Creative Knowledge

« Back to Result | List

สถาปัตยกรรมลอยน้ำและเมืองใหม่ในอนาคต (อันใกล้)

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

สถาปัตยกรรมลอยน้ำกำลังจะกลายเป็น “วิถีใหม่” ที่สถาปนิกทั้งหลายต้องนำมาคิดและพัฒนาต่อเพื่อแก้ปัญหาการจัดการเมืองในช่วง 50 ปีข้างหน้า ลองสังเกตดูสิว่า ปัจจุบันมีเมืองใหญ่มากมายแค่ไหนที่อยู่เลียบชายฝั่งทะเล และเมืองที่แออัดทะลักทะล้นเหล่านี้ก็ต้องการ “ขยายเมือง” ไปพร้อมๆ กับการ “รับมือกับระดับน้ำทะเล” ที่กำลังสูงขึ้นทุกที

ยิ่งได้เห็นภาพข่าวอุทกภัยระดับรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ยิ่งทำให้อดคิดไม่ได้ว่า อันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นผลมาจากกิจกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อมของมนุษย์นั้น กำลังส่งผลสะท้อนกลับมาสู่ต้นตอตัวผู้กระทำ และมันกำลังย่างกรายเข้าใกล้ตัวเราเข้ามาทุก

วิถีใหม่แห่งการอยู่อาศัย
“เนเธอร์แลนด์” คือ ประเทศในทวีปยุโรปที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่โต บวกกับมีภูมิประเทศต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมาก ทำให้ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมปีปีละหลายๆ ครั้ง ด้วยความต้องการที่จะแก้ปัญหานี้ เนเธอแลนด์จึงเป็นประเทศแรกที่พัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างและถมทะเลเพื่อขยายแผ่นดินออกไปสู่มหาสมุทร และล่าสุดก็กำลังเป็นประเทศแรก (อีกแล้ว) ที่คิดค้นพัฒนา “สถาปัตยกรรมลอยน้ำ” ขึ้นมา ปัจจุบัน มีองค์กรและบริษัทสถาปนิกหลายแห่งในเนเธอร์แลนด์ที่กำลังเร่งศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ เหตุเพราะพวกเขาตระหนักแล้วว่า สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่อาจไม่ใช่แค่ปัญหาระดับประเทศ แต่มันกำลังจะกลายเป็นปัญหาระดับโลกในอนาคตอันใกล้

แนวคิดเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมลอยน้ำกำลังถูกพัฒนาเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ Waterstudio คือ กลุ่มสถาปนิกที่นำแนวคิดนี้ออกเผยแพร่ผ่านสื่อสู่สาธารณชนเป็นกลุ่มแรกๆ ด้วยภารกิจหลักที่สอดคล้องกับปัญหาตั้งต้นที่กล่าวไปแล้ว Waterstudio ได้ผุดโครงการต้นแบบขึ้นมากมาย (ทั้งเพื่อการศึกษาทดลองและเพื่อการพาณิชย์) มีตั้งแต่ภาพ “ต้นแบบ 3 มิติ” ไปจนถึงการสร้าง “บ้านตัวอย่าง” ที่ทำให้ทุกคนได้ประจักษ์ว่า การก่อสร้างบ้านลอยน้ำนั้นสามารถเป็นไปได้จริงๆ

ภูมิสถาปนิกนาม Koen Olthuis คือ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Waterstudio เขาคนนี้มุ่งศึกษาและวิจัยการทำโครงสร้างสถาปัตยกรรมลอยน้ำและการวางผังเมืองลอยน้ำโดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มากมาย (ทั้งในแง่ของการออกแบบ สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์) ทั้งนี้ก็เพื่อปูทางสู่วิถีการออกแบบแห่งโลกอนาคต ซึ่ง Koen Olthuis ได้เสนอแนวคิดแหกกฏที่ว่า หากมนุษย์โลกสามารถเคลื่อนที่มาใช้ชีวิตอยู่บนพื้นน้ำแล้ว ...พวกเขาอาจจะปลอดภัยกว่า

Koen Olthuis เคยได้รับเลือกจากนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งใน 122 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เพราะแนวคิดนี้ของเขาทำให้ผู้คนในวงกว้างได้ตื่นตัวกับผังเมืองใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจริงในโลกอนาคต

Koen อธิบายการทำงานของโครงสร้างลอยน้ำนี้ว่า “โครงสร้างพื้นฐานนั้นเกิดจากการนำบล็อกโฟมใหญ่ๆ จำนวนมากมาเรียงต่อกันหลายๆ ชั้น แล้วประกบขอบแต่ละด้านด้วยแผ่นคอนกรีต พื้นด้านบนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความแข็งแรงมั่นคง และโครงสร้างนี้จะลอยขึ้นลงตามระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลง”

เขาเริ่มการสร้างบ้านตัวอย่างที่มีโครงเหล็กยึดอยู่ใต้น้ำและสวมโครงสร้างนี้ลงไปให้ขยับขึ้นลงได้ (หากต้องการให้บ้านอยู่กับที่) แต่ในขณะเดียวกันก็ยังออกแบบให้โครงสร้างนี้เป็นอิสระเคลื่อนที่ได้ และยังเชื่อมต่อกับโครงสร้างข้างเคียงไปได้เรื่อยๆ จนสามารถกลายเป็นอาณาจักรย่อมๆ เลยทีเดียว ในที่สุดแล้วโครงสร้างลอยน้ำนี้สามารถนำไปพัฒนาต่อเป็นอะไรก็ได้ที่ลอยน้ำ อาทิเช่น ถนน อพาร์ทเมนท์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สนามบิน หรือแม้แต่กระทั่งเมืองลอยน้ำ (ขณะนี้ Waterstudio กำลังวางแผนก่อสร้างเมืองทั้งเมืองให้ลอยน้ำและเคลื่อนที่ได้)

“ประเทศลอยน้ำ” อีกแนวคิดเพื่อสังคมใหม่
อันที่จริงแม้แต่การสร้าง “ประเทศลอยน้ำ” ก็เป็นไอเดียที่มีคนเคยคิดกันอย่างจริงจังมาแล้ว โดย Patri Friedman ผู้ก่อตั้ง The Seastead Institute (TSI) ซึ่งมีภารกิจหลักเพื่อจัดตั้งชุมชนในมหาสมุทรที่มีความถาวรและเป็นไท สร้างความรุ่งเรืองแก่ชุมชนนั้น และส่งเสริมนวัตกรรมด้านระบบการเมืองและสังคม

TSI ไม่ได้มีความคิดตั้งต้นมาจากการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยหรือเพื่อรับมือกับอุทกภัย แต่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองแนวคิดทางสังคมและการเมืองที่เป็นอิสระ โดยสร้างประเทศขนาดจิ๋วที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อประเทศใดๆ เป็นที่รวมของผู้คนกลุ่มย่อยที่มีแนวคิดเหมือนกันอยู่ภายใต้อธิปไตยที่กำหนดขึ้นเอง แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องหลุดโลก เพราะมีคนเคยก่อตั้งประเทศเล็กๆ ที่เป็นอิสระมาแล้ว ส่วนโครงการของ TSI ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมีผู้คนเห็นดีเห็นงามถึงขนาดบริจาคเงิน 500 ล้านดอลล่าร์เพื่ออุดหนุน TSI มาแล้วเช่นกัน

แต่ไม่ว่าการ “ออกทะเล” ไปอาศัยอยู่บนน้ำจะถูกคิดค้นพัฒนาขึ้นเพื่อเหตุผลใดก็ตาม มันก็ดูจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาในการอยู่ร่วมกัน “ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์” และ “มนุษย์กับธรรมชาติ” นั่นเอง ... เชื่อว่าอีกไม่นานเกินครึ่งศตวรรษเราคงได้เห็นวิถีใหม่แห่งการใช้ชีวิตบนผืนน้ำเกิดขึ้นจริงเป็นรูปธรรมแน่

อ้างอิง:
www.waterstudio.nl
http://seasteading.org/

http://patrifriedman.com/projects/seastead/seastead.html

บทความเรื่อง “DIY: ประเทศเราสร้างเองได้” โดย ปกป้อง จันวิทย์, คอลัมน์กลับหลังหัน นิตยสาร ค. คน ฉบับกรกฎาคม 2553


« Back to Result

  • Published Date: 2011-04-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป