Creative Knowledge

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ ตอน ก้าวใหม่จากการจับคู่ของคนตัวเล็กๆ

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

โครงการจับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประสบการณ์ วรากร คงสำราญ คือ ผู้ประกอบการเล็กๆ รายหนึ่งที่ทำธุรกิจคัดสรร “สินค้าแฟชั่น” และทำ “ผลิตภัณฑ์งานผ้า” เพื่อขายทางอินเตอร์เน็ต เธอกำลังมองหาไอเดียใหม่ๆ ให้กับธุรกิจเล็กๆ นี้

วรากรบอกกับเราว่า เธอต้องการนำ “ดีไซน์” เข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับสิ่งที่ทำอยู่ และความที่ธุรกิจของเธอยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (ยังไม่ได้มีโรงงานผลิตหรือจดทะเบียนบริษัทเป็นเรื่องเป็นราว) เธอจึงมี “อิสระ” กับ “ความยืดหยุ่น” เป็นข้อได้เปรียบ รวมทั้งสามารถมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ได้มากมายจากนักออกแบบที่เข้าร่วมโครงการนี้

เบญจวรรณ ด้วงทอง คือ นักออกแบบแฟชั่นและเท็กซ์ไทล์หน้าใหม่ที่วรากรเลือกทำงานด้วย ที่ผ่านมาเบญจวรรณทำงานออกแบบลายผ้าและลายพิมพ์ให้กับบริษัทจัสปาล (Jaspal) พร้อมทั้งทำแบรนด์แฟชั่นของตัวเองควบคู่ไปด้วย ผลงานของเธอเน้นลายเส้นยุ่งเหยิงที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว ซึ่งนั่นเองคือ สิ่งที่ทำให้วรากรประทับใจและตัดสินใจร่วมงานด้วยในที่สุด

เบญจวรรณรับโจทย์ใหม่จากวรากรที่เสนอให้เธอลองออกแบบสินค้าแฟชั่นที่ไม่ใช่เสื้อผ้าขึ้นใหม่ โดยให้ใช้ “นิตติ้ง” เป็นจุดตั้งต้น (จากนั้นค่อยนำวัสดุอื่นมาผสมเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่) โดยวรากรขอให้เบญจวรรณบรรเจิดความคิดและจินตนาการได้อย่างเต็มที่

ด้วยความชื่นชอบอะไรไทยๆ เป็นส่วนตัว เบญจวรรณจึงหยิบยก “ละครโขน” เข้ามาเป็นคอนเซ็ปท์หลักในการออกแบบ เธอได้พัฒนา “กระเป๋าถือแฟชั่น” ที่ผสมผสานเทคนิคนิตติ้งกับวัสดุหนังเข้าด้วยกัน ไอเดียแรกที่เบญจวรรณเสนอมานั้น "แรง" จนวรากรไม่แน่ใจว่าจะเข้าถึงตลาดทั่วไปได้หรือไม่ ทั้งสองตัดสินใจนำดีไซน์ดังกล่าวไปทำการสำรวจกับคนทั่วไป ปรากฏว่า มีเสียงตอบรับทั้งดีและไม่ดีพอๆ กัน วรากรจึงขอให้เบญจวรรณลดทอนความแรง และปรับแบบกระเป๋าอีกครั้งให้มีความ “เรียบง่าย” มากขึ้น ซึ่งทางเบญจวรรณเองก็ไม่อิดออด ค่อยๆ ปรับแบบแก้ไขจนลงตัว

เมื่อมาถึงขั้นตอนการผลิตที่ถือเป็นความท้าทายของทั้งสอง วรากรเองไม่มีผู้ผลิตกระเป๋าอยู่ในมือ ส่วนเบญจวรรณก็ทำงานกับบริษัทและอยู่ในสายงานเสื้อผ้า ทั้งคู่จึงต้องเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมๆ กัน นับตั้งแต่การวิ่งหาผู้ผลิต วิ่งหาวัสดุ ฯลฯ ทั้งสองแก้ปัญหากันไปทีละเปลาะ และทำงานควบคู่กันในทุกขั้นตอน โชคดีที่ต่างฝ่ายต่างเปิดรับความเห็นของกันและกันอย่างเต็มที่ จึงไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน



ปัญหาใหญ่ที่ทั้งคู่พบกลับอยู่ที่ “กระบวนการผลิต” เช่น การจับคู่วัสดุใหม่ระหว่างนิตติ้งที่บอบบางกับหนังปลากระเบน ทำให้ช่างตัดเย็บหลายรายถอดใจไม่ทำให้ วรากรและเบญจวรรณต้องเปลี่ยนช่างอยู่หลายรอบ จนกระทั่งมาพบกับช่างฝีมือรายหนึ่งที่ยอมเปิดใจและปรับเทคนิควิธีการร่วมไปกับเบญจวรรณ

ความเป็นผู้เรียนรู้ใหม่ของทั้งคู่เปิดโอกาสให้การทำงานเป็นไปอย่างอิสระ สามารถลองผิดลองถูกจนกระทั่งสำเร็จเป็นกระเป๋าต้นแบบ วรากรพึงพอใจกับผลงานและต้องการนำไปลงตลาดจริง จึงปรึกษากับเบญจวรรณเพื่อต่อยอดสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นร่วมกันในชื่อ "กำยาร" ทั้งสองบอกว่าชื่อนี้ดีตรงที่ฟังดูเป็นไทยๆ (คำว่า "กำ" หมายถึงการหยิบ จับ ถือ ส่วนคำว่า "ยาร" มาจาก yarn ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่าเส้นด้ายหรือเส้นไหม)

กระเป๋าแฟชั่น "เวสสุวรรณ" กลายเป็นคอลเล็กชั่นแรกของแบรนด์ "กำยาร" ที่นอกจากจะนำแสดงในนิทรรศการของโครงการจับคู่ธุรกิจแล้ว ยังได้นำไปแสดงในงาน Gems & Jewelry Fair 2011 ที่ผ่านมาด้วย ถือเป็นการเปิดตัวให้กลุ่มลูกค้าได้รับรู้ในเบื้องต้น ปัจจุบัน วรากรและเบญจวรรณกำลังเร่งผลักดันคอลเล็กชั่นใหม่ให้กับแบรนด์ “กำยาร” ของพวกเขา โดยจะเพิ่มความหลากหลายในตัวสินค้าให้มากขึ้น พร้อมทั้งเตรียมแผนการตลาดไว้รอบรับการเติบโตในอนาคต

ผลลัพธ์ที่เบญจวรรณและวรากรได้จากการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ แม้จะยังอยู่ในก้าวแรกเริ่ม แต่มันก็คือ บทพิสูจน์สำหรับผู้ประกอบการและนักออกแบบรายเล็กๆ ว่า “ด้วยสมองและสองมือ…ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้”

ประเด็นเด่น
- ความยืดหยุ่นและเปิดกว้างคือข้อได้เปรียบของผู้ประกอบการหน้าใหม่ แม้ผู้ประกอบการน้องใหม่จะไม่มีความพร้อมใดๆ มารองรับเหมือนกับผู้ประกอบการรุ่นเก๋า แต่ความที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นนี้ก็ทำให้พวกเขาไม่มีภาระ สามารถเปิดใจกว้างและลงมือกับความเป็นไปได้ใหม่ๆ เสมอ ซึ่งนี่เองมักจะเป็นจุดเริ่มต้นของผลงานสร้างสรรค์ที่เหนือความคาดหมาย

ติดตามไปชมผลงานของ เบญจวรรณ ด้วงทอง ต่อได้ที่นี้ คลิ้ก

« Back to Result

  • Published Date: 2011-04-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com