Creative Knowledge

« Back to Result | List

โครงการออกแบบแห่งท้องถิ่น (miniTCDC Showcase) ตอน 1

เรื่อง: สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

จากจุดเริ่มต้นของการกระจายแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่ภูมิภาค (miniTCDC) เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยให้มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่บริการสารสนเทศเข้าสู่ชุมชนอย่างแท้จริง และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพแก่นิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยจึงได้เกิด “โครงการกิจกรรมการออกแบบแห่งท้องถิ่น” เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาได้มีโอกาสต่อยอดพัฒนาความคิด ผ่านงานออกแบบบนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้ การสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน หมู่บ้าน หรือจังหวัดนั้นๆ

และนี่คือ 10 มหาวิทยาลัยที่ฝ่าด่านคัดเลือกเตรียมพร้อมอวดโฉมผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่กลั่นกรองมาจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงถิ่นกำเนิด จากฝีมือเยาวชนในส่วนภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ โดยมีกูรูทางด้านการออกแบบ คุณบรรณนาท ไชยพาน, คุณพิชิต วีรังคบุตร และคุณศภพงษ์ สอนสังข์ ร่วมเป็นวิทยากรให้คำแนะนำหลังการนำเสนอผลงาน

มหาวิทยาลัยรชภัฏนครศรีธรรมราช นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรการออกแบบนิเทศศิลป์
นักศึกษา: นางสาวจันติมา จรีทรัพย์, นางสาวเนตรนภา พูลสวัสดิ์, นายอานุภาพ ยุคุณธร, และนางสาวจิรวรรณ แก้วสียงค์
ผลงาน: เสื้อยืด @Nakorn Today

แนวคิดของงานออกแบบ
นักศึกษาได้หยิบยกเอา “คนลิกอร์” (ลิกอร์ คือ ชื่อเมืองของชาวนครศรีธรรมราชในสมัยก่อน) มาต่อยอดสร้างสรรค์เป็นลายพิมพ์บนเสื้อยืด เพื่อต้องการสื่อสารให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ถึงที่มาของจังหวัดนครศรีธรรมราช ภาพของ “คนลิกอร์” ได้ถูกออกแบบมาในรูปของหนังตะลุง โดยมีชื่อสถานที่ท่องเที่ยวภายในตัวจังหวัดปรากฏอยู่บนภาพ “คนลิกอร์” สิ่งที่น่าสนใจที่นอกเหนือจากชื่อของแหล่งท่องเที่ยว ก็คือ การนำตัวอักษรมาร้อยเรียงบนตัวหนังตะลุง ซึ่งเปรียบเสมือนกับการหยิบยกเอาเอกลักษณ์ของการฉลุลายบนหนังตะลุงมาถ่ายทอดผ่านตัวอักษร จากนั้น นักศึกษาได้เพิ่มงานกราฟฟิคหูฟังสีเหลืองสดใส ครอบบริเวณหู “คนลิกอร์” เพื่อแสดงให้เห็นถึงการรับฟังและเรียนรู้ที่มาของชาวนครศรีธรรมราช

สิ่งที่นักศึกษาได้รับมากกว่าผลงงานชิ้นนี้ ก็คือ การเรียนรู้ที่มาและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด โดยได้รับการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏวลัยลักษณ์ การเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม และที่สำคัญนักศึกษาได้เข้าใจถึงระบบการพิมพ์งานบนเสื้อยืด เนื่องจากนักศึกษาจะต้องทำการพิมพ์ลายลงบนเสื้อที่ทีมงานร่วมกันออกแบบด้วย

คำแนะนำจากวิทยากร
- นักศึกษาน่าจะศึกษา Content ของจังหวัดนครศรีธรรมราชให้มากขึ้น ซึ่ง Content ที่ว่า อาจจะหมายถึง วัฒนธรรม ที่มา ประเพณี การละเล่น ฯลฯ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด เพื่อที่เราสามารถนำ Content ต่างๆ เหล่านี้ ไปแตกยอดต่อหน่อออกไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากกว่าจบเพียงแค่ชิ้นงานที่เป็นลายพิมพ์ลงบนเสื้อยืดแบบเดียว การสร้าง Content ที่ดีสามารถสร้างแบรนด์ประจำจังหวัดขึ้นมาได้

- การออกแบบผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า เราจะขายสินค้าชิ้นนี้ให้กับผู้บริโภคกลุ่มไหน อย่างไร เพราะปัจจุบันผู้บริโภคไม่เพียงแค่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามถูกใจแล้ว ผู้บริโภคยังซื้อ Content ที่ผูกติดกับตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย ซึ่งเปรียบเสมือนกับการซื้อแบรนด์จังหวัดนครศรีธรรมราช เสื้อยืดหนึ่งตัวหรือผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นจึงมิใช่ทำหน้าที่เพียงแค่ตอบสนองพื้นฐานการใช้งาน แต่จะต้องสามารถสร้างคุณค่าของจังหวัดเข้าไปด้วย

- การเลือกหนึ่งสัญลักษณ์ (Icon) ที่เป็นตัวแทนของจังหวัด สัญลักษณ์นั้นๆ จะต้องสามารถชี้เฉพาะเจาะจงได้อย่างเด่นชัดว่า เป็นของจังหวัดนั้นเพียงจังหวัดเดียว ในกรณีนี้ การใช้สัญลักษณ์ในรูปของหนังตะลุง ยังมีข้อถกเถียงสงสัยกันว่า หนังตะลุง ที่แท้จริงนั้นมีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดไหน ระหว่างนครศรีธรรมราชหรือจังหวัดพัทลุง หรือเป็นของทั้งสองจังหวัดเลย เป็นต้น

- เสื้อยืดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักถูกนำมาใช้ในการสื่อสารถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น เสื้อยืดที่มีลายเป็นป้ายบอกทางสีเขียวที่มักจะมีชื่อสถานที่ท่องเที่ยวไปปรากฏอยู่ สิ่งสำคัญที่นักศึกษาควรจะคิดเพิ่มเติมก็คือ การเลือกใช้ Icon ที่สามารถสื่อสารถึงประวัติศาสตร์ของจังหวัดนั้นๆอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาศิลปะและการออกแบบ
นักศึกษา: นายภาณุพงศ์ วิจารณ์
ผลงาน: หมอนอิงจากว่านป่านศรนารายณ์

แนวคิดของงานออกแบบ
นักศึกษาได้เลือกใช้ว่านป่านศรนารายณ์มาเป็นวัสดุหลักในการสร้างผลงาน ว่านป่านศรนารายณ์เป็นผลผลิตทางเกษตรกรรม อันสืบเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี เมื่อครั้งเสด็จเยือนจังหวัดเพชรบุรีในปี พ.ศ. 2519 ทรงแนะนำให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นป่านศรนารายณ์ เพราะพืชในตระกูลนี้สามารถแก้ปัญหาเรื่องดินเปรี้ยวของพื้นที่

จากการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากว่านป่านศรนารายณ์นั้นส่วนใหญ่จะถูกนำมาสานเป็นหมวก หรือไม่ก็นำมาสานกระเป๋า นักศึกษาจึงมีแนวคิดที่จะต่อยอดงานออกแบบ โดยนอกจาก จะนำวัสดุดังกล่าวมาใช้บนผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว ยังได้นำสีของเปลือกหอยแครง (ขาว ดำ เทา) ที่สื่อถึงเมืองเพชรบุรี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลงานด้วย ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในครั้งนี้เป็นหมอนอิง ที่เกิดจากการถักทอของว่านป่านศรนารายณ์ วางสานเรียงสีซ้อนขึ้นมาเป็นชั้นๆ (รูปทรงของหมอนและการวางซ้อนได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ดอกจอก”) เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ หมอนอิง ที่คนในท้องถิ่นไม่เคยผลิตขึ้นมาก่อน

คำแนะนำจากวิทยากร
- แนวคิดของการแตกผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายเป็นสิ่งที่ดี แต่นักศึกษาควรจะคำนึงถึงคุณลักษณะของตัววัสดุหลักด้วย เพราะว่านป่านศรนารายณ์นั้นมีความกระด้าง ดังนั้น การนำมาผลิตเป็นหมอนอิงนั้น อาจจะไม่เหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยของผลิตภัณฑ์มากนัก เนื่องจากผู้ใช้ต้องการหมอนอิงที่มีความนุ่ม มากกว่าความแข็งกระด้าง

- ป่านศรนารายณ์เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบแอฟริกา ซึ่งประเทศในแถบนั้นก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากวัสดุประเภทนี้ ดังนั้น นักออกแบบจำเป็นต้องเรียนรู้ในการออกแบบโดยใช้ศาสตร์ของงานศิลปะควบคู่ไปกับงาน Commercial เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสามารถขายได้จริงในท้องตลาด ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสูงสุด

- ควรคำนึงถึงรายได้, ระยะเวลาการผลิต และปริมาณการผลิตด้วย จากต้นแบบที่สร้างขึ้นมา นักศึกษาแจ้งว่า ใช้เวลาในการผลิต 4 วันต่อหมอนอิง 1 ชิ้น โดยคาดว่าจะขายในราคาประมาณ 900 บาท เมื่อพิจารณาดูจะพบปัญหาใหญ่ที่เห็นได้ชัดอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ราคาผลิตภัณฑ์ที่ต่ำเกินไป ไม่คุ้มค่ากับระยะเวลาในการผลิต และส่วนที่สองคือ ระยะเวลาในการทำงานนั้นยาวเกินไป ทำให้อาจมีปัญหาในกรณีที่มีการสั่งผลิตภัณฑ์ในจำนวนมาก ผู้ผลิตไม่สามารถส่งงานให้ทัน

- ถ้าสามารถฉีกรูปแบบในส่วนของขั้นตอนการแปรรูป เช่น ฉีกภาพลักษณ์ของการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์จากเดิมที่ต้องถักเป็นเปียแล้วนำมาสานให้กลายเป็นวิธีอื่นที่สามารถย่นระยะเวลาในการทำงานได้ ก็จะสามารถสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นให้เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ของเรา

- ถ้าต้องการสร้างหนึ่งผลิตภัณฑ์ให้มีราคาสูง นักศึกษาควรคิดนอกกรอบฉีกภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ที่นอกจากจะแตกต่างจากที่เคยเห็นแล้ว ยังจะต้องสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นบนชิ้นงานด้วย ยกตัวอย่างเช่น งานออกแบบของคุณรพี ลีละศิริ ที่ได้ออกแบบพรมที่ผลิตจากว่านป่านศรนารายณ์ ถักทอเย็บสานอย่างง่ายๆให้กลายเป็นพรมขนาดใหญ่ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุดั้งเดิมได้ กลายเป็นพรมที่มีราคาแพง เป็นต้น

- ศึกษาคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของว่านป่านศรนารายณ์ แล้วนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถส่งเสริมคุณค่าของวัสดุได้อย่างเต็มร้อย เช่น ว่านป่านศรนารายณ์นั้นมีความคงทน แข็งแรง ทนแดด ทนฝน ดังนั้น เราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าที่ใช้งานกลางแจ้งได้ (Outdoor Products) อันเป็นการสร้างจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากคุณสมบัติที่โดดเด่นของวัสดุนั้นๆ

มหาวิทยาลัยนเรศวร นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะและการออกแบบ
นักศึกษา: นางสาวจันทร์จิรา เล่ห์ลักษณ์
ผลงาน: เก้าอี้ไม้ไผ่ (อนุรักษ์เรือนแพ)



จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำน่านและแม่น้ำมูล ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก จึงทำให้เกิดรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ เกิดการปลูกเรือนแพที่ทำจากไม้ไผ่เรียงรายอยู่ในแม่น้ำทั้งสองสายแห่งนี้ ไม้ไผ่จึงกลายเป็นวัสดุสำคัญที่ผูกติดเข้ากับวิถีชีวิตของชาวเรือนแพ บ้างเอามาทำทุ่นพยุงตัวเรือน บ้างเอามาทำฝาผนัง บ้างเอามาทำเป็นแคร่ ฯลฯ แต่เนื่องจากอายุการใช้งานของไม้ไผ่มีจำกัด ไผ่เก่าถูกโละทิ้งแทนที่ด้วยไม้ไผ่ลำใหม่ นักศึกษาจึงมีแนวคิดที่จะนำไม้ไผ่ที่ถูกทิ้งแล้วมาคัดแยกเศษวัสดุเพื่อสามารถนำไปใช้ต่อตามสภาพของไม้ไผ่นั้นๆ เช่น ถ้าเป็นไม้ไผ่ที่ชำรุดมากและมีขนาดเล็ก เราสามารถนำมาแปลงเป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น

แนวคิดของงานออกแบบ
อีกหนึ่งแนวคิดที่นักศึกษาได้ทดลองทำก็คือ การนำไม้ไผ่ที่มีอายุประมาณ 3-5 ปีมาใช้วัสดุหลักในการออกแบบเก้าอี้ไม้ไผ่ โดยการแปรรูปฝานไม้ไผ่ให้เป็นแผ่นแนวยาวความกว้างประมาณ 1 นิ้ว แล้วนำมาวางเรียงตัวทอดยาวกลายเป็นที่นั่ง โดยมีไม้จริงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของเก้าอี้ เอกลักษณ์ที่น่าสนใจของเก้าอี้ตัวนี้ก็คือ โครงสร้างของเก้าอี้ที่มีความโค้ง เวลานั่งเอนกายก็จะเหมือนกับการนั่งอยู่ในเก้าอี้ที่สามารถโยกไปมาได้ หรือถ้านำเก้าอี้สองตัวมาต่อกัน ก็จะกลายเป็นโครงสร้างของเก้าอี้ที่มีมุมพอเหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน

คำแนะนำจากวิทยากร
- จากตัวอย่างเก้าอี้ที่นักศึกษาทำมา พบว่า โครงสร้างที่เป็นไม้จริงนั้นมีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 60% ในขณะที่มีการใช้ไม้ไผ่เพียงแค่ 40% ท่านวิทยากรจึงเห็นว่า การนำไม้ไผ่มาใช้นั้น นักออกแบบควรที่จะลดปริมาณการใช้ไม้จริงให้น้อยกว่านี้ เพื่อให้พระเอกของวัสดุซึ่งก็คือ ไม้ไผ่ มีความโดดเด่นมากกว่าวัสดุอื่น ทางแก้ก็คือ นักศึกษาควรหาแนวทางในการนำไม้ไผ่มาประกอบให้เป็นโครงสร้างที่แข็งแรง เช่น การมัดไม้ไผ่หลายลำเข้าด้วยกันเพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเก้าอี้ เป็นต้น และใช้วัสดุอื่นทำหน้าที่เป็นเพียงแค่ตัวประกอบ

-สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเลือกใช้วัสดุ 2 ประเภทบนผลิตภัณฑ์ชิ้นเดียวกันก็คือ อายุการใช้งานที่แตกต่างกัน จากตัวอย่างเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ทำมา จะเห็นได้ว่า ส่วนที่จะเสื่อมสลายได้เร็วก็คือ ไม้ไผ่เพราะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับไม้จริงที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้าง ดังนั้น เราควรที่จะระมัดระวังในการเลือกวัสดุโดยคำนึงถึงอายุการใช้งานด้วย

- สิ่งสำคัญที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัววัสดุไม้ไผ่ก็คือ การสร้างเรื่องราวในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหมาย พร้อมทั้งสามารถสื่อสารแนวคิดที่ซ่อนอยู่ในตัวผลิตภัณฑ์ให้ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ เช่น แบรนด์ชื่อดังอย่าง Issey Miyake ได้นำสุ่มไก่ที่เกิดจากการสานหลวมๆของไม้ไผ่ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบกระโปรงและเสื้อผ้า เป็นต้น จากนั้นก็ถ่ายทอดแรงบันดาลใจนั้นสู่เวทีเดินแบบ เพื่อสื่อถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ หรืองานออกแบบของ Konstantin Grcic ที่ได้นำไม้ไผ่มาดัดเป็นเก้าอี้ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้อย่างมากมาย www.konstantin-grcic.com

- ลองค้นหาวิธีสร้างผลิตภัณฑ์โดยศึกษาจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้มากกว่าการสร้างเก้าอี้เพิ่มอีกหนึ่งตัว เพราะการกำหนดโจทย์ให้เป็นเก้าอี้ ก็เปรียบเสมือนกับการปิดกั้นแนวคิดของการสร้างผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจจะยังไม่เคยมีผู้ใดผลิตขึ้นมาก่อน

- ควรศึกษาประเภทของไม้ไผ่ว่า ไม้ไผ่แต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อที่เราจะสามารถนำชนิดและประเภทของไม้ไผ่มาใช้ในงานออกแบบผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

- วิทยากรยกตัวอย่างงานออกแบบของคุณกรกตที่ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดองค์ความรู้ เช่น คุณสมบัติของการดัดตัวของไม้ไผ่ ความรู้ในการผูกเงื่อนของชาวประมง มาเป็นหัวใจหลักของการสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ฉีกไปจากผลิตภัณฑ์ที่เราเคยเห็น เช่น เกิดเป็นโคมไฟ ถาดใส่ของ งานประติมากรรม หรือของตกแต่งบ้าน ที่ผลิตมาจากไม้ไผ่ชิ้นเล็กๆ หลายพันหลายหมื่นชิ้นที่ถูกผูกด้วยเงื่อน สานต่อเป็นโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ วิชาการออกแบบ ภาควิชาศิลปะไทย
นักศึกษา: นางสาวนริศรา ภู่สวาสดิ์ และนางสาวพรลภัส แก้ววรรณะ
ผลงาน: Saving Space เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน

แนวคิดของงานออกแบบ
จังหวัดเชียงใหม่ถือได้ว่า เป็นจังหวัดที่มีต้นทุนของงานศิลปะหัตถกรรมที่มากมายหลากหลาย เช่น งานแกะสลักไม้ ร่มบ่อสร้าง การทำตุง เครื่องจักรสาน เป็นต้น รวมไปถึงวัฒนธรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การนั่งกับพื้นทานขันโตก หรือการออกแบบผนังไม้ในตัวเรือนที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิด (ชาวล้านนาเรียกว่า ผนังแบบฝาไหล) เพื่อบังคับทิศทางลมเข้า-ออก นักศึกษาจึงมีแนวคิดที่จะนำภูมิปัญญาของชาวล้านนาที่โดดเด่น รวมไปถึงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิต มาผสมผสานกับงานออกแบบ เพื่อสร้างคุณค่าในเชิงออกแบบให้เกิดขึ้นบนผลิตภัณฑ์ โดยนำเสนอผลงานออกมาในรูปของโต๊ะขนาดเล็ก (ตามพฤติกรรมการนั่งบนพื้น) ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย (เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต) เช่น การนั่งทำงานกับพื้น ใช้สำหรับเป็นที่เก็บของ ใช้สำหรับวางสมุดหนังสือ ฯลฯ

นักออกแบบได้เลือกงานหัตถกรรมทั้งสิ้น 3 ประเภท มาสร้างเป็นโต๊ะเพื่อให้เกิดเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสื่อถึงภูมิปัญญาของชาวล้านนา โดยเลือกใช้ เครื่องจักรสานของบ้านป่าบง อำเภอสารภี มาสร้างเป็นลิ้นชักใต้โต๊ะ ส่วนด้านบนของโต๊ะเลือกใช้รูปแบบงานฝาไหล เพื่อทำหน้าที่เปิด-ปิด ร่องบนพื้นโต๊ะด้านบน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับเป็นช่องสำหรับสอดหนังสือ และเลือกใช้งานไม้ของบ้านถวาย อำเภอหางดง ที่มีเอกลักษณ์ในงานแกะสลักและการทำงานเฟอร์นิเจอร์มาทำเป็นโครงสร้างของโต๊ะ การประสานกันของงานหัตถกรรมทั้งสามนี้ ทำให้เกิดโต๊ะที่นอกจากจะสามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องของประโยชน์ใช้สอยแล้ว ยังสามารถสร้างใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในห้องได้เป็นอย่างดี ภายใต้แนวคิด Modem craft for modem life ที่นำเสนอโดยนักศึกษา

คำแนะนำจากวิทยากร
- อยากให้นักศึกษาลองไปสำรวจพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของชาวเชียงใหม่จริงๆ ว่า ขณะนี้ ชาวเชียงใหม่ยังนั่งพื้นทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ กันมากน้อยแค่ไหน เพราะการออกแบบโต๊ะที่มีความสูงเพียง 45 เซ็นติเมตรนั้น อาจจะไม่ตอบสนองกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันมากนัก อย่าเพียงแต่หยิบยกเอารูปแบบการนั่งทานขันโตกมาเป็นขัอบังคับในการออกแบบให้โต๊ะมีขนาดความสูงเพียงเล็กน้อย

- อย่าพยายามเลือกประเภทของวัสดุและชนิดของงานหัตถกรรมที่หลากหลายมากเกินไป เพราะแทนที่งานหนึ่งชิ้นจะสามารถแสดงถึงเอกลักษณ์ของได้อย่างเต็มร้อย กลับถูกลดทอนคุณค่าของชิ้นงานลงไป ดังนั้น การเลือกประเภทของงานหัตถกรรมหรือการเลือกชนิดของวัสดุจึงควรยึดหลักการให้เหตุและผล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างสูงสุด

- สิ่งสำคัญของการเลือกชนิดของวัสดุมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ก็คือ การศึกษาถึงคุณสมบัติตามธรรมชาติของวัสดุนั้นๆ งานไม้บางประเภทอาจจะเหมาะกับงานดัด งานไม้บางประเภทอาจจะเหมาะกับการทำโครงสร้าง เป็นต้น การเลือกที่จะขึ้นรูปทรงผลิตภัณฑ์ที่ฝืนธรรมชาติของตัววัสดุนั้น อาจทำให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง

- เมื่อเราสามารถศึกษาหาข้อมูลจากทั่วโลกเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เราก็ควรที่จะศึกษางานออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศให้มากๆ โดยศึกษาให้ถึงแก่นและที่มาของผลิตภัณฑ์ อันเป็นการเรียนรู้แนวคิดของงานออกแบบ การเรียนรู้จากผลิตภัณฑ์และแนวคิดที่หลากหลายจะช่วยให้เราสามารถนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเราได้

- สิ่งสำคัญที่สุดของงานออกแบบไม่ได้อยู่เพียงแค่ความสามารถในการสร้างสรรค์งานให้สวยงาม แต่ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะต้องเกิดจากการหาข้อมูล และรู้จักการนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งลงลึกถึงรายละเอียด

- การเรียนรู้เรื่องขบวนการผลิต (Production) และการเชื่อมต่อ (Joint) การเข้าเดือย เป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ติดตามอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
โครงการออกแบบแห่งท้องถิ่น (miniTCDC Showcase) ตอน 2
โครงการออกแบบแห่งท้องถิ่น (miniTCDC Showcase) ตอน 3

« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-17
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป