Creative Knowledge

« Back to Result | List

รู้จักกับโครงการ Waste to Wealth – เปลี่ยนขยะให้เป็นทอง

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

wtw1.jpg

ทุกวันนี้ปัญหา “ภาวะโลกร้อน” ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราอย่างเห็นได้ชัด ภัยพิบัติต่างๆ ทางธรรมชาติล้วนมีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ โดยเฉพาะในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา สัญญาณอันตรายเหล่านี้ได้เร่งสปีดติดความเร็วชนิดไม่รอให้ใครตั้งตัวทัน 

…นี่เองกระมังคือ ผลลัพธ์สุดท้ายของการผลาญทรัพยากรแบบไร้สติของมนุษย์

อย่างไรก็ดีหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากรบนโลกใบนี้ได้ก็คือ การนำแนวคิดและศาสตร์ของการออกแบบอย่างยั่งยืน (Sustainable Design) เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหนึ่งในหนทางง่ายๆ ก็คือ “การจัดการกับขยะ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “ขยะในโรงงานอุตสาหกรรม” ที่มักจะสร้างเศษวัสดุเหลือใช้เป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน การบ้านที่ท้าทายข้อหนึ่งของนักออกแบบ (ที่มีจิตสำนึก) ก็คือ การนำเศษวัสดุที่ไม่มีคุณค่าแล้วในเชิงอุตสาหกรรมมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทางการตลาด และนี่ก็คือ ต้นกำเนิดของโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นทอง (Waste to Wealth)” ภายใต้การสนับสนุนของ iTAP, TMC, สวทช. และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย โดยมีท่าน ผศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต เป็นที่ปรึกษาโครงการ

ผลงานจากโครงการ Waste to Wealth ถูกนำมาจัดแสดงในงาน TIFF 2011 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งคุณนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ได้กล่าวถึงแนวคิดโครงการฯ ไว้ตอนหนึ่งว่า “นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะ และการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่ที่ให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

สำหรับตัวผมซึ่งก็เป็นนักออกแบบคนหนึ่งนั้น ประเด็นที่ผมสนใจอย่างยิ่งจากโครงการ Waste to Wealth ก็คือ “กระบวนการออกแบบจากเศษวัสดุ” ซึ่งผมมองว่าเป็น Design Process ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้หลากหลาย โดยกระบวนการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 9 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ครับ

1) การสร้างความตระหนักกับบุคลากรภายในโรงงาน (Creating Awareness) เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญอย่างยิ่งในการปลูกฝังให้พนักงานภายในองค์กรได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการผลักดันโครงการให้ประสบความสำเร็จ

2) พิจารณาเศษวัสดุ (Scrap Categorisation) เป็นการคัดแยกเศษวัสดุและแบ่งกลุ่มเศษขยะให้เป็นหมวดหมู่ เปรียบเสมือนการจัดสรร “วัตถุดิบตั้งต้น” เพื่อใช้ในกระบวนการออกแบบ

3) การทดลองทางเทคนิคกับเศษวัสดุ (Material Experiment) เป็นการหารูปแบบทางการผลิตที่จะนำไปใช้กับเศษวัสดุ (ตามแต่คุณลักษณะของวัสดุนั้นๆ) เช่น การเชื่อม การติดกาว การผูก การเย็บ ฯลฯ ในขั้นตอนนี้ทางทีมงานควรเปิดใจกว้างเพื่อให้ค้นพบรูปแบบการผลิตที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกระบวนการผลิตที่ใช้อยู่ภายในโรงงานของท่านเพียงอย่างเดียว

4) การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาต่อ (Technique Identification) ขั้นตอนนี้เป็นการเลือกและสรุปรูปแบบการผลิตที่ได้จากการทดลองในข้อสาม โดยจะต้องคำนึงถึงความสอดคล้องเหมาะสมในเชิงวัสดุ เชิงกระบวนการผลิต และเชิงเศรษฐกิจควบคู่กันไป

5) กระบวนความคิด (Design Collaboration) เป็นขั้นตอนที่นักออกแบบนำเศษวัสดุและรูปแบบการผลิต (ที่เลือก) มาตั้งเป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งในกระบวนการนี้นักออกแบบควรคิดให้หลุดจากกรอบการใช้งานของวัสดุตั้งต้น เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถต่อยอดไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

6) วิธีขึ้นรูปและประกอบชิ้นงาน (Fabrication Method) เป็นการนำแนวคิดที่ได้จากการออกแบบมาสร้างเป็นโครงร่างก่อนขึ้นชิ้นงาน เพื่อหารูปแบบและวิธีการผลิตที่เหมาะสมมากที่สุด

7) การสร้างต้นแบบ (Prototyping) นำเศษวัสดุที่ได้มาสร้างเป็นต้นแบบของผลิตภัณฑ์จริง

8) การทดสอบผลงาน (Prototype Refinement) เป็นการทดสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้น รวมไปถึงการเก็บรายละเอียดต่างๆ ทางการออกแบบ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานตามที่ตั้งใจไว้

9) การทดสอบด้านการตลาด (Market Survey) เป็นการทดสอบถึงความเป็นไปได้ทางการตลาดในแง่มุมต่างๆ อาทิ ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์ คุณภาพ ราคา ฯลฯ รวมไปถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคเพื่อนำมาปรับปรุงต่อยอดตัวผลิตภัณฑ์ด้วย

ปัจจุบันโครงการ Waste to Wealth ได้ก้าวเข้าสู่เฟสที่ 3 แล้ว โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นล้วนแล้วแต่ “ฉีกภาพลักษณ์” ไปจากการรับรู้ทั่วๆ ไปในตัววัสดุเดิม ยกตัวอย่างเช่น เบาะนั่งแสนนุ่มและกระจกรูปรองเท้าที่ผลิตขึ้นจากเศษวัสดุ EVA (ที่เหลือทิ้งจากการผลิตรองเท้าแตะ) ของบริษัท Kito, โต๊ะและเก้าอี้รูปทรงแปลกตาที่ผลิตขึ้นจากเศษไม้ของบริษัท Master Door, เก้าอี้นั่งตัวยาว (Cutlery Bench) ที่ผลิตขึ้นจากเศษเหล็กของบริษัท Siam Steel ฯลฯ

ทั้งหมดนี้คือ ตัวอย่างของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นทอง” (Waste to Wealth) ซึ่งสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับเศษขยะได้ทั้งในแง่การพาณิชย์ (รายได้) แง่ภาพลักษณ์ (ของแบรนด์) แถมยังได้คุณค่าทางใจที่ส่งต่อไปยังโลกใบนี้ได้อีกด้วย

Our Thought
อันที่จริงแล้วกระบวนการข้างต้นถือเป็น “แนวทางปฏิบัติสากล” ในการออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ผู้ประกอบการมือใหม่สามารถนำไปปรับใช้กับการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่ไม่จำเป็นต้องเกิดจากเศษวัสดุก็ได้


« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com