Creative Knowledge

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดเชียงใหม่ ตอน มิตรภาพชักพาสู่สินค้ามาสเตอร์พีซ

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

จังหวัดเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวเปี่ยมวัฒนธรรม มีงานหัตถกรรมโดดเด่นเป็นที่เลื่องลือ ผู้ประกอบการทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวบ้านหรือนักออกแบบต่างพากันสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่น่ายินดีคือผู้ประกอบการเหล่านี้แม้จะผลิตผลงานที่ “ขายได้” อยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่หยุดที่จะมองหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การขายในระดับที่สูงขึ้นไป

คุณรุ่งนภา ทากำเหนิด และคุณเรืองกิตต์ กนกปรีชาวุฒิ คือ สองเพื่อนสนิทที่รู้จักกันจากงานแฟร์ต่างๆ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสทำงานร่วมกัน ทั้งสองจึงมาจับคู่กันทำงานในโครงการจับคู่ธุรกิจฯ จ.เชียงใหม่ ด้วยเหตุผลดังกล่าว

คุณรุ่งนภาผู้ซึ่งมองตนเองเป็นผู้ประกอบการกึ่งนักพัฒนาชุมชนได้ก่อตั้ง “กลุ่มผ้าทอสันก้างปลา” ขึ้นในปี 2538 (เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และรายได้ให้กับชุมชน) โดยที่ผ่านมาสินค้าของเธอจะเน้นผ้าทอลาย “เกล็ดเต่า” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำของหมู่บ้าน (ลักษณะเป็นผ้าฝ้ายทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ) อย่างไรก็ดี การทอผ้าลายเกล็ดเต่านี้ทำได้ยาก องค์ความรู้จึงค่อยๆ เลือนหายไปตามความแก่เฒ่าของชาวชุมชน ด้วยเหตุนี้คุณรุ่งนภาจึงอยากพัฒนาการทอผ้ารูปแบบใหม่ๆ ขึ้น ซึ่งในที่สุดก็มาลงตัวที่ “ผ้าฝ้ายทอสอดลูกปัด” (ทอลูกปัดเข้าไปในเนื้อผ้า) ที่ทางกลุ่มทำขายในลักษณะผ้าผืน

ส่วนคุณเรืองกิตต์นั้นเป็นนักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานผ้าทอและเครื่องประดับภายใต้ชื่อแบรนด์ onetotree (ส่งขายทั้งในประเทศและในตลาดยุโรป) โดยงานผ้าของเขาผูกติดอยู่กับ “ฝ้ายทอมือ-ย้อมสีธรรมชาติ” เช่นกัน ส่วนงานเครื่องประดับนั้นเป็นงานแฮนด์เมดที่มีดีไซน์เฉพาะ เหมือนงานศิลปะที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียว ขายเป็นซีรี่ส์ เจาะกลุ่มตลาดบนที่นิยมงานเครื่องประดับทำมือ

เมื่อคุณรุ่งนภาและคุณเรืองกิตต์ได้มาทำงานร่วมกัน ความคุ้นเคยบวกกับประสบการณ์ในสินค้าประเภทเดียวกันทำให้พวกเขาเข้าคู่ทำงานกันได้อย่างไม่มีปัญหา โดยเรืองกิตต์นั้นรับบทเป็นดีไซเนอร์ ส่วนรุ่งนภารับบทเป็นผู้ผลิต (จัดหาวัสดุและจัดการเรื่องการตัดเย็บ) แต่ถึงกระนั้น หน้าที่ของสองฝ่ายก็ไม่ได้แยกจากกันโดยเด็ดขาด เพราะทั้งคู่ได้ร่วมกันระดมสมองในเชิงแนวคิด ทำให้ได้ผลงาน “มาสเตอร์พีซ” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของทั้ง 2 แหล่งออกมาได้อย่างลงตัว

ผลงานผ้าคลุมไหล่หลากฟังก์ชั่น (ที่อาจนำไปแขวนโชว์เป็นงานศิลปะหรือปูตกแต่งบ้านก็ได้) เกิดจากการนำผ้าหลายลักษณะ เช่น ผ้าฝ้ายทอสอดลูกปัด (ของกลุ่มสันก้างปลา) และผ้าจับสม็อกและผ้าที่มีรายละเอียดต่างๆ (จากแหล่งอื่นของ onetotree) มาจัดเข้ากลุ่มกันให้ลงตัว อาศัยเทคนิคการเชื่อมต่อของเนื้อผ้าและคู่สี จากนั้นก็เย็บต่อกันด้วยแพทเทิร์นเฉพาะที่คิดขึ้นใหม่

การออกแบบครั้งนี้ต้องค่อยๆ ทำไปพร้อมกับการผลิต ทั้งสองลงมือตัดผ้า ทดลองเนาต่อกันบนตัวหุ่น สร้างจังหวะของพื้นผิวและการทิ้งตัว ฯลฯ เพื่อสะท้อนอารมณ์ของผ้าแต่ละชิ้น โดยคุณเรืองกิตต์นำเทรนด์จากยุโรปที่เน้นความเป็นธรรมชาติป่าเขา (แต่ให้อารมณ์สง่างามอลังการ) เข้ามาคุมเป็นคอนเซ็ปท์ใหญ่อีกที

“งานชิ้นนี้เราตั้งใจจะสื่อสารกับลูกค้าใน 2 ประเด็นครับ ประเด็นแรกคือเรื่องของวัสดุฝ้ายทอมือที่มีความสวยงาม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการดีไซน์ของเรา ส่วนประเด็นที่สองคือเรื่องความหลากหลายของวัตถุดิบ เราอยากให้คนเห็นว่าวัตถุดิบผ้าของพวกเรามีอะไรบ้าง เพราะถ้าคุณชอบเนื้อผ้าตัวไหนที่เป็นส่วนประกอบในนั้น เราก็สามารถจัดหาให้ได้ทุกตัว มันเหมือนเป็นการโชว์ผ้า 20 ผืนในผลงานชิ้นเดียว”

“แต่ถ้าลูกค้าถูกใจอยากได้ผ้าคลุมแบบนี้เลย เราก็ต้องคุยกับเขาว่างานที่ได้นั้นจะไม่เหมือนกับต้นแบบ 100% (ทั้งเรื่องแบบและสี) เนื่องจากมันเป็นสีย้อมธรรมชาติ และจังหวะการใช้ผ้าก็ต้องขึ้นอยู่กับผ้าชิ้นนั้นๆ ด้วย ซึ่งข้อจำกัดตรงนี้ผมเองมองว่าเป็นข้อดี เพราะทำให้ลูกค้าแต่ละคนได้งานที่เป็นมาสเตอร์พีซ แบบไม่มีชิ้นไหนเหมือนกัน”

ผลงานที่ได้จากโครงการจับคู่ธุรกิจฯ ครั้งนี้ รุ่งนภาและเรืองกิตต์ตัดสินใจจะนำไปออกงานแฟร์ต่างๆ ด้วย ซึ่งหากมีออร์เดอร์เข้ามาจริง คู่เพื่อนสนิทคู่นี้ก็จะต้องคลุกคลีทำงานร่วมกันต่อไป

ท้ายสุดสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการฯ รุ่งนภาบอกว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ สำหรับสิ่งที่จะทำต่อไป ส่วนเรืองกิตต์นั้นมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของ TCDC ในการนำพาทั้งผู้ผลิตและนักออกแบบไปเปิดตัวสู่ตลาดที่กว้างขึ้น เขาหวังว่าการเข้าร่วมโครงการเช่นนี้จะทำให้สินค้าและดีไซน์ของเขาออกไปสู่สายตาชาวโลกมากขึ้นในอนาคต

จับประเด็นเด่น
ผู้ประกอบการที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกันจะสามารถเข้าใจความต้องการของกันและกันได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งในกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์

« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-15
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป