Articles

« Back to Result | List

จับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ ตอน สามทหารเสือผู้จุดประกายวิสัยทัศน์ให้เครื่องหนัง Zince by Dinero

 เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

การได้พบปะและทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการและนักออกแบบในโครงการจับคู่ธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเมืองไทย ทว่าใช่เพียงแต่ผู้ประกอบการเท่านั้นที่มองหานักออกแบบ สำหรับ คุณภัคมนต์ จำรัสกุล นักออกแบบและเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง Zince by Dinero ก็มาเฟ้นหาไอเดียแปลกใหม่จากนักออกแบบที่เข้าร่วมโครงการด้วยเหมือนกัน

ผมจบมาทางด้านดีไซน์ พอดีครอบครัวมีธุรกิจเครื่องหนังและทำงานออกแบบเองมาเยอะ จึงสนใจมาเข้าร่วมโครงการนี้เพราะต้องการแนวคิดที่แตกต่าง อยากเห็นอะไรที่แปลกตาแต่ทำได้จริง ซึ่งพอได้มาเห็นงานของคุณน้อง (คุณบุญทวี เจริญพูลศิริ) จึงสนใจครับ

ด้วยความต้องการเห็นผลงานที่แตกต่าง ดังนั้น อิสระในการออกแบบอย่างเต็มที่ จึงเป็นวิธีการทำงานที่คุณภัคมนต์เห็นพ้องต้องกันกับนักออกแบบ (ที่ผันตัวมาจากสายงานด้านการตลาด) อย่างคุณบุญทวี

เป็นความต้องการที่ลงตัวทางของทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ คือ นักออกแบบก็ต้องการอิสระอย่างเต็มที่ในการทำงาน ส่วนทางผู้ประกอบการก็อยากเห็นไอเดียใหม่ๆ จึงให้อิสระเราอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่คิดคอนเซ็ปท์ลุยไปจนถึงขั้นตอนการผลิตเลยทีเดียว แต่ในความมีอิสระเราก็สื่อสารกันตลอด มีการพบปะพูดคุยกันทุกสัปดาห์

เมื่อต่างฝ่ายต่างเข้าใจในจุดยืนของกันและกันแล้ว การออกแบบผลงานก็เริ่มต้นขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจจากการรั่วไหลและการซึมตามผนังบ้าน จนกระทั่งได้คอนเซ็ปท์ “Leaking” มาเป็นแนวคิดหลักของการออกแบบในที่สุด

“ผลงานของดิฉันส่วนใหญ่จะออกแนวแฟชั่น ขณะที่ทาง Zince จะเป็นแนวธรรมชาติมากกว่า ซึ่งก็มีการคุยกันบ้างเหมือนกันว่า ในอนาคตอาจมีการนำไปพัฒนาต่อเป็นอีกไลน์หนึ่ง อย่างไรก็ดี สำหรับโปรเจ็คท์นี้เราพบโจทย์ท้าทายข้อหนึ่ง นั่นคือ เรื่องวัตถุดิบ คือจริงๆ แล้วอยากได้หนังอีกแบบหนึ่งแต่ไม่ได้ตามที่คิดไว้ เราก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเอาทักษะความชำนาญของช่างฝีมือในโรงงานมาช่วยในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ก็นำเอาของสะสมส่วนตัวมาปรับใช้ด้วย อย่างเช่น ลูกปัดนี่ก็เป็นของสะสมที่เรานำมาช่วยเพิ่มความสนุกให้กับความรู้สึกหยดๆ ย้อยๆ ตามคอนเซ็ปท์ Leaking ค่ะ”

“ฝีมือช่าง” นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายอีกประการ สำหรับผู้ประกอบการและนักออกแบบที่ต้องการเติมความแปลกให้กับผลงานของตน ทั้งนี้ เนื่องจากในประเทศไทย ระบบการผลิตยังคงเน้นไปในเชิงอุตสาหกรรม ทำให้ขาดแคลนช่างที่สามารถผลิตงานที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญเชิงหัตถกรรม (craft) เป็นพิเศษ

คุณภัคมนต์ให้ความเห็นว่า ในอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยแม้จะมีช่างฝีมือดีเยอะ แต่ในเชิงการออกแบบเรากลับตามหลังชาติอื่นอยู่มาก ส่วนใหญ่ที่พบเห็นในท้องตลาดจะเป็นการเลียนแบบแบรนด์ดังๆ มากกว่า

“เมื่อการผลิตส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงอุตสาหกรรม ก็เลยไม่มีช่างที่สามารถผลิตงาน craft ได้มากนัก ฉะนั้น งานที่แปลกไปจากที่ช่างเคยทำ เขาก็จะทำออกมาผิดเพี้ยนไปจากคอนเซ็ปท์พอควร ซึ่งปัญหานี้ต้องแก้ไขโดยให้นักออกแบบมาคอยแนะแนวทางให้ ต้องค่อยๆ ลองผิดลองถูกกันไปครับ”

สำหรับดิฉัน เรื่องนี้ถือเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบต่อแนวทางการออกแบบได้เลยนะคะ เพราะช่างที่เขาทำอยู่ในโรงงาน เขาก็จะทำแต่งานที่ตอบสนองต่อตลาดแมสแบบที่เคยทำมา เมื่อนักออกแบบต้องการแทรกงานที่แปลกหรือแตกต่างเข้าไป เราก็จะต้องสอนเขาใหม่หมด ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จทุกครั้งไปด้วย บางเคสที่เคยเจอมา คือ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องมีการแก้แบบ และหากคุณมีเวลาจำกัด คุณก็จะทำงานออกมาได้ไม่ดี” คุณบุญทวีกล่าวเสริม

ท้ายสุดคุณบุญทวีบอกกับเราว่า หากผู้ผลิตและนักออกแบบสามารถร่วมกันทำงานได้มากขึ้น อุตสาหกรรมเครื่องหนังบ้านเราก็น่าจะไปได้ไกลกว่านี้มาก (ไกลกว่าแค่การรับผลิตตามออร์เดอร์) เพราะอันที่จริงแล้ว ไทยเรามีนักออกแบบเก่งๆ มากมาย มีช่างฝีมือดีๆ ก็เยอะ แต่ทุกวันนี้ ทั้งสองฝ่ายเหมือนเดินกันคนละทาง ฉะนั้น ถ้านักออกแบบกับผู้ประกอบการมาร่วมมือกันได้อย่างเป็นระบบ อนาคตจะต้องสดใสแน่นอน

จับประเด็น
- การให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ นำมาซึ่งไอเดียดีๆ ในงานออกแบบ
- การสื่อสารกันตลอดทุกขั้นตอนของการทำงานทั้งระหว่างผู้ประกอบการ นักออกแบบ และช่างฝีมือ จะช่วยให้ได้ผลงานที่ตรงใจของทุกฝ่าย
- “นักออกแบบ” + “ผู้ประกอบการ” + “ช่างผู้ชำนาญ” = วิสัยทัศน์เครื่องหนังไทย

ที่ปรึกษาโครงการ: ผศ.ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์แฟชั่น ภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

« Back to Result

  • Published Date: 2011-04-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com