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

จับประเด็นเด่น
ในการทำงานร่วมกันของนักออกแบบและผู้ประกอบการ สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้จากกันและกันนั้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวผลงานชิ้นสำเร็จ เพราะความรู้ที่เพิ่มขึ้นนี้จะต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์อื่นได้อีกมากมาย

« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-15
  • Resource: www.tcdcconnect.com